"ถ้าโปรเจกต์นี้เริ่มต้นด้วยความมักง่ายตั้งแต่หน้ากระดาษแผ่นแรก ผมแนะนำว่าพวกคุณเก็บเอกสารแล้วเดินกลับออกไปทางประตูเดิมจะดีกว่าครับ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาอับอายขายหน้ากันต่อหน้าคณะกรรมการ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกดังขึ้นกลางห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ บรรยากาศรอบโต๊ะประชุมยาวทำจากไม้วอลนัทนำเข้าอุณหิภูมิลดฮวบลงราวกับติดติดแอร์ติดลบสิบองศา เอกสารในมือของตัวแทนแต่ละบริษัทสั่นระริกโดยไม่ต้องมีสายลมพัดผ่าน
รณกร สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งผู้กุมชะตากรรมการประมูลโปรเจกต์แลนด์มาร์กมูลค่าหมื่นล้าน นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหัวโต๊ะ ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่คมกวาดตามองข้อเสนอของทีมคู่แข่งด้วยความเบื่อหน่าย นิ้วเรียหายาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่น่ากลัวราวกับเสียงนับถอยหลังของระเบิดเวลา
ไม่มีใครกล้าสบตาเขา
ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ยกเว้น... ผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่มุมสุดของฝั่งตรงข้าม
ลินิน ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอกลับมองสถาปนิกหนุ่มจอมเผด็จการด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ก่อนจะค่อยๆ วางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดัง *'กริ๊ก'* ท่ามกลางความเงียบสนิท
"แปลกนะครับ..." ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะ แต่เฉียบคมบาดลึก "สถาปนิกบางคนเก่งกาจถึงขั้นมองทะลุกระดาษ A4 ได้ แต่กลับมองไม่เห็นคุณค่าของงานศิลปะที่แท้จริง... หรือว่าเพราะมาตรฐานในหัวของคุณ มันคับแคบเสียจนรองรับไอเดียที่ก้าวหน้ากว่ากะลาครอบเดิมๆ ไม่ได้กันแน่คะ คุณรณกร"
พรึบ!
ทุกลมหายใจในห้องประชุมแทบหยุดชะงัก รณกรชะงักมือที่กำลังเคาะโต๊ะ ดวงตาสีนิลคมกริบหันขวับมาจ้องมองเจ้าของเสียงทันที รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกจากตัวเขาราวกับสัตว์ป่าที่กำลังถูกลูบคม
นี่คือครั้งแรกที่ทั้งคู่เผชิญหน้ากัน... ในสนามรบที่ไม่มีใครยอมใคร
รณกรหรี่ตาลงเล็กน้อย ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดเข้ารูปก้าวช้าๆ เข้ามาประชิดฝั่งที่ลินินนั่ง มือหนาวางทาบบนโต๊ะโน้มตัวลงไปหาหญิงสาว ดวงตาคมก้มมองคนที่นั่งอยู่เหนือกว่าด้วยความเย่อหยิ่ง
"ปากเก่งดีนี่ครับ..." รณกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ ทว่าก้องกังวานในความเงียบ "แต่ความมั่นใจอย่างไร้รอยต่อแบบนี้ มักจะพังทลายลงมาเป็นเศษแก้วในนาทีสุดท้ายเสมอ... คุณลินิน นักเจรจาต่อรองมือฉกาจที่คิดจะเอาชนะผมด้วยวาทศิลป์กลกลวงตื้นๆ?"
ลินินไม่ถอยแม้แต่เซนติเมตรเดียว เธอยืดหลังตรงเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาในระยะห่างเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางกลิ่นยาสูบจางๆ ลอยปะทะจมูก แต่เธอกลับเลือกที่จะส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงด้วยพิษร้ายกลับไป
"วาทศิลป์จะไร้ค่าก็ต่อเมื่อพูดกับคนที่ใช้แต่อารมณ์เหนือเหตุผลค่ะ คุณรณกร... ถ้าคุณกลัวว่าไอเดียของทีมดิฉันจะไปสั่นคลอนบัลลังก์สถาปนิกผู้ไร้พ่ายของคุณ ก็พูดออกมาตรงๆ เถอะค่ะ ดิฉันจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเอาของดีมาประเคนให้คนตาบอดดู"
น้ำเสียงฉาดฉานและสายตาที่ท้าทายทำเอารณกรถึงกับมุมปากกระตุกเป็นครั้งแรกในรอบปี ผู้หญิงคนนี้กล้าดีอย่างไรถึงมาต่อปากต่อคำกับเขาต่อหน้าบอร์ดบริหารระดับสูง แถมยังกล้าวิจารณ์ผลงานและตัวตนของเขาอย่างไม่ไว้หน้า
"หึ..." รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความท้าทายที่ถูกจุดติด "ปากดีแบบนี้หวังว่าตอนที่ผลคะแนนออก คุณจะยังมีหน้ามานั่งเชิดใส่ผมได้แบบนี้นะครับ"
"ดิฉันไม่เคยต้องใช้หน้าตาในการชนะหรอกค่ะ ใช้สมองล้วนๆ... ต่างจากใครบางคนที่ต้องสร้างกำแพงความเย่อหยิ่งไว้กลบเกลื่อนความกลัวว่าตัวเองจะ ‘แพ้’ ให้กับผู้หญิง" ลินินสวนกลับทันควันอย่างไร้รอยต่อ รอยยิ้มของเธอกล่าวท้าทายจนรณกรแทบอยากจะยื่นมือไปปิดปากช่างเจรจานั่นเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบที่น่ากลัว แต่มันคือแรงเสียดทานทางอารมณ์ที่พุ่งสูงจนทะลุจุดเดือด เคมีระหว่างความซึน ปากร้าย ดื้อรั้นของทั้งคู่ระเบิดออกกลางห้องประชุมจนบอร์ดบริหารแทบไม่กล้ากระดุกกระดิก
รณกรจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยสายตาที่ลึกซึ้งขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นริ้วผ่านความเย็นชาที่เขาเพียรสร้างมาตลอดหลายปี ผู้หญิงคนนี้... ไม่เหมือนใคร และไม่เคยกลัวเขาเลยสักนิด
ในจังหวะที่รณกรกำลังจะเอאะคำพูดเผ็ดร้อนตอบกลับเพื่อดับความพยศของอีกฝ่าย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดต่อกัน
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ประธานกรรมการบริหารของโครงการผู้มีสีหน้าเคร่งเครียดขมวดคิ้ว ก่อนที่ประตูบานใหญ่จะถูกผลักเปิดออกโดยเลขาหน้าตาตื่น
"คุณรณกรครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ ทางฝั่งเจ้าของโครงการหลักสั่งระงับการประมูลกะทันหัน และบุคคลสำคัญที่สุดของโปรเจกต์นี้... กำลังเดินเข้ามาในห้องนี้ตอนนี้ครับ"
รณกรชะงัก ดวงตาคมละจากใบหน้าของลินินชั่วขณะ เขากวาดตามองไปยังร่างของบุคคลที่ก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาใหม่ด้วยความตกใจระคนสงสัย
และเมื่อเงาร่างนั้นปรากฏชัดเจน... ลินินถึงกับหน้าถอดสี ส่วนรณกรก็เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่า "เกม" ที่เขากำลังจะชนะ กำลังจะเปลี่ยนกฎไปตลอดกาล
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดประตูบานแรกไปพร้อมกันนะครับ
เซฟโซนที่เธอไม่เคยเปิดประตูรับ•ตอนที่ 1
ยินดีที่ได้ไม่รู้จัก
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่เธอไม่เคยเปิดประตูรับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
