"คุณกวินทร์คะ... ดิฉันว่าการตัดสินใจเรื่องนี้ เราควรให้ความสำคัญกับแผนพัฒนาโครงการในเฟสหน้าให้ชัดเจนก่อนจะดีไหมคะ"
เสียงของพราวรุ้งแผ่วลงเล็กน้อย เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ไม่ได้มาจากตัวเลขในแฟ้มเอกสาร แต่มาจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มตรงหน้าที่วันนี้ดูจะนิ่งงันผิดปกติ มือเรียวบางของเธอสั่นเล็กน้อยขณะวางปากกาลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่ในห้องทำงานส่วนตัวของเขา
กวินทร์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่ขยับกายพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคู่คมที่เคยอ่อนโยนยามมองเธอ บัดนี้กลับฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้ง แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้สันกรามของเขาดูแข็งกร้าวขึ้นกว่าทุกวัน
"พราวรุ้ง..." เขาเอ่ยเรียกชื่อเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยก่อนจะเงียบหายไป "ทางบ้านผม... ท่านเริ่มพูดถึงเรื่อง 'คู่หมั้น' อย่างจริงจังแล้ว"
พราวรุ้งชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปครู่หนึ่ง ก้อนเนื้อในอกซ้ายบีบตัวจนเจ็บแปลบ เธอพยายามฉีกยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด ทั้งที่ในใจราวกับถูกมีดกรีด "นั่น... เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่หรือคะ คุณกวินทร์เหมาะสมกับคนที่ทางบ้านจัดหาให้มากกว่าดิฉันอยู่แล้ว"
"อย่าพูดแบบนั้น" เขาขัดขึ้นทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้นจนบรรยากาศในห้องดูบีบคั้น "คุณรู้ดีว่าหัวใจผมไม่ได้อยู่ที่นั่น แต่ครอบครัวผม... อดีตที่ผมพยายามฝังกลบมาตลอด มันกำลังจะพังทลายลงเพราะความทะเยอทะยานของคนอื่น"
"ใครคะ?" พราวรุ้งถามพลางขยับตัวเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว "หมายถึงรินรดาหรือคะ"
กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "รินรดาก็แค่หมากตัวหนึ่งที่พ่อผมวางไว้ แต่สิ่งที่ผมกลัว... คือการที่เขาใช้ 'เรื่องของแม่' มาเป็นเงื่อนไขในการกดดันให้ผมต้องตกลงหมั้นหมายในงานเลี้ยงคืนวันศุกร์นี้"
พราวรุ้งเม้มปากแน่น ความสงสัยในใจก่อตัวเป็นคลื่นใหญ่ เธอรู้ว่ากวินทร์มีปมเรื่องครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องมารดาที่จากไปอย่างกะทันหัน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเปิดเผยว่ามันคือ 'เครื่องมือ' ที่ถูกนำมาใช้ทรมานเขา
"ดิฉันจะไปอยู่เคียงข้างคุณเองค่ะ" เธอเอ่ยออกไปอย่างลืมตัว มือที่สั่นเทาเอื้อมไปแตะหลังมือหนาของเขาเบาๆ
กวินทร์พลิกมือขึ้นกุมมือเธอไว้แน่น สัมผัสอุ่นร้อนนั้นส่งผ่านถึงกัน แต่มันกลับแฝงด้วยความโหยหาและความเจ็บปวด "ถ้าคุณไป... คุณจะต้องเจอกับความอัปยศที่พวกเขาเตรียมไว้ให้พนักงานธรรมดาอย่างคุณ พราวรุ้ง ผมไม่อยากให้ใครมองคุณด้วยสายตาแบบนั้น"
"ถ้าการเป็นเลขาส่วนตัวของกวินทร์คือความอัปยศ ดิฉันยอมรับมันค่ะ แต่ดิฉันไม่ยอมให้ใครมาพรากคุณไปจากความถูกต้องเพียงเพราะอำนาจของตระกูลหรอกนะคะ"
สายตาของทั้งสองประสานกัน ความเงียบงันในห้องทำงานบีบคั้นจนแทบไม่ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน กวินทร์โน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์อ่อนๆ ที่เขาใช้ประจำอบอวลอยู่ในอากาศ ทำให้พราวรุ้งเผลอหลับตาลงรับสัมผัสที่เขากำลังจะมอบให้
ทว่า... เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างไร้มารยาทก็ขัดจังหวะทุกอย่างลง
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
"กวินทร์คะ อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ?"
น้ำเสียงหวานแหลมที่คุ้นหูทำให้พราวรุ้งรีบชักมือออกราวกับถูกไฟลวก กวินทร์สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พราวรุ้งพยายามจัดแจงเสื้อผ้าและสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดขณะที่ร่างระหงของรินรดาเดินนวยนาดเข้ามาในห้อง
"รินรดา? ใครให้เธอเข้ามา" กวินทร์ถามเสียงเรียบ
รินรดาไม่ได้สนใจกวินทร์ สายตาของเธอจดจ้องไปที่พราวรุ้งราวกับจะฉีกกระชาก รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นบนใบหน้าสวยจัด "แหม... ก็เลขาสุดเลิฟของคุณบอกว่าคุณติดงานสำคัญน่ะค่ะ รินเลยถือโอกาสเอา 'การ์ดเชิญ' มาให้ด้วยตัวเอง กลัวว่าจะส่งถึงมือช้าไปหน่อย"
เธอยื่นซองจดหมายสีขาวมุกประทับตราครั่งสีทองให้กวินทร์ ก่อนจะหันมามองพราวรุ้งด้วยสายตาที่เย็นเยียบ "และฉันก็หวังว่าคืนงานหมั้น... คนที่ไม่เกี่ยวข้องอย่าง 'เลขา' จะรู้จักเจียมตัวพอที่จะไม่โผล่หัวไปสร้างความอับอายให้กวินทร์นะคะ"
กวินทร์รับการ์ดมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะฉีกมันทิ้งต่อหน้าต่อตารินรดาอย่างไม่ใยดี จนอีกฝ่ายหน้าชา
"ผมไม่ได้บอกว่าผมจะไป" กวินทร์เอ่ยเสียงเย็น "และพราวรุ้งก็คือคนสำคัญของผม ไม่ว่าเธอจะอยู่ในตำแหน่งไหนก็ตาม"
รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ "งั้นเหรอคะ... ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องบอกให้คุณรู้ไว้ก่อนนะ ว่าสิ่งที่อยู่ในซองนั่นไม่ใช่แค่การ์ดหมั้น แต่มันคือรายงานผลตรวจสุขภาพที่คุณแม่ของคุณส่งให้ฉันเมื่อเช้านี้... เรื่องที่ 'ใครบางคน' ในอดีตของคุณ ไม่ได้หายไปไหนอย่างที่คุณคิด"
กวินทร์ชะงักกึก สีหน้าของเขาสลับจากโกรธจัดกลายเป็นซีดเผือดในเสี้ยววินาที เขาหันไปมองพราวรุ้งด้วยแววตาที่สั่นไหวอย่างรุนแรง
"พราวรุ้ง... ออกไปก่อน" กวินทร์สั่งเสียงเบาหวิว
"แต่คุณคะ..."
"ออกไป!" เขาตะคอกด้วยความตื่นตระหนกที่พราวรุ้งไม่เคยเห็นมาก่อน
พราวรุ้งจำต้องเดินออกมาจากห้องนั้นด้วยหัวใจที่หล่นวูบ เธอหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงาน พยายามรวบรวมสติ ขณะที่ได้ยินเสียงรินรดากระซิบเบาๆ ผ่านประตูที่ปิดไม่สนิท
"คนตายที่ไหนจะฟื้นขึ้นมาได้... นอกจากคนที่ถูกเก็บซ่อนไว้ในคุกมืดมาตลอดยี่สิบปี กวินทร์... คุณเตรียมใจไว้แล้วใช่ไหม ว่าแม่ของคุณจะกลับมาทวงทุกอย่างคืน?"
พราวรุ้งยกมือขึ้นปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ ขาของเธออ่อนแรงจนเกือบทรุดลงกับพื้น สิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่แค่เรื่องความรัก แต่กำลังจะกลายเป็นพายุที่โถมเข้าใส่ชีวิตของพวกเขาจนพังพินาศ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ละอองดาวเดือนเก้าเสมอมานะคะ
รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 20
เงาจากอดีตของกวินทร์
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!