รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 25

บทเรียนแห่งความรัก

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
"คุณกวินทร์คะ... เอกสารสัญญาฉบับนี้ ดิฉันแก้ไวกราวท์ตามเงื่อนไขของฝั่งคุณรินรดาแล้ว แต่ตรงข้อกำหนดเรื่องส่วนแบ่งกำไรระยะยาว... ดิฉันคิดว่าเราควรทบทวนใหม่อีกสักรอบนะคะ" เสียงหวานเจือความเหนื่อยล้าเล็กน้อยดังขึ้นในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มวลนุ่มนวลจากโคมไฟตั้งโต๊ะช่วยขับบรรยากาศให้คืนนี้ดูเป็นส่วนตัวเกินกว่าจะพูดคุยแค่เรื่องงาน พราวรุ้งยืนถือแฟ้มหนังสีดำแนบอก ปลายเรียวนิ้วกุมสันแฟ้มไว้แน่นจนข้อตولนขาวซีด กวินทร์เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแล็ปท็อป ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตา (ที่เขาใส่เฉพาะเวลาทำงานดึกๆ) กวาดมองร่างบางที่ยืนสั่นน้อยๆ ด้วยความประหม่า เขาไม่ได้ตอบทันที แต่กลับปิดฝาแล็ปท็อปลงอย่างเชื่องช้า เสียงกระทบเบาๆ นั้นกลับดังสะท้อนก้องในความเงียบ "คุณนั่งลงก่อนสิครับ... เอ๊ย... รุ้งนั่งลงก่อนนะฃะ..." กวินทร์ชะงักเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้คำติดปาก ก่อนจะแก้ไขด้วยรอยยิ้มอบอุ่นที่มุมปาก "ผมหมายถึง... นั่งลงเถอะค่ะ พราวรุ้ง คุณยืนเครียดแบบนี้มาตั้งแต่สองทุ่มแล้วนะ" พราวรุ้งลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้เธอจะคุ้นเคยกับการทำงานร่วมกับเขามาแรมปี แต่ทุกครั้งที่เขาใช้สรรพนามและน้ำเสียงอ่อนโยนแบบนี้ หัวใจเจ้ากรรมก็มักจะเต้นผิดจังหวะเสมอ เธอนั่งลงบนเก้าอี้หนังฝั่งตรงข้าม วางแฟ้มเอกสารลงอย่างระมัดระวัง "รุ้งคิดว่า... เรื่องของรินรดา..." เธอยังไม่ทันพูดจบประโยค กวินทร์ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวใหญ่ เดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่ข้างกายเธอ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาลอยแตะจมูก จนพราวรุ้งต้องรีบเบือนหน้าหนีไปมองวิวยามค่ำคืนนอกกระจกใส "รินรดาเป็นแค่นักลงทุน และเป็นคู่ค้าทางธุรกิจ" กวินทร์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล แต่หนักแน่นพอที่จะลบล้างความระแวงในใจของหญิงสาว "แต่คุณ... พราวรุ้ง คือคนสำคัญที่สุดในชีวิตของผม ทั้งเรื่องงาน และ... เรื่องส่วนตัว" มือหนาเอื้อมมาสัมผัสหลังมือเรียวที่วางอยู่บนตักเบาๆ ความอุ่นซ่านที่ส่งผ่านผิวสัมผัสทำให้พราวรุ้งสะดุ้งเล็กน้อย เธออยากจะดึงมือกลับตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว—ปมในอดีตที่เคยถูกทิ้งไว้กลางทางยังคงกรีดร้องอยู่ในใจว่าความรักมักมาพร้อมกับความเจ็บปวดเสมอ—แต่ทว่า... สัมผัสของกวินทร์ช่างอ่อนโยนและทะนุถนอม ราวกับเขากำลังถือแก้วใสตราตรึงที่เปราะบางที่สุดในโลก "คุณกำลังกลัวอะไรอยู่หรือครับ หืม?" กวินทร์ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นพรม เพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยหลังมือเธอเบาๆ อย่างปลอบประโลม "ผมรู้ว่าที่ผ่านมา... คุณต้องแบกรับอะไรไว้บ้าง รุ้ง... เราทำงานด้วยกัน เรียนรู้กันและกันมามากพอที่จะรู้ว่า ความรักไม่ใช่เรื่องของการครอบครอง แต่มันคือการปรับจูนความเข้าใจ" "แต่รินรดาเธอเพียบพร้อมกว่ารุ้งหลายเท่า..." พราวรุ้งหลบตา หยดน้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตาคู่สวยอย่างน่าสงสาร ความน้อยเนื้อต่ำใจที่สะสมมานานถูกระบายออกมาผ่านน้ำเสียงสั่นเครือ "เธอดึงดูด เหมาะสม และยืนอยู่เคียงข้างคุณในสังคมชั้นสูงได้ดีกว่าเลขาธรรมดาๆ อย่างรุ้ง ตั้งเยอะค่ะ" กวินทร์ถอนหายใจเบาๆ ด้วยความเอ็นดู เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนเข่าของเขาสัมผัสกับเก้าอี้ที่เธอนั่ง มือทั้งสองข้างกุมมือของเธอไว้แน่นขึ้น ดวงตาคมคายมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยหยดน้ำตา "ฟังผมให้นะครับพราวรุ้ง..." น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลัง ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ "ผมไม่ได้ต้องการผู้หญิงที่เพียบพร้อมในสายตาคนอื่น แต่ผมต้องการคนที่ทำให้ผมรู้สึกว่า... 'บ้าน' ที่แท้จริงหน้าตาเป็นอย่างไร และสำหรับผม บ้านหลังนั้น... มีชื่อว่าพราวรุ้ง คนเดียวเท่านั้น" คำพูดนั้นราวกับค้อนทุบลงบนกำแพงน้ำแข็งที่พราวรุ้งสร้างขึ้นเพื่อป้องกันหัวใจ กำแพงทลายลงในพริบตา ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วสรรพang ความรู้สึกผิดหวังในอดีตถูกชะล้างด้วยความจริงใจที่สัมผัสได้จากแว่นตาและอ้อมกอดที่เขากำลังจะมอบให้ พราวรุ้งสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวในอก เธอมองหน้าชายหนุ่มผู้กุมหัวใจเธอไว้ทั้งดวง ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือออกไปแตะแก้มสากของเขาเบาๆ เป็นครั้งแรกที่เธอเป็นฝ่ายเริ่มเข้าหา เป็นครั้งแรกที่เธอเลือกจะทลายกำแพงและเรียนรู้ที่จะเชื่อใจเขาอีกครั้ง "ถ้าอย่างนั้น... คุณต้องสัญญาค่ะ ว่าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำให้เราต้องลังเลใจอีก" น้ำเสียงของเธอแม้จะยังสั่น แต่ก็มีความเด็ดเดี่ยวซ่อนอยู่ กวินทร์ยิ้มกว้างด้วยความโล่งใจและดีใจ เขากุมมือเธอที่แนบอยู่บนแก้มของเขาไว้ กดจูบเบาๆ ลงบนฝ่ามือเรียวอย่างลึกซึ้งและเย้ายวน "ผมสัญญาครับ... ด้วยเกียรติของกวินทร์คนนี้" บรรยากาศในห้องทำงานเงียบสงบลงอีกครั้ง ทว่าความร้อนรุ่มและแรงดึงดูดระหว่างคนทั้งคู่กลับทวีความรุนแรงขึ้น กวินทร์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มใบหน้าลงมาหาหญิงสาวช้าๆ เปิดโอกาสให้เธอถอยหนี แต่พราวรุ้งกลับเลือกที่จะหลับตาลง หลับพริ้มรอรับสัมผัสที่เธอโหยหา ริมฝีปากอุ่นร้อนกำลังจะทาบทับลงมาเพื่อผนึกคำสัญญาแห่งรัก... ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่เปิดผางเข้ามาโดยไม่รออนุญาต ร่างเพรียวระหงของรินรดาก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยیอยิ่งในมือถือกล่องอาหารหรูหรา แต่รอยยิ้มนั้นกลับแข็งค้างทันที เมื่อเห็นภาพกวินทร์และพราวรุ้งยืนแนบชิดกันในระยะประชิดตัว ชนิดที่เรียกว่าลมหายใจแทบจะรดกัน ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกผ่านตัวอักษรไปกับละอองดาวเดือนเก้านะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%