ก,
เสียงคำรามของระฆังสำริดโบราณเก้าใบดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งยอดเขาเทียนเหมิน คลื่นพลังปราณอันมหาศาลดุจมหาสมุทรคลั่งแผ่พุ่งทะยานเสียดฟ้า เมฆหมอกสีครามบนนภากาศถูกแรงกดดันมหาศาลฉีกกระชากจนแตกกระจายกลายเป็นหลุมอากาศขนาดมหึมา งานประลองเซียนล้านปีที่ทั่วทั้งสามภพต่างเฝ้ารอคอยมาเนิ่นนานได้เปิดฉากขึ้นแล้ว ณ เบื้องหน้าลานประลองหยกขาวบริสุทธิ์ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา
"การประลองเฟ้นหาศิษย์เอกแห่งหอคอยดารา... เริ่มต้นได้!"
สุ้มเสียงกังวานดุจเทพพิทักษ์ประกาศกร้าวสะท้อนก้องกาลเวลา ท่ามกลางสายตาของยอดฝีมือจากร้อยสำนักนับล้านชีวิตที่ต่างกั้นลมหายใจจ้องมองไปยังจุดศูนย์กลางของลานประลอง ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจนี้ สายตาของหลี่มู่เฉินกลับมิបានสนใจความอลหม่านรอบกายแม้แต่น้อย เขายืนไขว่หวาอยู่บนแท่นหินอัคคีสวรรค์ ร่างในชุดอาภรณ์สีขาวสะอาดสะอ้านไร้รอยเปื้อนทอดเงายาวทาบทับลงบนพื้นหยก ใบหน้าหล่อเหลาสุขุมเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี นัยน์ตาสสีนิลลึกล้ำราวกับห้วงจักรวาลที่ซ่อนเร้นคมกระบี่ไร้ลักษณ์เอาไว้
"เจ้ามั่นใจเพียงใด... ว่ากระบวนท่า 'อสนีบาตตัดสวรรค์' ของเจ้าจะรับมือกับเงามายาของสำนักกระบี่สวรรค์ได้?"
น้ำเสียงเย็นเยียบราศีกดดันดังขึ้นจากด้านข้าง เยี่ยจื่อซีในชุดกระโปรงยาวสีม่วงเข้มปักลายจันทร์เสี้ยว ยืนกอดอกมองเขาด้วยแววตาที่ฉายความกังวลลึกๆ แม้นางจะพยายามรักษาท่าทีเยชาสง่างามไร้ที่ติเพียงใด แต่ปลายนิ้วเรียวยาวที่กำด้ามกระบี่ประจำกายแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ย่อมทรยศความรู้สึกที่แท้จริงของนาง
หลี่มู่เฉินเหลือบสายตาขึ้นมองนาง มุมปากหยักยกยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคงยิ่งนัก "ต่อให้เบื้องหน้าคือเงามายา หรือแม้กระทั่งเทพเซียนผู้สร้างกฎเกณฑ์... กระบี่ในมือข้าก็พร้อมจะสับเปลี่ยนลิขิตฟ้าดินอยู่ดี ศิษย์น้อง ท่านไม่ต้องกังวลไปหรอกนะคะ"
เยี่ยจื่อซีชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยสั่นไหววูบอย่างห้ามไม่อยู่ นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงศิษย์สวะไร้ค่า แต่วันนี้กลับแผ่รังสีอำมหิตและสัจธรรมแห่งเซียนที่แม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดยังต้องเกรงกลัว นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ความรู้สึกก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "ข้าไม่ได้กังวลเรื่องเจ้า... ข้าเพียงแต่รำคาญหากเจ้าต้องตายเร็วเกินไปจนไม่มีใครให้ข้าคอยลงทัณฑ์ต่างหาก"
คำพูดนั้นแม้จะเยชาชา แต่แววตาของนางกลับฉายประกายความห่วงใยที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะปิดมิด หลี่มู่เฉินเพียงหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาไม่ได้เอաբคำใดโต้ตอบอีก หันกลับไปมองลานประลองเบื้องล่างที่เวลานี้ คลื่นพลังปราณระลอกแรกได้ปะทุขึ้นอย่างรุนแรงแล้ว!
*เปรี้ยง!*
ร่างของศิษย์เอกแห่งสำนักอัคคีผลาญสวรรค์ถูกซัดกระเด็นลอยละลิ่วกลางอากาศ กระอักโลหิตสีแดงสดพ่นออกมาเป็นทางยาว ก่อนจะร่วงหลกระแทกพื้นหยกแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดของฝูงชน ผู้ชนะในรอบแรกก้าวขึ้นสู่ใจกลางเวทีด้วยท่าทีองอาจ ผู้นั้นคือ 'เฟิงอวิ๋น' อัจฉริยะอันดับหนึ่งจากนิกายมารโลหิต นัยน์ตาของมันแดงก่ำเต็มไปด้วยจิตสังหารพุ่งทะยานเสียดฟ้า มันกวาดสายตาดุดันมายังทิศทางที่หลี่มู่เฉินยืนอยู่ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปาก
"หลี่มู่เฉิน! ได้ยินมาว่าเจ้าคือความหวังใหม่ของยอดเขาเทียนเหมิน หวังว่าเมื่อถึงคิวของเจ้า... เจ้าจะต้านทานกระบี่โลหิตผ่าวิญญาณของข้าได้สักสามกระบวนท่า!"
เสียงตะโกนท้าทายดังลั่นก้องฟ้า แรงกดดันจากจิตสังหารระดับก่อเกิดวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งเข้ากดทับหลี่มู่เฉินโดยตรง จนบรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระลอก ความกดดันนี้รุนแรงพอจะทำให้ผู้ฝึกตนทั่วไปเข่าทรุดลงกับพื้นได้ทันที
ทว่า หลี่มู่เฉินมิได้สะเทือนแม้แต่น้อย เขาก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าช้าๆ ทีละก้าวอย่างมั่นคง ราวกับกำลังเดินอยู่บนสวนดอกไม้ในยามวสันต์ ไม่ใช่สนามประลองที่เดิมพันด้วยชีวิต แรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่กลับถูกพลังปราณไร้ลักษณ์รอบกายของเขาปัดเป่าหายไปอย่างไร้ร่องรอย
"สามกระบวนท่าอย่างนั้นหรือ?" หลี่มู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยวแต่กลับเปี่ยมด้วยอำนาจกดดันที่แท้จริง "เจ้าคงประเมินตัวเจ้าสูงเกินไป... และประเมินวิถีกระบี่ของข้าต่ำเกินไปแล้ว"
สิ้นคำพูด ร่างของหลี่มู่เฉินก็หายวับไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย ราวกับสายลมที่พัดผ่าน ทิ้งไว้เพียงภาพติดตาและแรงกระแทกของอากาศที่ระเบิดออกเป็นวงกว้าง!
*ฉับพลัน!*
ประกายกระบี่สีเงินยวงสว่างวาบเจิดจ้าเสียดแทงนัยน์ตาทุกคู่ในลานประลอง ความเร็วของมันเหนือล้ำยิ่งกว่ากฎเกณฑ์แห่งกาลเวลา อักขระปราณโบราณนับล้านตัวปรากฏขึ้นรอบคมกระบี่ ส่งเสียงกู่ร้องก้องกัมปนาทราวกับมังกรสวรรค์คำราม ท่ามกลางความตกตะลึงของเฟิงอวิ๋นที่เบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มันพยายามยกกระบี่โลหิตขึ้นป้องกัน แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว!
ประกายกระบี่นั้นผ่านร่างของเฟิงอวิ๋นไปในชั่วลมหายใจเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวพลันเงียบสงบลงอย่างฉับพลัน เสียงลม เสียงผู้คน เสียงระฆังสำริด ทุกสรรพเสียงราวกับถูกดูดหายไปในความว่างเปล่า
เฟิงอวิ๋นยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม เส้นผมสีดำสยายปลิวหลุดร่วงลงทีละเส้น รอยขีดสีแดงบางเฉียบค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่กึ่งกลางหน้าผากลากยาวลงมาถึงปลายคาง ก่อนที่ร่างทั้งร่างของมันจะแข็งค้าง และ...
*เคร้ง!*
กระบี่โลหิตในมือหักสะบั้นเป็นสองท่อน ร่างของอัจฉริยะนิกายมารโลหิตทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น เลือดสดๆ ทะลักออกจากรอยแผลด้วยความเร็วสูง ท่ามกลางความเงียบงันราวกับป่าช้าของผู้ชมหลายล้านชีวิต ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจดังด้วยซ้ำ ทุกคนต่างจดจ้องภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกหวาดผวาถึงขั้วหัวใจ กระบวนการเดียว... เพียงกระบวนท่าเดียวเท่านั้น!
หลี่มู่เฉินค่อยๆ สอดกระบี่กลับเข้าฝักอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายตาที่ระคนไปด้วยความหวาดกลัวและเทิดทูน เขาหันหลังกลับเตรียมก้าวเดินลงจากลานประลองเพื่อกลับไปหาเยี่ยจื่อซี
ทว่า... ในวินาทีที่เท้าของเขาก้าวเหยียบลงบนขอบลานประลองนั้นเอง ท้องฟ้าทั่วทั้งอาณาบริเวณที่เคยปลอดโปร่งกลับมืดครึ้มลงอย่างฉับพลัน เมฆสีดำสนิททะลักทะลายเข้าปกคลุมยอดเขาเทียนเหมินราวกับวันสิ้นโลก สายฟ้าสีทองคำบริสุทธิ์ขนาดมหึมาพาดผ่านผืนฟ้า ส่งเสียงคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปถึงขุมนรก
แรงกดดันระดับที่ทำให้จิตวิญญาณสั่นสะท้านแผ่พุ่งลงมาจากเบื้องบน ท้องฟ้าฉีกขาดออกเป็นทางยาวเผยให้เห็นดวงตาสีทองขนาดยักษ์คู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองลงมายังหลี่มู่เฉินจากห้วงมิติอันไร้ขอบเขต!
เสียงประกาศิตอันเยือกเย็นและทรงอำนาจยิ่งกว่าเทพองค์ใดดังสะท้อนก้องกาลเวลา ราวกับเสียงจากสรวงสวรรค์ชั้นเก้า:
*"บังอาจนัก... มดปลวกผู้ฝืนลิขิตฟ้า กล้าสังหารทายาทแห่งแดนสวรรค์ เจ้าสมควรตายอย่างไร้ที่กลบฝัง!"*
เยี่ยจื่อซีที่ยืนอยู่บนแท่นสูงเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นซีดเผือดอย่างไร้สีเลือด นางกรีดร้องเรียกชื่อเขาออกมาสุดเสียง "มู่เฉิน—ระวัง!"
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางมาในดินแดนแห่งเซียนและมารด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — ชิงเสวี่ยเหมันต์
ศิษย์พี่ใหญ่โปรดเมตตา ข้าไม่อยากเป็นว่าที่จ้าวปรภพ•ตอนที่ 9
งานประลองเซียนล้านปี
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์พี่ใหญ่โปรดเมตตา ข้าไม่อยากเป็นว่าที่จ้าวปรภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!