“ถ้าความพยายามของฉันมันไร้ค่าในสายตาคุณขนาดนั้น... งั้นเราก็มาดูกันว่า ถ้าคุณไม่เหลืออะไรเลย คุณจะยังหยิ่งผยองได้อีกนานแค่ไหน กวินทร์”
รินรดากระแทกแก้วไวน์ราคาแพงลงบนโต๊ะหินอ่อนจนเกิดเสียงดังสนั่น เสียงของเหลวสีแดงฉานกระฉอกเปรอะเปื้อนกระดาษสัญญาสำคัญบนโต๊ะ แต่หญิงสาวกลับไม่สนใจแม้แต่น้อย ดวงตาที่เคยหวานเชื่อมบัดนี้สั่นระริกด้วยแรงโทสะที่สั่งสมมานานจนกลายเป็นความด้านชา เธอจ้องมองใบหน้าคมสันของชายหนุ่มที่ยืนหันหลังให้เธออยู่ริมหน้าต่างบานสูงที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน
กวินทร์ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เขาเพียงแค่สูดลมหายใจลึก กลิ่นอายความเย็นชาที่เขาแผ่ออกมานั้นรุนแรงยิ่งกว่าพายุที่กำลังก่อตัวในใจของรินรดา
“คุณดื่มหนักไปแล้วนะริน กลับไปพักผ่อนเถอะ เรื่องที่ตกลงกันไว้ ผมจะถือว่าผมไม่ได้ยิน”
“ไม่ได้ยินงั้นเหรอ?” รินรดาเค้นหัวเราะ เสียงของเธอกลายเป็นความแหบพร่า “คุณมองข้ามฉันไปเหมือนเป็นแค่อากาศธาตุมาตลอดใช่ไหม กวินทร์! ทั้งที่ฉันทำทุกอย่างเพื่อบริษัทนี้ เพื่อคุณ! แต่สุดท้ายคนที่คุณเลือกจะยืนเคียงข้างกลับเป็นแค่เลขาฯ กระจอกๆ ที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างพราวรุ้ง!”
กวินทร์หมุนตัวกลับมาช้าๆ ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งมาที่เธอ ไม่มีร่องรอยของความเห็นใจ มีเพียงความผิดหวังที่ฉายชัด “พราวรุ้งไม่เคยทำอะไรผิด และคุณก็ไม่มีสิทธิ์จะดูถูกใครแบบนั้น ริน... ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันจบลงตั้งแต่วันที่คุณตัดสินใจใช้เล่ห์เหลี่ยมทำลายความเชื่อใจของผมแล้ว”
รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เธอหัวเราะร่าออกมาอย่างคนสติแตก มือเรียวบางสั่นเทาขณะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา นิ้วเรียวไล่กดส่งข้อความบางอย่างออกไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว
“ถ้าฉันไม่ได้ครอบครอง... ก็อย่าหวังว่าจะมีใครได้ยืนเคียงข้างคุณในฐานะผู้ชนะเลย”
เธอเดินเฉียดผ่านเขาไป กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เคยหอมหวานบัดนี้กลับให้ความรู้สึกฉุนกึกจนน่าสะอิดสะเอียน กวินทร์นิ่งอึ้ง เขาพยายามจะคว้าแขนเธอไว้ แต่เสียงเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงเขาก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน
ข้อความจากเลขาฯ ส่วนตัวที่ดูแลโปรเจกต์ใหญ่ของบริษัทส่งมาสั้นๆ แต่ทำเอาหัวใจของเขาแทบหยุดเต้น
*[กวินทร์ครับ ข้อมูลลับของบริษัทหลุดออกไปถึงมือคู่แข่งแล้ว และดูเหมือนมีการยักย้ายถ่ายเทหุ้นในชื่อคุณอย่างผิดปกติในตลาดหลักทรัพย์ตอนนี้... ผมว่าเรากำลังถูกเล่นงานหนักเข้าแล้วครับ]*
กวินทร์รีบวิ่งไปเปิดคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงาน ตัวเลขสีแดงสดบนหน้าจอกราฟหุ้นที่ดิ่งเหวทำเอาความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เขาเพิ่งรู้ตัวว่ารินรดาไม่ได้เพียงแค่ขู่ แต่เธอใช้โอกาสในช่วงที่เขามัวแต่ใส่ใจกับเรื่องส่วนตัวและพราวรุ้ง วางแผนกัดกินรากฐานบริษัทที่เขาสร้างมากับมือจนเกือบหมดสิ้น
ในขณะเดียวกัน ที่คอนโดมิเนียมหรู พราวรุ้งกำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟา ตัวเลขในหน้าจอมือถือของเธอแจ้งเตือนสายที่ไม่ได้รับนับสิบสายจากกวินทร์ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่หัวใจ เธอไม่รู้ว่าเหตุการณ์ข้างนอกนั่นกำลังลุกลามใหญ่โตเพียงใด รู้เพียงแค่ว่าความลับที่เธอเคยปกปิดไว้เกี่ยวกับอดีตของครอบครัว กำลังถูกคนบางคนขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าสาธารณชน
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูในยามดึกสงัดทำให้พราวรุ้งสะดุ้งสุดตัว เธอค่อยๆ ย่องไปส่องที่ตาแมว แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
ไม่ใช่กวินทร์... ไม่ใช่พนักงานส่งของ... แต่เป็นบุคคลที่เธอคิดว่าไม่ควรจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้เด็ดขาด
รินรดายืนอยู่หน้าห้อง แสงไฟทางเดินสลัวทำให้ใบหน้าของเธอแลดูเหมือนปีศาจที่กำลังถือมีดอาบยาพิษ ในมือของเธอกำซองเอกสารสีน้ำตาลไว้แน่น ดวงตาที่เคยสวยสง่าบัดนี้มีเพียงความมืดดำที่พร้อมจะฉุดทุกคนลงเหวไปกับเธอ
“เปิดประตูสิ พราวรุ้ง...” เสียงของรินรดาดังลอดผ่านบานประตูเข้ามา มันแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสะใจ “ถ้าเธออยากรู้ว่าทำไมกวินทร์ถึงกำลังจะสูญเสียทุกอย่าง... ก็เปิดประตูออกมาดูความพินาศของตัวเองเดี๋ยวนี้!”
มือของพราวรุ้งสั่นระริกขณะเอื้อมไปแตะกลอนประตู เธอรู้ดีว่าหากเปิดประตูบานนี้ออกไป ชีวิตของเธอและกวินทร์จะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกตลอดกาล แต่น้ำตาที่ร่วงเผาะลงมากลับกลายเป็นความเข้มแข็งบางอย่างที่พุ่งขึ้นมาในอก
เธอหมุนกลอนประตูช้าๆ ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรบ
ละอองดาวเดือนเก้าซาบซึ้งใจและขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางของตัวละครเหล่านี้ไปพร้อมกันนะคะ
รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 40
รินรดาสิ้นหนทาง
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!