กลิ่นอายกำยานจันทน์หอมกรุ่นลอยวนอยู่บนโต๊ะน้ำชาหินหยก ทว่าบรรยากาศภายในห้องโถงลับ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อยกลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่ากระบี่น้ำแข็งร้อยปี
"เหตุใดจึงต้องหลบเลี่ยงข้า"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจของหลี่มู่เฉินดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดทับหัวใจคนมาเนิ่นนาน ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาซับซ้อน เขายืนอยู่ ณ เบื้องหน้าเงาจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างแกะสลัก ทว่าความสว่างไสวรอบตัวนางกลับดูหมองหม่นลงถนัดตา
เยี่ยจื่อซีสะท้านเฮือก มือเรียวบางที่กำลังรินชานิ่งค้าง เปลวไออุ่นจากกาชาลอยวนขึ้นก่อนจะสลายไปในความว่างเปล่า นางไม่อาจสบตาคู่คมกริบดุจห้วงดาราคู่นั้นได้ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึกที่เร่งเร้าในอก ทว่าใบหน้ายังคงรักษาความเย็นชาไร้ระลอกคลื่นไว้ได้ดังเดิม—นี่คือหน้ากากที่นางสวมใส่มาตลอดนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่วิถีเซียน ทว่ายามเผชิญหน้ากับบุรุษผู้นี้ หน้ากากแห่งความเยือกเย็นกลับเปราะบางเสียยิ่งกว่าแผ่นน้ำแข็งบางเฉียบในฤดูใบไม้ผลิ
"ข้ามิได้หลบเลี่ยงท่าน... ศิษย์พี่ใหญ่" นางเอ่ยตอบ เสียงของนางแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับสายลมราตรี
"เจ้าโกหก"
หลี่มู่เฉินก้าวเข้ามาประชิดอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายปราณเซียนบริสุทธิ์และกลิ่นอายกระบี่อันเป็นเอกลักษณ์โอบล้อมร่างนางไว้ในรัศมีที่ไม่อาจหนีพ้น ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตาของนาง ราวกับต้องการมองทะลุผ่านความลับนับพันที่นางซ่อนเร้นไว้ภายใต้ร่มผ้า
"ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา เจ้าหลบหน้าข้า หลีกเร้นจากการฝึกวิชาคู่ และแม้แต่ยามที่ค่ายกลพิทักษ์สำนักสั่นคลอน เจ้าก็ยังเลือกที่จะปลีกวิเวกไปอยู่ที่หุบผาไร้ตะวัน... เยี่ยจื่อซี เจ้ากลัวอะไรกันแน่? หรือว่า... เจ้ากลัวข้า?"
คำว่า 'กลัว' แทงทะลุเข้าไปในหัวใจของเซียนสาวราวกับคมกระบี่ เยี่ยจื่อซีแค่น A เสียงเย็นเยียบในลำคอ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ความดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์ฉายชัดผ่านแววตาคู่สวยที่ไหวระริก
"ข้าจะกลัวท่านด้วยเหตุใด?" นางเชิดหน้าขึ้น แม้ริมฝีปากจะสั่นระริกเล็กน้อย "ข้าเป็นถึงผู้อาวุโสลำดับสามแห่งสำนักกระบี่สวรรค์ บำเพ็ญเพียรจนบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดขั้นสมบูรณ์ เหตุใดข้าต้องหวาดกลัวบุรุษผู้หนึ่งด้วย"
"เช่นนั้นก็จงมองหน้าข้า... และตอบคำถามของข้าด้วยความสัตย์จริง" หลี่มู่เฉินยื่นมือออกไป ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนคางมนของนางแผ่วเบา ทว่าสัมผัสนั้นกลับร้อนผ่าวราวกับเปลวเพลิงจากเตาหลอมโอสถ ทำให้ร่างกายของเยี่ยจื่อซีแข็งค้าง ปราณในร่างปั่นป่วนจนควบคุมไม่อยู่
นางสะท้านสะเทือนไปทั้งร่าง ความใกล้ชิดนี้ทำให้สติสัมปชัญญะที่นางสะสมมานับร้อยปีพังทลายลงในชั่วพริบตา
"ท่าน... ทำเกินไปแล้ว" นางพยายามเบือนหน้าหนี ทว่าแรงกดดันจากปราณกระบี่ที่แฝงอยู่ในตัวเขากลับตรึงนางไว้ราวกับโซ่ตรวนแห่งสวรรค์
"ข้าเพียงต้องการความจริง" หลี่มู่เฉินกระซิบชิดริมหูของนาง ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มขาวนวลที่บัดนี้ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ "ความจริงที่ว่า เหตุใดหัวใจของเจ้าจึงเต้นรัวยามที่กระบี่ของข้าพลาดเป้าจากศัตรู เหตุใดน้ำตาของเจ้าจึงร่วงหล่นในคืนที่ข้าต้องรับทัณฑ์อัสนีสวรรค์ และเหตุใด... ในบันทึกจิตวิญญาณของเจ้า จึงมีเพียงชื่อของข้าสลักอยู่ทุกอณูวิญญาณ"
เยี่ยจื่อซีเบิกตากว้าง ร่างกายชาวาบไปถึงขั้วหัวใจ ความลับที่นางเฝ้าปกปิด ยอมแม้กระทั่งเอาวิญญาณตนเองเป็นเดิมพันเพื่อสะกดมันไว้ในก้นบึ้งแห่งจิต ปัจจุบันกลับถูกเขาล่วงรู้ได้อย่างง่ายดายราวกับการพลิกฝ่ามือ
น้ำตาที่นางพยายามอดกลั้นมาเนิ่นนานเอ่อล้นทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก ความเยือกเย็น สง่างาม และน่าเกรงขามที่ผู้คนทั่วทั้งยุทธภพต่างเคารพยำเกรง บัดนี้มลายหายสิ้น เหลือเพียงสตรีตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่แบกรับชะตากรรมอันโหดร้ายไว้บนบ่าลำพัง
"ท่านรู้... ท่านรู้มาตลอด..." เสียงของนางสั่นสะท้าน ปนเปด้วยความเจ็บปวดและตัดพ้อ "ถ้าเช่นนั้น ท่านมาถามข้าเพื่ออะไร? มาเพื่อเยาะเย้ยความโง่เขลาของข้าอย่างนั้นหรือ? ท่านก็รู้ดีว่าเส้นทางวิถีเซียนของเราถูกกำหนดไว้แล้ว ข้าคือผู้ที่จะต้องสืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักมารเพื่อคานอำนาจกับแดนปรภพ ส่วนท่าน... คือเทพเซียนผู้จุติมาเพื่อกวาดล้างความมืดมิด เราคือศัตรูคู่อาฆาตตามกฎแห่งฟ้าดิน ท่านกับข้า... ไม่มีวันบรรจบกันได้!"
นางระเบิดความออ่นแอและความอัดอั้นตันใจออกมาจนหมดสิ้น กำปั้นเล็กๆ ทุบลงบนอกอแกร่งของเขาเบาๆ ทว่าไม่มีแรงผลักไส มีเพียงความโหยหาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราด
หลี่มู่เฉินไม่หลบเลี่ยง เขากลับคว้าข้อมือนางไว้ แล้วดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่นแนบอก ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของเขาโอบอุ้มความหนาวเหน็บในจิตวิญญาณของนางไว้จนหมดสิ้น กลิ่นอายกระบี่ที่เคยคมกลาบกลายជ่าความอ่อนโยนที่มอบให้แก่นางเพียงผู้เดียว
"กฎแห่งฟ้าดินงั้นหรือ?" หลี่มู่เฉินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งท้าทายที่สะเทือนถึงเก้าชั้นฟ้า "สวรรค์กล้าดียังไงมาขีดเส้นทางให้ข้า? หากสวรรค์บอกว่าเราเป็นศัตรู ข้าก็จะคว่ำกระบี่เล่มนี้ฟันฝ่าสวรรค์เสียให้ราบคาบ หากปรภพต้องการตัวเจ้า ข้าก็จะเหยียบย่างลงสู่ขุมนรกภูมิ เพื่อลากตัวพญายมมาคุกเข่าต่อหน้าเจ้า!"
เยี่ยจื่อซีเงยหน้ามองเขาด้วยความตกตะลึง คำพูดที่สามห้าวและท้าทายลิขิตสวรรค์เช่นนี้ มีเพียงหลี่มู่เฉินผู้เดียวในใต้หล้าที่กล้าเอ่ยออกมาอย่างไม่เกรงกลัวฟ้าดิน
"ท่านบ้าไปแล้ว..." นางกระซิบ เสียงสะื้นไห้เจือรอยยิ้มจางๆ ที่งดงามที่สุดในรอบร้อยปี
"ใช่ ข้าบ้า... บ้าเพราะหลงรักสตรีที่ดื้อรั้นที่สุดในสามภพผู้นี้" หลี่มู่เฉินก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่มของนาง "และบัดนี้... ถึงเวลาที่เจ้าต้องเลือกระหว่างการยอมจำนนต่อโชคชะตา... หรือจะร่วมมือกับข้าเพื่อพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินนี้ไปด้วยกัน"
บรรยากาศภายในห้องโتبงพลันทวีความตึงเครียดถึงขีดสุด เมื่อปราณกระบี่ของหลี่มู่เฉินพุ่งทะยานทะลุหลังคาตำหนัก พลังกดดันระดับเทพเซียนแผ่ซ่านไปทั่วทั้งสำนักกระบี่สวรรค์ ทว่าในวินาทีที่เยี่ยจื่อซีอ้าปากเตรียมจะตอบรับคำท้าทายนั้น เสียงระฆังโบราณจากหอคอยมืดมิดเบื้องล่างก็ดังสนั่นหวั่นไหวติดต่อกันถึงเก้าครั้ง
*ก๊องงงงง—! ก๊องงงงง—!*
สีหน้าของหลี่มู่เฉินและเยี่ยจื่อซีเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมในทันที เสียงระฆังเก้าครานี้หมายถึงการประกาศสงครามขั้นสูงสุดจากแดนปรภพ
และก่อนที่พวกเขาจะได้ขยับตัว ประตูหินหนักอึ้งของตำหนักก็ถูกระเบิดออกเป็นจุลด้วยไอทมิฬพวยพุ่ง พร้อมกับร่างของเงาดำนับร้อยที่รายล้อมด้วยอักขระมารสีเลือด ก้าวเข้ามาพร้อมเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงวิญญาณ
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพความรักที่น่าประทับใจเสียจริง ท่านเทพเซียนผู้ยิ่งใหญ่..." น้ำเสียงแหบพร่าและคุ้นเคยดังขึ้นจากกลุ่มเงาทมิฬ พร้อมกับร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากหมอกควัน "น่าเสียดายนัก... ที่วันนี้ 'ว่าที่จ้าวปรภพ' ผู้นี้ จะต้องเดินทางกลับสู่นรกภูมิพร้อมกับข้า... ตามบัญชาของ 'นายเหนือหัว'!"
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางมาในดินแดนแห่งเซียนและมารด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — ชิงเสวี่ยเหมันต์
ศิษย์พี่ใหญ่โปรดเมตตา ข้าไม่อยากเป็นว่าที่จ้าวปรภพ•ตอนที่ 16
คำสารภาพที่ไม่ได้เอ่ย
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์พี่ใหญ่โปรดเมตตา ข้าไม่อยากเป็นว่าที่จ้าวปรภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!