เซฟโซนที่เธอไม่เคยเปิดประตูรับ•ตอนที่ 2

ขีดเส้นแบ่งอาณาเขต

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"ถ้าคุณคิดว่าเส้นกราฟฟิกงี่เง่าพวกนี้จะหลอกตาคณะกรรมการได้ คุณคงประเมินคำว่า 'มืออาชีพ' ต่ำเกินไปแล้วล่ะครับ คุณลินิน" เสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องประชุมใหญ่ โต๊ะประชุมไม้โอ๊คตัวยาวถูกใช้เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างสองแนวคิดที่ไม่มีวันบรรจบกัน บนพื้นผิวมันวาวนั้นเกลื่อนกลาดไปด้วยกระดาษไขและพิมพ์เขียวขนาดใหญ่ที่ถูกกางทับซ้อนกันจนยุ่งเหยิง รณกรยืนกอดอก แว่นสายตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟนีออนคมกริบ ดวงตาคมปลาบจ้องมองร่างบางที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่คิดจะหลบสายตา ลินินแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้ารูปไข่เชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย เธอยกปลายนิ้วเรียวขึ้นเคาะโต๊ะเป็นจังหวะจะโคนราวกับกำลังจับผิดจังหวะหายใจของอีกฝ่าย "มืออาชีพในนิยามของคุณรณกรคงหมายถึง การก้มหน้าก้มตาทำตามสูตรสำเร็จที่เชยสะบัดเมื่อสิบปีที่แล้วสินะคะ" ลินินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนถึงกระดูกดำ "แบบแปลนที่คุณวาดฝันไว้น่ะ มันเหมาะกับพิพิธภัณฑ์โบราณคดีมากกว่าโครงการไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้มอลล์ยุคดิจิทัล ตื่นเถอะครับ... อ๊ะ ขอโทษที พอดีติดปากพูดตามสันดานคนชอบพูดความจริงน่ะค่ะ" เธอจงใจเน้นเสียงคำว่า "ครับ" เลียนแบบน้ำเสียงเย่อหยิ่งของเขาอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความสนุกที่ได้เห็นคิ้วหนาของสถาปนิกหนุ่มกระตุกเข้าหากันเล็กน้อย รณกรขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อขึ้นเป็นสันนูน เขาเกลียดความอวดดีของเธอยิ่งกว่าอะไรดี ผู้หญิงคนนี้มีวิชาตัวเบาหรืออย่างไร ถึงได้เข้ามาปั่นป่วนโลกที่ถูกจัดระเบียบไว้อย่างสมบูรณ์แบบของเขาให้พังทลายลงได้ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ หลังจากที่เงาร่างของเธอปรากฏขึ้นในบริษัทเมื่อวานนี้ พร้อมกับสถานะที่ถูกส่งตรงมาจากเบื้องบน—ที่ปรึกษาพิเศษด้านการตลาดและเจรจาโครงการ ซึ่งถูกส่งมาเพื่อ "คานอำนาจ" กับเขาโดยเฉพาะ "ความร่วมสมัยไม่ได้หมายถึงการรื้อถอนรากเหง้าทิ้งแล้วสร้างกล่องกระจกไร้รสนิยมขึ้นมาแทน คุณลินิน" รณกรก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งเธอ โน้มตัวลงต่ำเล็กน้อยเพื่อกดดันด้วยส่วนสูงและรัศมีอันคุกคาม "พื้นที่ตรงนั้นต้องการความอบอุ่น ความเชื่อมโยงของวิถีชีวิตผู้คน ไม่ใช่ตึกกระจกบ้าพลังที่สะท้อนแสงแดดจนคนเดินถนนตาบอด" "แต่มันขายได้!" ลินินสวนกลับทันทีโดยไม่ถอยร่นแม้แต่นเซนติเมตรเดียว เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ปะปนกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยแตะจมูกรณกรจนเจ้าตัวต้องผะแผ่วลมหายใจ "คุณมันพวกศิลปินตกยุคที่เอาแต่กอดโปรเจกต์กินบุญเก่า ปิดหูไม่ยอมรับฟังเสียงกระเป๋าเงินของผู้บริโภค ถ้าสร้างตามแบบแปลนไดโนเสาร์เต่าล้านปีของคุณ ป่านนี้โครงการคงเจ๊งไม่เป็นท่าตั้งแต่ยังไม่ทันลงเสาเข็มแล้วล่ะค่ะ" บรรยากาศในห้องประชุมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แรงปะทะระหว่างอีโก้สองดวงพุ่งทะยานจนเหมือนมีประกายไฟแลบแปล๊บๆ อยู่ในอากาศ รณกรนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะคำพูดเจ็บแสบของเธอ แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้เกินไปจนเขาสามารถมองเห็นแพขนตางอนงาม และประกายความดื้อรั้นในดวงตาสีนิลคู่สวยนั้นได้อย่างชัดเจน ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้อันตรายต่อจังหวะการเต้นของหัวใจเขาเกินไปแล้ว "ปากเก่งนักนะ" รณกรลดเสียงลงกระซิบ ตาดุคมกริบมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงเขาไม่หยุด "ถ้าฝีปากของคุณมันคมเท่ากับผลงานจริง ผมคงยอมก้มหัวให้... แต่เสียดาย ที่ผ่านมาคุณทำได้แค่ขายฝันบนกระดาษทิชชُّ" "อย่างน้อยความฝันของฉันก็จับต้องได้ และทำกำไรได้มหาศาล มากกว่างานปั้นน้ำตัวเป็นตัวตนของคุณก็แล้วกันค่ะท่านสถาปนิก" ลินินเชิดหน้าตอบ โต้กลับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่เธอเคยใช้มา "ถ้าคุณยังเถียงไม่ออก ก็เชิญนั่งเงียบๆ แล้วเปิดใจเรียนรู้ซะว่าโลกธุรกิจเขาเดินไปถึงไหนกันแล้ว" รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ มือหนายื่นออกไปหยิบม้วนแบบแปลนของเธอขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ ดวงตาคมกวาดมองลายเส้นดิจิทัลที่ออกแบบมาอย่างเฉียบคมและชาญฉลาด ยอมรับตามตรงในใจว่าโครงสร้างที่เธอเสนอมานั้นมีความโดดเด่นและตอบโจทย์ตลาดปัจจุบันอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่ทว่า... ความดื้อรั้นในฐานะหัวหน้าทีมออกแบบทำให้เขาไม่มีวันยอมจำนนใครง่ายๆ "โครงสร้างโซน C นี่คุณเอาสมองส่วนไหนคิด พื้นที่รับน้ำหนักมันเหลื่อมกันอยู่เห็นๆ ถ้าฝนตกหนักลงมา อาคารนี้ได้กลายเป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้งแน่" เขาจงใจชี้จุดบกพร่องเพื่อบลัฟกลับ "ตลกแล้วรณกร!" ลินินร้องเสียงหลง โน้มตัวเข้ามาแย่งม้วนแบบแปลนคืน จนปลายนิ้วเรียวของเธอปัดผ่านหลังมือหนาของเขาโดยบังเอิญ กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วผิวสัมผัสจนรณกรต้องชะงัก ลินินเองก็ชะอักไปชั่ววินาทีเช่นกัน แต่เธอก็รีบดึงสติตัวเองกลับมาแล้วชี้ไปยังจุดที่เขาเพิ่งตำหนิ "ตรงนี้ฉันใส่ระบบระบายน้ำใต้ดินแบบสมาร์ทเดรนเนจไว้แล้วต่างหาก กรุณาใช้แว่นขยายส่องดูให้ดีก่อนจะวิจารณ์งานคนอื่นนะคะ" ทั้งสองคนยืนจ้องหน้ากันเขม็ง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันแปลกประหลาดที่เริ่มกัดกินความตั้งใจเดิม รณกรลดสายลงมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาแจ้วๆ อีกครั้ง ความคิดอยากจะปิดปากคนตรงหน้าด้วยวิธีรุนแรงแอบแล่นเข้ามาในหัวสมองอย่างไม่น่าเชื่อ ชายหนุ่มขบกรามแน่น พยายามดึงสติกลับมาควบคุมสถานการณ์ให้ได้ แต่ทว่าก่อนที่เขาจะได้สวนคำพูดคมคายใดออกไปเพื่อกู้หน้า... *ก๊อกๆๆ* เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อณุญาต ร่างสูงโปรดของประธานกรรมการบริหารก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง และแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มในมือ "อ้าว อยู่กันพร้อมหน้าพอดีเลย ลินิน รณกร ฉันมีข่าวสำคัญจะแจ้ง..." ประธานหนุ่มกวาดตามองทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันเกินความจำเป็นบนโต๊ะประชุม ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "ดูท่าทางพวกคุณคงกำลังระดมความคิดกันอย่าง "ออกรส" สินะ" รณกรผละถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวอย่างเนียนๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยราวน้ำแข็ง ขณะที่ลินินรีบจัดเสื้อสูทเข้ารูปของตัวเองให้เรียบร้อย ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอับอายเล็กน้อยที่ถูกจับภาพจังหวะประชิดตัว "มีอะไรเหรอครับท่านประธาน?" รณกรเอ่ยถามเสียงเรียบ กลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก ประธานกรรมการวางแฟ้มเอกสารลงตรงกลางโต๊ะ แววตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น "บอร์ดบริหารลงมติเป็นเอกฉันท์แล้ว... เราจะยุบโครงการเดิมของพวกคุณทิ้งทั้งหมด แล้วเริ่มโปรเจกต์ใหม่ภายใต้เงื่อนไขเดียว คือ... ให้พวกคุณสองคน "ย้ายเข้าไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน" ที่ไซต์งานจริง เพื่อออกแบบร่วมกันจนกว่างานนี้จะเสร็จสมบูรณ์" สิ้นคำพูดนั้น... รณกรถึงกับเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ส่วนลินินก็อ้าปากค้าง หน้าถอดสีจนซีดเผือกทันที ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ราชันย์หอกทมิฬ" นะครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่เธอไม่เคยเปิดประตูรับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%