ก้อนเมฆสีโลหิตแผ่ขยายปกคลุมนภากาศเหนือสำนักกระบี่เมฆาอย่างไร้สุ้มเสียง แรงกดดันมหาศาลจากขอบเขตบรรพกาลกดทับจนยอดเขาหลักสั่นสะเทือน โครงสร้างค่ายกลป้องกันนับร้อยชั้นส่งเสียงกรีดร้องราวกับกระจกที่กำลังจะแตกสลาย
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้..."
น้ำเสียงเยือกเย็นของเยี่ยจื่อซีดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน นางยืนอยู่บนระเบียงหยกขาว ชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ต้องลมจนพลิ้วไหว รัศมีกระบี่เยือกแข็งแผ่ออกจากร่างนางจนละอองอากาศรอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีคราม แม้สถานการณ์จะคับขัน แต่นางหาได้มีความหวาดกลัวไม่ ดวงตาคู่หงส์จ้องมองไปยังเบื้องล่างด้วยความเรียบเฉย ดั่งเซียนผู้ตัดขาดจากโลกีย์
หลี่มู่เฉินที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาเบื้องหลังค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของเขาปรากฏประกายกระบี่คมกริบที่สามารถผ่าดาราได้ชั่วพริบตา เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ชายเสื้อคลุมสีดำปักลายเมฆาโบราณสะบัดตามแรงลมปราณที่เริ่มแปรปรวน เขาไม่ได้กล่าวสิ่งใด เพียงแต่เอื้อมมือไปกุมด้ามกระบี่โบราณที่เหน็บอยู่ข้างเอว
"ศิษย์พี่ใหญ่..." เยี่ยจื่อซีหันมามองเขา แววตาที่ปกติเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็ง กลับไหววับด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้น "ตระกูลหลงแห่งแดนบูรพาไม่ได้ยกทัพมาเพียงเพื่อล้างแค้นเรื่องในอดีต แต่พวกมันนำ 'ระฆังวิญญาณโลหิต' สมบัติบรรพกาลมาด้วย ค่ายกลพิทักษ์สำนักคงต้านรับได้อีกไม่เกินสามก้านธูป"
"ต่อให้พวกมันนำระฆังวิญญาณโลหิตมา หรือแม้แต่เงาของยมโลกมาด้วย ก็มิอาจเปลี่ยนชะตากรรมในวันนี้ได้"
หลี่มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบกายดิ่งลงสู่ความหนาวเหน็บ เขาก้าวเดินผ่านหน้านาง กลิ่นอายความตายและวิถีกระบี่อันบริสุทธิ์หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวจนเกิดเป็นคลื่นกระบี่สีนิลแผ่ซ่านออกไป
*ตูม!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม เบื้องหน้าประตูสำนักกระบี่เมฆา ม่านพลังป้องกันชั้นสุดท้ายแหลกสลายเป็นจุล ละอองแสงสีทองกระจายดั่งหิมะโปรยปราย ท่ามกลางกลุ่มควันและฝุ่นผงที่ตลบอบอวล ร่างนับพันในชุดเกราะสีเลือดปรากฏขึ้น กลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งไปทั่วบริเวณราวกับมหาสมุทรแห่งความตาย
ผู้นำทัพคือชายชราผมขาวโพลน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากคมกระบี่ ดวงตาสสีแดงฉานจ้องมองมาที่หลี่มู่เฉินด้วยความอาฆาตมาดร้าย มันคือ "หลงเทียน Shuo" ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตระกูลหลง ผู้ซึ่งสูญเสียบุตรชายไปในเงื้อมมือของหลี่มู่เฉินเมื่อหลายปีก่อน
"หลี่มู่เฉิน! เจ้าเด็กไร้ค่าในวันนั้น วันนี้หนี้เลือดของตระกูลหลงถึงเวลาต้องชำระแล้ว!" เสียงคำรามของหลงเทียนชั่วสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งขุนเขา แรงกดดันระดับเซียนขั้นสมบูรณ์แบบแผ่ขยายออกไปจนเหล่าศิษย์ในสำนักกระบี่เมฆาต่างกระออกมาเป็นเลือด
หลี่มู่เฉินไม่แม้แต่จะชายตามองคู่สนทนา เขาเพียงก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ราวกับกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้าน "คนตระกูลหลง มักมีความสามารถในการเห่าหอนเก่งกาจเช่นนี้เสมอ ตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงรุ่นของเจ้า... น่าเสียดาย ที่ฝีมือกลับสวนทางกับวาจาโดยสิ้นเชิง"
"สามหาว! ตายซะเถอะ!"
หลงเทียนชั่วบันดาลโทสะจนเส้นเลือดปูดโปน มันสะบัดมือเรียก "ระฆังวิญญาณโลหิต" ออกมา ระฆังโบราณขนาดใหญ่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ผิวระฆังเต็มไปด้วยอักขระมารโบราณที่กำลังส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน ทันทีที่มันตีระฆัง คลื่นเสียงสีเลือดพุ่งเข้าใส่หลี่มู่เฉินด้วยความเร็วเหนือแสง ทำลายทุกสิ่งที่ขวางทางให้กลายเป็นผุยผง
*ฉับพลันนั้นเอง!*
เยี่ยจื่อซีขยับกาย นางหายตัวไปจากระเบียงหยกขาวและปรากฏตัวเบื้องหน้าหลี่มู่เฉินในเสี้ยววินาที กระบี่น้ำแข็งในมือวาดออกเป็นวงโค้ง ปรากฏดอกบัวน้ำแข็งยักษ์เก้ากลีบเบ่งบานกลางอากาศ ปะทะกับคลื่นเสียงโลหิตอย่างจัง
*เปรี้ยง!*
แรงปะทะทำให้มิติรอบด้านบิดเบี้ยว เยี่ยจื่อซีถอยหลังไปสามก้าว มุมปากของนางมีคราบเลือดสีชาดไหลซึมลงมาหยดหนึ่ง ทว่าแววตายังคงแน่วแน่ไม่หวั่นไหว นางยืนขวางหน้าหลี่มู่เฉินไว้ ดุจดั่งกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันพังทลาย
"จื่อซี เจ้าไม่จำเป็นต้องทำถึงเพียงนี้" หลี่มู่เฉินเอ่ยเสียงต่ำ มือหนาวางลงบนไหล่บางของนาง ไออุ่นจากปราณเซียนดั้งเดิมไหล
เข้าสู่ร่างของนางเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บทันที
เยี่ยจื่อซีเหลือบสายตากลับมามองเขาเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่ง "ข้าเป็นศิษย์น้องของท่าน... และในเส้นทางบำเพ็ญเพียรนี้ ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาพรากท่านไปจากสายตาข้าเป็นครั้งที่สอง"
หลี่มู่เฉินนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่ด้านชามานานนับร้อยปีกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง เขาพยักหน้ารับเบาๆ
"เช่นนั้น... จงดูให้ดี ว่าวิถีกระบี่ที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร"
ร่างของหลี่มู่เฉินก้าวผ่านนางไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เขายกมือขึ้นช้าๆ นิ้วเรียวยาวแตะลงที่ด้ามกระบี่โบราณ
ในวินาทีนั้น ท้องฟ้าที่เคยถูกย้อมด้วยสีเลือดกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนในพริบตา ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะยานเสียดฟ้า ทำลายล้างเมฆหมอกและแรงกดดันทั้งหมดจนสลายหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย หลงเทียนชั่วที่เคยเกรี้ยวกราดถึงกับใบหน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวอย่างหาที่เปรียบมิได้ เมื่อตระหนักว่าพลังของหลี่มู่เฉินในเวลานี้ ได้ก้าวข้ามขอบเขตที่มนุษย์หรือแม้แต่เซียนทั่วไปจะจินตนาการถึงไปเสียแล้ว
ทว่า ก่อนที่คมกระบี่เล่มนั้นจะถูกชักออกจากฝักอย่างเต็มรูปแบบ พื้นดินเบื้องล่างเท้าของหลี่มู่เฉินกลับปริแตกออก... เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะลุขึ้นมาจากใต้พิภพอย่างไร้สุ้มเสียง ปลายกริชสีดำสนิทอาบยาพิษบรรพกาลพุ่งตรงเข้าสู่จุดตายกลางหลังของเยี่ยจื่อซีโดยไม่มีใครคาดคิด!
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางมาในดินแดนแห่งเซียนและมารด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — ชิงเสวี่ยเหมันต์
ศิษย์พี่ใหญ่โปรดเมตตา ข้าไม่อยากเป็นว่าที่จ้าวปรภพ•ตอนที่ 17
พายุแห่งความแค้น
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์พี่ใหญ่โปรดเมตตา ข้าไม่อยากเป็นว่าที่จ้าวปรภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!