รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 2

ความเงียบหลังพายุ

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“คุณจะวางแผนทำเป็นลืมเรื่องเมื่อคืนหรือเปล่าคะ?” คำถามนั้นหลุดออกจากปากพราวรุ้งในวินาทีที่เธอตัดสินใจหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับแผ่นหลังกว้างที่กำลังจัดกระดุมเสื้อเชิ้ตอย่างใจเย็น เสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าในใจกลับเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก กวินทร์หยุดมือที่กระดุมเม็ดสุดท้าย เขายังไม่หันกลับมามองเธอ แต่ความเงียบที่ปกคลุมห้องทำงานอันหรูหราในช่วงเวลาก่อนรุ่งสางนั้น กลับหนักอึ้งและเต็มไปด้วยมวลอารมณ์ที่ยังคงค้างคา “ผมเป็นนักธุรกิจ คุณพราวรุ้ง” กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ราบเรียบจนน่าใจหาย เขาทิ้งช่วงเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมา ดวงตาคมกริบสีนิลนั้นจดจ้องใบหน้าของเลขาฯ สาวที่เพิ่งผ่านพ้นคืนอันเร่าร้อนมาด้วยกัน “และนักธุรกิจที่ดี ต้องรู้จักจัดการกับ ‘สิ่งที่ไม่เป็นผลดี’ ต่อภาพลักษณ์ของบริษัทให้จบลงภายในห้องนี้” พราวรุ้งกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศดูจะพ่ายแพ้ให้กับความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ คำพูดนั้น... มันคือกำแพงที่เขาสร้างขึ้นมาปิดกั้นความสัมพันธ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขาเลือกที่จะตีตรามันว่าเป็นความผิดพลาด หรือเป็นเพียงเครื่องมือที่ต้องกำจัดทิ้ง “เข้าใจแล้วค่ะ” เธอตอบรับเบาๆ พยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่นเครือ “งั้นเรื่องรายงานการประชุมของกลุ่มบริษัทเอสซีจี ดิฉันจะนำไปวางไว้บนโต๊ะของคุณก่อนแปดโมงนะคะ” เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป แต่ทว่า... สัมผัสอบอุ่นที่ข้อมือกลับรั้งเธอไว้ กวินทร์ดึงตัวเธอให้หันกลับมาแรงพอประมาณจนร่างระหงปะทะเข้ากับอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นไม้หอมอ่อนๆ จากตัวเขาทำให้พราวรุ้งแทบจะขาดใจ ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างขึ้นพังทลายลงในพริบตาเมื่อมือหนาเชยคางเธอขึ้นมา “พราว...” เขาเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่เบาหวิว ราวกับกำลังกดข่มความรู้สึกบางอย่างไว้ลึกสุดหัวใจ “อย่าทำให้ผมต้องพูดคำว่า ‘ลืม’ ซ้ำสอง เพราะถ้าคุณยิ่งพยายามขุดคุ้ย ผมจะยิ่งทำให้คุณลืมไม่ลง” คำขู่กึ่งคำเตือนนั้นส่งผลให้พราวรุ้งชะงัก สายตาของเขาไม่ใช่สายตาของเจ้านายที่เย็นชา แต่มันคือสายตาของชายหนุ่มที่กำลังหวงแหนความลับบางอย่างที่เขาไม่พร้อมจะเปิดเผยต่อโลกภายนอก “ฉันเป็นเลขาของคุณ กวินทร์” เธอเน้นย้ำคำเรียกขานที่เปลี่ยนไป “หน้าที่ของฉันคือการรับใช้คุณในฐานะเจ้านาย... และนั่นคือสิ่งที่ฉันจะทำ” เธอก้าวถอยออกมาจากการเกาะกุมของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้มหยิบกระเป๋าและจัดระเบียบเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ด้วยท่าทีที่สงบนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะเปิดประตูห้องทำงานออกไป เสียงหนึ่งก็ขัดขึ้น “วันนี้มีนัดทานมื้อเที่ยงกับรินรดา ผมอยากให้คุณเตรียมข้อมูลเรื่องที่ดินแปลงใหม่ให้พร้อม... เธอต้องการความมั่นใจมากเป็นพิเศษ” คำว่า ‘รินรดา’ เปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่สาดลงบนใจของพราวรุ้ง ความอบอุ่นที่ได้รับเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น รินรดา คือลูกสาวของผู้ถือหุ้นใหญ่ และเป็นผู้หญิงที่ประกาศตัวชัดเจนว่าเธอคือ ‘ว่าที่คู่หมั้น’ ของกวินทร์ ทุกย่างก้าวที่พราวรุ้งเดินออกมาจากห้องทำงานนั้น เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังก้าวไปสู่สมรภูมิที่ไม่มีวันชนะ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงสายของวัน ขณะที่พราวรุ้งกำลังนั่งตรวจสอบเอกสารด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เสียงเคาะประตูห้องทำงานเลขาก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างระหงที่เดินเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต รินรดาอยู่ในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง ดวงตาคมกริบมองสำรวจพราวรุ้งตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูแคลน “เช็คให้ดีนะว่าเสื้อผ้าคุณน่ะ... ไม่มีรอยยับแปลกๆ ติดมา” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามีรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก “กวินทร์น่ะเขาเกลียดคนที่ไม่รู้จักกาลเทศะที่สุด โดยเฉพาะพวกที่หวังจะปีนป่ายขึ้นไปสูงกว่าตำแหน่งงานของตัวเอง” พราวรุ้งเงยหน้าขึ้น สบตาคู่สนทนาอย่างไม่เกรงกลัว “คุณรินรดามีธุระอะไรหรือเปล่าคะ ถ้าจะเข้ามาเตือนเรื่องมารยาท ดิฉันว่าคุณอาจจะใช้เวลาตรงนี้ไปคุยกับคุณกวินทร์โดยตรงน่าจะเหมาะกว่าค่ะ” รินรดาแค่นหัวเราะ เดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมฉุนกึก “ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเขาเยอะ... โดยเฉพาะเรื่องที่เขากำลังทำตัวลับๆ ล่อๆ กับใครบางคนในบริษัทนี้” หัวใจของพราวรุ้งหล่นวูบ แต่นิ่งค้างไว้ด้วยความเยือกเย็นที่เธอสะสมมาตลอดทั้งชีวิตก่อนจะเอ่ย “ถ้าดิฉันเป็นคุณ ดิฉันจะไม่มาเสียเวลากับเลขานะคะ เพราะความลับของเจ้านาย... เลขาอย่างดิฉันเก็บได้ดีกว่าที่ใครจะนึกออก” รินรดาสะอึกไปเล็กน้อยก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้อง ทิ้งให้พราวรุ้งทรุดตัวลงบนเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้า เธอเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานออก หยิบกรอบรูปใบเล็กที่ซ่อนอยู่ข้างในออกมา ในรูปนั้นมีเพียงเงาจางๆ ของคนสองคนที่ยืนอยู่ใต้แสงจันทร์เมื่อนานมาแล้ว... ความลับที่เธอยังไม่กล้าเปิดเผย และความจริงที่เธอกำลังจะถูกทำลาย ทว่าในวินาทีที่เธอคิดว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยการทำงานที่ไร้ความรู้สึก เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันลับในมือถือก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากหมายเลขที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง หากแต่ข้อความนั้นทำให้พราวรุ้งถึงกับหน้าถอดสีจนมือไม้สั่น ‘ฉันเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นในห้องนั้น... รวมทั้งเรื่องที่คุณพยายามจะเก็บซ่อนไว้จากอดีตด้วย ถ้าไม่อยากให้กวินทร์รู้ว่าคุณคือใคร... เย็นนี้ไปพบฉันที่หลังบริษัท ห้ามบอกใครเด็ดขาด’ พราวรุ้งมองหน้าจอที่ดับมืดไปแล้วด้วยความหวาดหวั่น เธอหันไปมองประตูห้องทำงานของกวินทร์ที่ปิดสนิท เธอไม่รู้เลยว่าใครคือคนที่กำลังจ้องมองเธออยู่ และหากเรื่องในอดีตถูกเปิดเผยขึ้นมา ความสัมพันธ์ที่เปราะบางนี้จะพังทลายลงไปพร้อมกับชีวิตการทำงานของเธอหรือไม่ ทุกอย่างที่เธอกำลังพยายามรักษาไว้ กำลังจะสูญสิ้นไปในพริบตา... หรือนี่คือบทลงโทษของโชคชะตาที่บังอาจท้าทายกฎเกณฑ์แห่งความรักที่ไม่มีวันสมหวัง ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเงียบงันที่แฝงไปด้วยอันตรายนี้ไปพร้อมกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%