แก้วไวน์คริสตัลในมือของรินรดาถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะหินอ่อนส่งเสียงดังสะท้อนความไม่พอใจอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบภายใต้ขนตางอนงามจ้องมองร่างสูงของกวินทร์ที่ยืนหันหลังให้อยู่ตรงระเบียงห้องพักส่วนตัวริมทะเลสาบ ลมหนาวปลายฤดูพัดพาเอาละอองน้ำและกลิ่นอายดินชื้นเข้ามาในห้อง แต่ความเย็นเยียบภายนอกนั้นเทียบไม่ได้เลยกับบรรยากาศระอุระหว่างคนทั้งสามภายในห้องนี้
"คุณกำลังจะบอกฉันว่า... ทั้งหมดที่เราร่วมลงทุนกันมาเป็นปี เป็นแค่เรื่องทางธุรกิจอย่างเดียวเท่านั้นหรือคะ กวินทร์"
น้ำเสียงของรินรดาสั่นระริกด้วยความเคียดแค้นและอับอาย เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มหมายจะแตะแขนเขาเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่กวินทร์กลับขยับตัวหลบอย่างแนบเนียน ท่าทีที่ห่างเหินและสุภาพจนเกินงามนั้นบาดลึกยิ่งกว่าคำปฏิเสธตรงๆ เสียอีก
ในมุมมืดของห้อง พราวรุ้งยืนกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความอึดอัดแน่นอยู่ในอกราวกับมีก้อนหินมาถ่วงไว้ เธอยังจำสายตาของรินรดาที่ส่งมาเยาะเย้ยเธอก่อนหน้านี้ได้ดี คำพูดที่ว่าเธอเป็นแค่ "เลขาที่ข้ามเส้น" ยังคงก้องอยู่ในหัว แม้ในใจจะรู้ดีว่ากวินทร์พยายามปกป้องเธอมาตลอด แต่ความหวาดกลัวจากอดีตที่เคยถูกทอดทิ้งก็ยังตามมาหลอกหลอนไม่จางหาย
"ผมคิดว่าผมชัดเจนกับคุณมาโดยตลอดนะครับ รินรดา" กวินทร์หันกลับมาเผชิญหน้า น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง ทว่าแววตากลับแข็งกร้าวและจริงจัง "ความสัมพันธ์ของเราคือพันธมิตรทางธุรกิจ และผมไม่เคยให้ความหวังอื่นใดกับคุณเลย"
"แต่คุณให้ความหวังผู้หญิงคนนี้!" รินรดาแผดเสียงพร้อมกับชี้มือตรงมาที่พราวรุ้ง "เลขาฯ ไร้หัวนอนปลายเท้าคนนี้มีอะไรดีนักหนา ถึงทำให้คุณยอมหักหน้าฉัน ยอมแลกกับหุ้นส่วนใหญ่ของโครงการ!"
พราวรุ้งสะดุ้งเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ กำลังจะก้าวเท้าออกไปเพื่อยุติเรื่องราวทั้งหมดและขอตัวกลับห้อง แต่ก่อนที่ปลายนิ้วเธอจะทันได้แตะลูกบิดประตู ร่างสูงของกวินทร์ก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอเสียก่อน ความอบอุ่นจากกายสาวและกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยแผ่ซ่านเข้ามาในความรู้สึก มือหนาเอื้อมมาคว้ามือเรียวที่กำลังสั่นเทาของเธอไว้ หลอมรวมความเย็นเฉียบในใจเธอให้มลายหายไปด้วยสัมผัสที่มั่นคงและทะนุถนอม
กวินทร์ไม่ได้หันไปมองรินรดาที่กำลังกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่ง เขากลับก้มลงมองพราวรุ้งด้วยสายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา
"พราวไม่ได้เป็นแค่เลขาฯ สำหรับผมครับ" เสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ ทุกคำหนักแน่นราวกับถูกสลักลงบนแผ่นศิลา "และเธอไม่ใช่คนที่ใครจะมาดูถูกได้ตามอำเภอใจ"
รินรดาหัวเราะออกมาในลำคอด้วยความเจ็บปวด ดวงตารื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ "ได้... กวินทร์ คุณเลือกเองนะ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!" เธอกระแทកส้นเท้าเดินออกจากห้องไปอย่างแรง แรงปะทะของบานประตูที่ปิดลงทำให้บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบงันอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของพราวรุ้ง
ความเงียบโรยตัวปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่ กวินทร์ยังคงกุมมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย นิ้วโป้งของเขาไล้เบาๆ บนหลังมือเนียนอย่างปลอบประโลม พราวรุ้งก้มหน้ามองพื้น พยายามกลั้นความรู้สึกอัดอั้นที่ตีตื้นขึ้นมาในลำคอ ขอบตาร้อนผ่าวด้วยหยาดน้ำตาที่รั้นจะไหล
"คุณทำแบบนี้... ทำไมคะ" พราวรุ้งเอ่ยเสียงเครือ พยายามดึงมือตัวเองกลับแต่น้ำหนักการกุมกลับแน่นขึ้น "คุณกวินทร์รู้ใช่ไหมคะว่าคุณรินรดาเขาจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างเล่นงานบริษัท... และอาจจะทำลายคุณ"
กวินทร์ถอนหายใจยาวนาน เขายื่นมืออีกข้างมาเชยคางมนขึ้นเบาๆบังคับให้เธอมองสบตา ดวงตาคู่คมของเขาฉายแววอ่อนโยนอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็น "ปล่อยให้เป็นเรื่องของผมเถอะครับ พราว"
"แต่พราว..."
"ฟังผมนะ พราวรุ้ง" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและนุ่มนวลในคราวเดียวกัน เขาก้าวเข้าประชิดจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับบานประตูที่เพิ่งปิดลง ร่างสูงโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแกVเนียน "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมสร้างกำแพงรอบตัว ปิดกั้นความรู้สึก และคิดว่าตัวเองสามารถควบคุมทุกอย่างในชีวิตได้ จนกระทั่งคุณก้าวเข้ามาในโลกของผม"
พราวรุ้งหยุดหายใจไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความใกล้ชิดนี้ทั้งเย้ายวนและสั่นคลอนหัวใจเธอจนแทบยืนไม่อยู่
"คุณทำให้ผมรู้ว่า ความสำเร็จทางธุรกิจร้อยพันล้าน ก็ไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าตื่นมาแล้วไม่เจอคนที่อยากดูแลไปตลอดชีวิต" กวินทร์กระซิบชิดริมฝีปาก สายตาของเขาบอกเล่าความรู้สึกทั้งหมดที่เก็บงำไว้ลึกซึ้ง "ผมอาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่โรแมนติก หรือพูดจาหวานหูเก่งนัก... แต่ผมขอสัญญา ตรงนี้ ภายใต้แสงจันทร์และคืนนี้ ว่าผมจะดูแลพราว... จะปกป้องหัวใจดวงนี้ และจะไม่มีวันปล่อยให้ใครหน้าไหนทำร้ายคุณได้อีก ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม"
คำมั่นสัญญาที่เอื้อนเอ่ยออกมาอย่างจริงจังและหนักแน่นนั้น ทำให้กำแพงความกลัวในใจของพราวรุ้งพังทลายลง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้หยดลงมาอาบแก้ม ทว่ามันไม่ใช่หยาดน้ำตาแห่งความเสียใจ หากแต่เป็นหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันและโล่งใจ
เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนเรียวปากที่สั่นระริก "คุณมั่นใจแล้วเหรอคะ... กับผู้หญิงที่มีปมในใจ มีอดีตที่พังทลาย และไม่สมบูรณ์แบบคนนี้"
กวินทร์ไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากนุ่มนวลลงบนกลีบปากอิ่มของเธออย่างแผ่วเบaและลึกซึ้ง สัมผัสที่เต็มไปด้วยความทะนุถนอม ความอบอุ่น และการรอคอยมาเนิ่นนาน ทำให้พราวรุ้งหลับตาลงและเผยอริมฝีปากรับสัมผัสนั้นด้วยความเต็มใจ มือเรียวยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขา ปล่อยให้ความรู้สึกทั้งหมดไหลผ่านจูบที่อ่อนหวานและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาอาบไล้เรือนร่างทั้งสอง
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังหวานซึ้งและอบอุ่นหัวใจจนแทบละลาย กวินทร์ผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย เขาจ้องมองใบหน้าแดงก่ำของหญิงสาวด้วยรอยยิ้มละมุน พลางกระซิบชิดใบหู "หมดเวลาลังเลแล้วนะครับ ต่อจากนี้ไป... คุณเป็นของผมแล้ว"
ทว่า... ก่อนที่พราวรุ้งจะได้เอื้อนเอ่ยคำตอบใดๆ กลับไป เสียงเคาะประตูห้องพักรัวเร็วและรุนแรงดังขึ้นขัดจังหวะความสุข ราวกับจะพังบานประตูเข้ามาให้ได้ ตามมาด้วยเสียงตะโกนเรียกชื่อกวินทร์ด้วยความตื่นตระหนกจากเลขาฯ ส่วนตัวของเขาที่ยืนอยู่ด้านนอก
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! หุ้นของบริษัทเราถูกเทขายอย่างหนักในตลาดหลักทรัพย์ และตอนนี้... ท่านประธานใหญ่กำลังเดินทางมาที่นี่ครับ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกผ่านตัวอักษรไปกับละอองดาวเดือนเก้านะคะ
รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 23
คำมั่นสัญญาใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!