รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 39

ช่วงเวลาแห่งความสุขสั้นๆ

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“คุณรุ้ง... จะหนีความจริงไปตลอดแบบนี้ไม่ได้หรอกนะคะ” เสียงกระซิบแผ่วเบาของรินรดาในโถงทางเดินวันนั้น ยังคงก้องสะท้อนอยู่ในความรู้สึกของพราวรุ้งไม่จางหาย ภาพแววตาสับสนของกวินทร์ในวินาทีที่เขาสบตากับเธอผ่านเงาสะท้อนของกระจกเงา ยังคงเป็นเสี้ยนหนามที่ทิ่มแทงหัวใจดวงน้อยให้ชาหนึบ แต่ทว่าในชั่วโมงนี้ ความทรงจำเหล่านั้นกลับถูกบดบังด้วยไออุ่นจากสัมผัสที่แผ่ซ่านอยู่รอบกาย ภายในบ้านพักตากอากาศส่วนตัวริมหน้าผาที่เงียบสงัด กวินทร์ไม่ได้เอ่ยถึงเหตุการณ์เมื่อวานแม้แต่คำเดียว เขาทำเพียงแค่คว้ามือของพราวรุ้ง พาเธอหนีจากความวุ่นวายในเมืองหลวงมาสู่ความเงียบเชียบที่เขาสร้างขึ้นราวกับต้องการขีดเส้นกั้นโลกทั้งใบเหลือเพียงแค่คนสองคน “ทำไมคุณถึงเงียบไป?” กวินทร์เอ่ยถามขณะที่เขากำลังสาละวนกับการจัดเตรียมมื้อค่ำง่ายๆ ในครัวเปิดโล่ง กลิ่นหอมจางๆ ของไวน์แดงและเครื่องเทศอบอวลไปทั่วห้อง เขาวางแก้วไวน์ลงข้างตัวเธอ ดวงตาคมเข้มที่เคยดูเย็นชาเวลาอยู่ในที่ทำงาน บัดนี้กลับอ่อนแสงลงจนเกือบจะเป็นความละมุนที่พราวรุ้งไม่เคยสัมผัสได้จากเขามาก่อน พราวรุ้งวางแก้วไวน์ลงอย่างเชื่องช้า สายตาเธอมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นผืนน้ำทะเลสีครามเข้มยามตะวันตกดิน “ฉันแค่สงสัยว่า... การที่เราหนีมาที่นี่ มันช่วยให้เราลืมสิ่งที่เกิดขึ้นไปได้จริงๆ หรือคะ” กวินทร์เดินเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเขาแนบชิดกับความรู้สึกของเธอ เขาหยิบผ้ากันเปื้อนออกแล้วโน้มตัวลงมา กลิ่นกายสะอาดสะอ้านของน้ำหอมยี่ห้อโปรดผสมกับไออุ่นของเตาอบทำให้พราวรุ้งเผลอตัวหายใจติดขัด “ผมไม่ได้พาคุณมาเพื่อลืมรุ้ง ผมพาคุณมาเพื่อเตือนให้ตัวเองจำ... ว่าชีวิตที่ไม่มีความกดดันจากคนอื่น มันมีค่าแค่ไหน” เขาก้มลงกระซิบข้างใบหู ความใกล้ชิดนี้สั่นคลอนหัวใจพราวรุ้งจนแทบต้านทานไม่ไหว มือหนาเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เขามอบให้นั้นนุ่มนวล ราวกับเขากำลังประคับประคองแก้วคริสตัลที่เปราะบางที่สุดในชีวิต “ในตอนนี้ ไม่มีรินรดา ไม่มีงานกองโต ไม่มีแม้แต่ความระแวง” เขาพึมพำ ก่อนจะประทับจูบลงบนขมับของเธอ “มีแค่คุณกับผมเท่านั้น... ได้ไหมครับที่รัก?” คำว่า ‘ที่รัก’ ที่หลุดออกมาจากปากเขาทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ พราวรุ้งหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างระหว่างกันแทบจะเหลือศูนย์ ดวงตาของกวินทร์เต็มไปด้วยความโหยหาที่เขาพยายามปิดบังไว้ภายใต้หน้ากากของผู้บริหารผู้เยือกเย็นเสมอมา “คุณทำแบบนี้ เพราะคุณรู้สึกผิด... หรือเพราะคุณต้องการฉันจริงๆ กันแน่คะ?” พราวรุ้งถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า แม้จะรู้ดีว่าคำตอบอาจจะทำลายช่วงเวลาแสนหวานนี้ลง กวินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาไหววูบราวกับมีพายุพัดผ่านในใจ เขาไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่กลับรั้งร่างของเธอเข้ามาในอ้อมกอด สัมผัสโอบกอดนั้นแน่นและมั่นคง ราวกับต้องการยืนยันว่าเขาจะไม่ปล่อยให้เธอหลุดมือไปไหน เขาฝังใบหน้าลงกับซอกคอของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงนั้นจนเธอรู้สึกถึงความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย “รุ้ง...” เขาเรียกชื่อเธอด้วยเสียงแหบพร่า “อย่าถามในสิ่งที่คำตอบมันอยู่ในอ้อมกอดนี้เลยนะ เพราะถ้าผมพูดออกไป... คุณอาจจะเป็นฝ่ายที่ต้องวิ่งหนีผมเสียเอง” ท่ามกลางแสงเทียนที่วูบไหวในค่ำคืนนี้ ทุกอย่างดูสวยงามเกินจริง พราวรุ้งปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับสัมผัสของเขา ความกลัวในอดีตถูกแทนที่ด้วยความหอมหวานที่เขามอบให้ เธอโน้มคอเขาลงมาเพื่อมอบจุมพิตที่สื่อถึงความโหยหาที่มีให้กันมาตลอด รสสัมผัสของไวน์แดงและความนุ่มนวลที่เขามอบให้ทำให้เธอลืมเลือนความเจ็บปวดไปชั่วขณะ พวกเขาสร้างโลกใบเล็กๆ ขึ้นมาในบ้านพักแห่งนี้ โลกที่ไม่มีใครเอื้อมถึง แต่ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของกวินทร์ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวก็ดังขึ้น... แล้วดับไป... และดังขึ้นอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง กวินทร์ผละออกเล็กน้อย ดวงตาของเขาฉายแววไม่สบอารมณ์ เขาเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แสงจากหน้าจอสะท้อนให้เห็นใบหน้าของเขาที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากความเคลิบเคลิ้มกลายเป็นความเคร่งขรึมในพริบตา พราวรุ้งมองดูปฏิกิริยานั้นด้วยใจที่เต้นรัว “เกิดอะไรขึ้นหรือคะ?” กวินทร์นิ่งค้างไป สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ข้อความบนหน้าจอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความสับสนเหมือนเมื่อวาน แต่เป็นความตกใจที่ปิดไม่มิด “รุ้ง... รินรดาส่งรูปภาพมา” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบลงจนน่าใจหาย “รูปภาพที่ถ่ายจากในบ้านหลังนี้... ในวินาทีที่เรากำลังยืนอยู่ตรงนี้” พราวรุ้งเบิกตากว้าง ความหนาวเย็นแล่นปราดเข้าสู่หัวใจเมื่อกวินทร์หันหน้าจอโทรศัพท์มาให้เธอเห็น ในรูปนั้นคือภาพของพวกเขาที่กำลังกอดกันผ่านหน้าต่างบานใหญ่ที่ไม่ได้ปิดม่าน และที่มุมล่างของภาพมีข้อความทิ้งท้ายสั้นๆ ที่ทำลายความสุขทั้งหมดลงอย่างราบคาบ ‘สนุกพอหรือยังคะกวินทร์? หันหลังกลับไปดูที่ประตูระเบียงสิคะ... รินรดาไม่ได้มาคนเดียว’ ด้วยความตื่นตระหนก พราวรุ้งรีบหันไปมองยังประตูระเบียงกระจกที่มืดสนิทด้านหลัง และที่ตรงนั้นเอง... เงาของใครบางคนกำลังยืนมองตรงเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่ปรากฏให้เห็นลางๆ ท่ามกลางความมืดมิดของราตรีกาล ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ 'รอยจันทร์จำนนรัก' เสมอมานะคะ ละอองดาวเดือนเก้าซาบซึ้งใจมากจริงๆ ค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%