“ถ้าคิดว่าการทำลายพราวรุ้งจะทำให้พี่วินหันมามองเธอ… เธอกำลังประเมินหัวใจของกวินทร์ต่ำไปมากนะ รินรดา”
เสียงหัวเราะหยันในลำคอของ ‘ธนาธิป’ ดังก้องสะท้อนผนังห้องเก็บเสียงในเลานจ์หรูชั้นใต้ดิน แก้วคริสตัลบรรจุน้ำสีอำพันถูกหมุนวนช้าๆ ในอุ้งมือของชายผู้เป็นศัตรูทางธุรกิจเบอร์หนึ่งของกวินทร์ เขามองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความกระหายชัยชนะ ขณะที่รินรดาไม่แม้แต่จะกะพริบตา นิ้วเรียวเคลือบยาทาเล็บสีแดงสดของเธอกดกระแทกซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มลงบนโต๊ะกระจกสีดำจนเกิดเสียงทึบหนัก
“เรื่องหัวใจของพี่วิน ฉันจัดการเองได้” ริมฝีปากที่แต้มลิปสติกสีเบอร์กันดีเหยียดยิ้มเย็นเยียบ แววตาของหญิงสาวที่เคยฉายความเย่อหยิ่งบัดนี้ถูกกลืนกินด้วยไฟริษยาจนมืดบอด “หน้าที่ของคุณคือเอาไฟล์ตัวเลขประเมินราคาประมูลโครงการ ‘เดอะ ริเวอร์ไซด์ คราวน์’ ชุดนี้ไปตัดหน้าบริษัทของพี่วินซะ ทำให้เขาจนตรอก ทำให้บอร์ดบริหารหมดความไว้ใจในตัวเขา… และที่สำคัญที่สุด”
รินรดาโน้มตัวข้ามโต๊ะ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบเข้มข้นที่แฝงไอเย็นชวนอึดอัดแผ่ซ่าน “ทำให้ทุกคนเชื่อว่า… คนที่ขายข้อมูลนี้ให้คุณ คือนังเลขาฯ หน้าซื่อใจคดคนนั้น”
ธนาธิปเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มพึงใจผุดพรายบนใบหน้าคมคายกร้านโลก “ใส่ร้ายพราวรุ้งงั้นเหรอ? กวินทร์หวงเลขาฯ คนนี้ยิ่งกว่าไข่ในหิน คิดเหรอว่าหลักฐานลอยๆ จะทำให้เขาสะเทือน?”
“มันจะไม่ใช่หลักฐานลอยๆ แน่” รินรดากดเสียงต่ำ ลมหายใจกรุ่นความชิงชัง “ฉันมีรหัสผ่านเข้าคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวของนังพราวรุ้ง ยูเอสบีไดรฟ์ที่โหลดไฟล์ต้นฉบับออกมา ฉันจะเอาไปยัดไว้ในกระเป๋าทำงานของมันในคืนนี้… เมื่อกวินทร์สูญเสียโครงการหมื่นล้าน และพบว่าคนที่หักหลังคือผู้หญิงที่เขากำลังจะมอบหัวใจให้ เขาก็จะไม่เหลือใครอีกนอกจากฉัน… กับคุณพ่อของฉันที่จะยื่นมือเข้าไปอุ้มชูบริษัท”
ประกายความพยาบาทในดวงตาของรินรดาไร้ซึ่งความลังเล หญิงสาวไม่สนใจแล้วว่าบริษัทที่บิดาเธอร่วมก่อตั้งจะบอบช้ำเพียงใด ขอเพียงกำจัดหนามยอกอกอย่างพราวรุ้งให้พ้นทาง และดึงกวินทร์ให้ร่วงหล่นลงมาอยู่ในกำมือของเธอได้ ทุกอย่างย่อมคุ้มค่า
ธนาธิปเอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารขึ้นมา ปลายนิ้วเคาะซองเบาๆ ราวกับกำลังลูบไล้ชัยชนะล่วงหน้า “ตกลงตามนี้… คืนนี้ ตอนสามทุ่ม ระบบรักษาความปลอดภัยของตึกจะมีช่วงรีเซ็ตระบบห้านาทีตามที่คนของเรานัดแนะไว้ อย่าทำให้พลาดล่ะ คุณหนูรินรดา”
รินรดาไม่ตอบ เธอเพียงแต่ลุกขึ้นยืน กรีดกรายเดินออกจากห้องมืดสลัวนั้นไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวของความทรยศที่กำลังจะก่อตัวเป็นพายุลูกใหญ่
***
ในเวลาเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบภายในห้องทำงานชั้นสามสิบสองของบริษัท แสงสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้เห็นใบหน้านวลเนียนของพราวรุ้งที่กำลังคิ้วขมวดมุ่นอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวยาวพรมลงบนแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่ว ทว่าความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายสัปดาห์เริ่มสะท้อนผ่านรอยคล้ำจางๆ ใต้ดวงตากลมโต
“ยังไม่งานเสร็จอีกหรือครับ?”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสอุ่นวาบที่แตะลงบนลาดไหล่บาง พราวรุ้งสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะผ่อนคลายลงเมื่อได้ยินกลิ่นกายประจำตัวของกวินทร์—กลิ่นไม้จันทน์หอมเจือไอสะอาดของสบู่ผู้ชายที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเสมอ
“ท่านประธาน… ยังไม่กลับเหรอคะ?” หญิงสาวรีบหันไปมอง พลางจะขยับตัวลุกขึ้นตามมารยาท แต่ฝ่ามือหนาของเขากลับวางน้ำหนักลงเบาๆ บนไหล่ของเธอ บังคับกลายๆ ให้เธอนั่งอยู่ที่เดิม
“บอกกี่ครั้งแล้วว่าเวลาอยู่กันสองคน ให้เรียกว่าอะไร” กวินทร์โน้มตัวลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งแทบจะเฉียดผ่านไรผมของเธอ ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดพวงแก้มขาวที่เริ่มซับสีเลือดฝาด “...เรียก ‘พี่วิน’ สิครับ พราว”
พราวรุ้งก้มหน้าลง หลบสายตาคมกริบแต่ทว่าเว้าวอนคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก อดีตที่เคยแหลกสลายสั่งให้เธอสร้างกำแพง แต่ผู้ชายคนนี้… กวินทร์ ผู้แสนสุขุมและเย็นชากับคนทั้งโลก กลับใช้ความอบอุ่นที่อ่อนโยนและเย้ายวนกะเทาะกำแพงของเธอออกทีละชั้น
“คุณ… พี่วินคะ พราวกำลังตรวจเช็กตัวเลขประมูลรอบสุดท้ายอยู่นะคะ” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามดึงสติให้อยู่กับงานตรงหน้า “โครงการนี้สำคัญกับบริษัทมาก พราวไม่อยากให้มีความผิดพลาดแม้แต่จุดทศนิยมเดียว”
กวินทร์มองดูแววตามุ่งมั่นของหญิงสาวตรงหน้า นัยน์ตาของเขาอ่อนแสงลงด้วยความเอ็นดูระคนเสน่หาอย่างลึกซึ้ง เขาดึงเก้าอี้ทำงานข้างๆ มานั่งลงใกล้เธอ ใกล้จนหัวเข่าของทั้งคู่แตะกันเบาๆ ชายหนุ่มเอื้อมมือไปจับมือเรียวที่วางอยู่บนเมาส์ ยกขึ้นมาแนบไว้กับฝ่ามืออุ่นจัดของตนเอง นิ้วโป้งของเขาไล้หลังมือเนียนนุ่มอย่างเชื่องช้า ละเมียดละไม ราวกับกำลังปลอบประโลมจิตวิญญาณที่เหนื่อยล้าของเธอ
“พี่รู้ว่าพราวเก่ง และพี่รู้ว่าพราวทุ่มเทแค่ไหน…” กวินทร์สบตากับเธออย่างลึกซึ้ง แววตาของเขาไม่มีแววของเจ้านายผู้ทรงอำนาจหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่พร้อมจะปกป้องผู้หญิงตรงหน้าด้วยชีวิต “แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพี่ไม่ใช่โครงการหมื่นล้านหรอกนะพราว… สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนี่”
เขาดึงมือของเธอไปทาบลงบนแผงอกข้างซ้ายของเขา ที่ซึ่งจังหวะหัวใจของเขากำลังเต้นเป็นจังหวะหนักแน่น มั่นคง
“อย่าแบกทุกอย่างไว้คนเดียว อย่ากลัวว่าตัวเองจะไม่ดีพอ… พี่อยู่ตรงนี้ และพี่เชื่อใจพราวมากกว่าใครในโลกนี้ รู้ไหมครับ?”
คำว่า ‘เชื่อใจ’ ดั่งน้ำทิพย์ชโลมหัวใจที่เคยแห้งแล้งและหวาดระแวงของพราวรุ้ง ปมความรักในอดีตที่เคยถูกคนรักเก่าหักหลังและดูถูกเหยียบย่ำ พลันมลายหายไปเพียงเพราะสัมผัสและแววตาอันมั่นคงคู่นี้ ขอบตาของเธอรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาบางๆ พราวรุ้งพยักหน้าช้าๆ รอยยิ้มหวานละมุนที่หาดูได้ยากปรากฏบนดวงหน้างดงาม
“ค่ะ… พราวจะจำไว้”
กวินทร์ยิ้มตอบ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้โลกทั้งใบของพราวรุ้งสว่างไสว เขายกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมน สัมผัสแผ่วเบานั้นอ้อยอิ่งอยู่ที่พวงแก้มเนียน ก่อนที่สายตาของเขาจะเลื่อนลงมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดลงจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงลมหายใจของกันและกัน
ความใกล้ชิดดึงดูดทั้งสองเข้าหากันอย่างไม่อาจต้านทาน กวินทร์ค่อยๆ โน้มใบหน้าลงไป ริมฝีปากอุ่นจัดแตะลงที่มุมปากของเธออย่างทะนุถนอม ก่อนจะประทับจูบลงบนกลีบปากนุ่มอย่างดูดดื่ม ละมุนละไม ทว่าเป็นประกายไฟที่จุดความต้องการเบื้องลึกในหัวใจให้ลุกโชน พราวรุ้งหลับตาลง ยอมจำนนต่อสัมผัสอันแสนอ่อนหวานที่กำลังร่ายมนตร์สะกดให้เธอลืมเลือนความเจ็บปวดทั้งมวล…
จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์มือถือของกวินทร์บนโต๊ะสั่นสะเทือนขึ้นขัดจังหวะ
ครืด… ครืด…
กวินทร์ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง แววตาแฝงความเสียดายอย่างปิดไม่มิด เขาลูบแก้มเธออีกครั้งก่อนจะกดรับสาย “กวินทร์พูดครับ… อะไรนะ? ทางโรงงานวัสดุมีปัญหางั้นเหรอ? ได้ อีกยี่สิบนาทีผมจะเข้าไปดูเดี๋ยวนี้”
ชายหนุ่มวางสายลง สีหน้ากลับมาเคร่งขรึมในบทบาทของผู้บริหาร เขาหันมาหาพราวรุ้งด้วยสายตาขอโทษ “พี่ต้องออกไปดูหน้างานด่วนที่โกดังบางนา คืนนี้พราวกลับบ้านก่อนเลยนะ ไม่ต้องรอ ไม่ต้องหักโหม เข้าใจไหมครับ?”
“พี่วินรีบไปเถอะค่ะ งานด่วนสำคัญกว่า พราวเซฟไฟล์ชุดนี้เสร็จแล้วก็จะกลับเลยเหมือนกันค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงเข้าใจและห่วงใย
กวินทร์จูบหน้าผากมนของเธอหนักๆ อีกหนึ่งครั้งเพื่อย้ำความรู้สึก ก่อนจะรีบคว้าสูทแล้วก้าวออกจากห้องไป โดยไม่รู้เลยว่า… ปัญหาที่โรงงานนั้น คือหนึ่งในหมากกลลวงที่ถูกจัดฉากขึ้นเพื่อล่อให้เขาออกไปให้พ้นทาง
***
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงยี่สิบเอ็ดนาฬิกาตรง
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมตึกสูงระฟ้า แสงไฟหลักบนชั้นผู้บริหารดับลงตามรอบประหยัดพลังงาน เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสลัวๆ พราวรุ้งเก็บของใส่กระเป๋าสะพายเรียบร้อยแล้ว เธอยกแก้วกาแฟเดินไปยังห้องแพนทรีเพื่อล้างเก็บ
ทันใดนั้น เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเบาๆ แต่มีจังหวะที่รีบร้อนก็ดังแว่วมาจากโถงทางเดินด้านนอก
พราวรุ้งชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบ เวลานี้พนักงานทุกคนควรจะกลับบ้านไปหมดแล้ว และระบบคีย์การ์ดของชั้นนี้ถูกจำกัดสิทธิ์เฉพาะผู้บริหารระดับสูงกับเธอเท่านั้น เธอค่อยๆ ก้าวออกจากห้องแพนทรี หลบอยู่หลังมุมเสาต้นใหญ่ แล้วมองไปยังหน้าโต๊ะทำงานของตัวเอง
ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสสีดำสนิทกำลังยืนก้มๆ เงยๆ อยู่ที่โต๊ะทำงานของเธอ!
แสงจากหน้าจอมือถือส่องสว่างให้เห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างอย่างชัดเจน… รินรดา!
หญิงสาวกำลังใช้การ์ดพิเศษบางอย่างเปิดลิ้นชักโต๊ะของพราวรุ้ง จากนั้นจึงหยิบแฟลชไดรฟ์สีเงินขนาดเล็กและซองเอกสารที่มีตราประทับของบริษัทคู่แข่งสอดเข้าไปในช่องลับใต้กระเป๋าเอกสารสำรองของพราวรุ้งอย่างรวดเร็ว มือของรินรดาสั่นเทิ้มด้วยความตื่นเต้นปนหวาดระแวง แต่แววตากลับสะท้อนความสะใจอย่างบ้าคลั่ง
พราวรุ้งยืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึก ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นสู่ขั้วหัวใจ เธอเข้าใจทุกอย่างในเสี้ยววินาที… โครงการประมูล ข้อมูลรั่วไหล และสิ่งที่รินรดากำลังทำอยู่ตอนนี้คือการ ‘จัดฉาก’ ป้ายความผิดทั้งหมดมาที่เธอ!
พราวรุ้งกำหมัดแน่น ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความเจ็บแค้น เธอจะไม่ยอมเป็นเหยื่อให้ใครมาเหยียบย่ำเหมือนในอดีตอีกต่อไป หญิงสาวสูดหายใจลึก กำลังจะก้าวออกไปเผชิญหน้าและกระชากหน้ากากของรินรดาคาหนังคาเขา
ทว่า… ยังไม่ทันที่ฝีเท้าของเธอจะก้าวพ้นเงามืด ประตูลิฟต์ผู้บริหารด้านหลังกลับส่งเสียงสัญญาณเตือน พร้อมกับบานประตูที่เปิดออกอย่างกะทันหัน!
พราวรุ้งหันขวับไปมอง รินรดาสะดุ้งสุดตัวหันมาทางเดียวกันด้วยความตื่นตระหนก
แต่คนที่ก้าวออกมาจากลิฟต์ในเวลานี้ กลับไม่ใช่กวินทร์…
ชายวัยกลางคนร่างท้วมในชุดสูทภูมิฐาน ผู้เป็นพ่อของรินรดาและเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของบริษัท ก้าวออกมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและตำรวจนอกเครื่องแบบอีกสองนาย สายตาของชายสูงวัยมองตรงมายังโต๊ะทำงานที่เกิดเหตุด้วยความดุดันและเตรียมการไว้ล่วงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ
“จับตาดูให้ดี… คืนนี้เราได้รับแจ้งว่ามีหนอนบ่อนไส้กำลังขโมยความลับของบริษัท!” เสียงของท่านรองประธานดังก้องไปทั่วชั้นที่เงียบสงัด ชี้ตรงมายังพื้นที่โต๊ะทำงานที่มีเอกสารลับเปิดอ้าอยู่
รินรดาแสร้งกรีดร้องเบาๆ ก่อนจะรีบถอยฉากออกไปทำทีเป็นผู้บริสุทธิ์ที่เพิ่งเดินเข้ามาเจอ ขณะที่สายตาทุกคู่—รวมถึงปลายกระบอกเสียงแห่งความผิดบาปที่ถูกจัดฉากขึ้น กำลังหันเหพุ่งตรงมายังจุดที่พราวรุ้งยืนอยู่เพียงลำพังในเงามืดอย่างไร้ทางหนีรอด!
***
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกผ่านตัวอักษรไปกับละอองดาวเดือนเก้านะคะ
รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 26
แผนการร้ายที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!