“ถ้าคุณจะมองฉันด้วยสายตาแบบนี้บ่อยๆ คุณกวินทร์คะ... ฉันเกรงว่างานบนโต๊ะคงไม่มีวันเสร็จหรอกค่ะ”
พราวรุ้งเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับหัวใจจนแทบหยุดเต้น ปลายนิ้วของเธอที่กำลังเรียงเอกสารสั่นระริกโดยไม่ตั้งใจ เธอพยายามก้มหน้าหลบสายตาคมกริบที่จ้องเขม็งราวกับจะทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งของความรู้สึก
กวินทร์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่ขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพง ก้าวเท้าอย่างมั่นคงมาหยุดอยู่หลังเก้าอี้ที่หญิงสาวนั่งอยู่ กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดของเขาที่ผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของไม้สนและกาแฟคั่วบดอบอวลไปทั่วบริเวณ พราวรุ้งรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านมาจากร่างสูงใหญ่ที่ยืนซ้อนหลังเธออยู่เพียงไม่กี่คืบ
“งานน่ะเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าเล็กน้อย ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเฉียดผ่านพวงแก้มเนียนใส “ฉันยอมแลกงานหมื่นล้าน เพื่อให้ได้เห็นว่า... คุณกำลังซ่อนอะไรไว้หลังกำแพงความเย็นชานั่นกันแน่ พราวรุ้ง”
คำถามนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ พราวรุ้งสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย เธอกับเขาผ่านเรื่องราวมามากเกินกว่าจะเป็นแค่เจ้านายกับเลขา ความอบอุ่นที่เขาคอยดูแลเธอในวันที่อ่อนแอ ความอ่อนโยนที่เขาซ่อนไว้หลังมาดนักธุรกิจผู้เคร่งขรึม สิ่งเหล่านี้กำลังกัดกินเกราะป้องกันที่เธอสร้างขึ้นมานานนับปี
“ฉันไม่ได้ซ่อนอะไรค่ะ” เธอตอบเสียงเบาหวิว พยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น “ฉันก็แค่คนทำงานที่รู้หน้าที่... ว่าควรวางตัวอย่างไร”
กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ มือหนาเอื้อมมาวางบนพนักเก้าอี้ ขังเธอไว้ในวงแขนกว้างอย่างถือสิทธิ์ “หน้าที่... งั้นเหรอ? แล้วหน้าที่ของคุณรวมถึงการที่หัวใจเต้นแรงจนฉันได้ยินเสียงมันตอนนี้ด้วยไหม?”
พราวรุ้งนิ่งงัน คำพูดของเขาคือเข็มที่ทิ่มแทงความดื้อรั้นในใจเธอให้พังทลายลง ใช่... เธอไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไป ว่าความรู้สึกที่เธอมอบให้เขาไม่ใช่แค่ความเคารพหรือความเกรงใจ แต่มันคือความโหยหาที่ลึกซึ้งและเย้ายวนเกินกว่าจะถอนตัว
เธอตัดสินใจหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่สวยสบประสานกับดวงตาสีเข้มที่เต็มไปด้วยความต้องการ ความลุ่มหลง และความรักที่กวินทร์ไม่เคยปิดบัง มือเรียวบางของเธอเอื้อมไปแตะบนปกเสื้อเชิ้ตของเขาอย่างลืมตัว สัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่แพ้กัน
“คุณมันร้าย... กวินทร์” เธอพึมพำ ใบหน้าแดงระเรื่อ
กวินทร์ยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูอันตรายและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน เขาเชยคางเธอขึ้นช้าๆ สายตาหลุบมองริมฝีปากที่สั่นระริกของหญิงสาวอย่างจดจ่อ “ถ้าฉันร้าย... คุณก็คือคนที่ทำลายความอดทนของฉันจนหมดสิ้น พราวรุ้ง ยอมรับเถอะว่าคุณเองก็ต้องการ... ช่วงเวลาที่เป็นของเราจริงๆ”
ในวินาทีนั้น ความมืดมิดในอดีตที่คอยหลอกหลอนเธอกลับกลายเป็นเรื่องไกลตัว สิ่งเดียวที่สำคัญคือผู้ชายตรงหน้า ความอบอุ่นที่เขาหยิบยื่นให้เปรียบเสมือนแสงดาวในคืนเดือนดับที่นำทางหัวใจของเธอไปสู่จุดเปลี่ยนที่ไม่อาจย้อนคืน เธอโน้มตัวเข้าหาเขา สัมผัสความใกล้ชิดที่เรียกร้องมาตลอด
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะแตะกัน เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นสองครั้งอย่างหนักแน่น ตามด้วยการผลักประตูเปิดเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต
รินรดาก้าวเข้ามาด้วยท่าทางสง่างาม แต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววเกรี้ยวกราดเมื่อเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้า เธอหยุดกะทันหันก่อนจะเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ
“ดูเหมือนฉันจะเข้ามาขัดจังหวะอะไรที่สำคัญมากสินะคะ?” รินรดาเอ่ยเสียงเย็น ก่อนจะโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงาน “แต่ฉันว่าเรื่อง ‘ความลับ’ ของคุณกวินทร์ที่ฉันเพิ่งไปเจอมา... น่าจะสำคัญกว่าการมานั่งเล่นเกมรักกับเลขาส่วนตัวนะ”
กวินทร์ชะงัก สายตาที่เคยอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในทันที เขาผละออกจากพราวรุ้งด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก
“ออกไปก่อน พราวรุ้ง” เขาสั่งเสียงเรียบโดยไม่หันมามอง
พราวรุ้งเดินออกมาจากห้องด้วยความรู้สึกที่เคว้งคว้าง แต่ก่อนที่เธอจะปิดประตูลง เสียงของรินรดาก็ดังไล่หลังมาพร้อมกับความจริงที่ทำให้โลกของเธอสั่นคลอน
“คุณยังคิดว่าเขารักคุณอยู่เหรอพราวรุ้ง? ทั้งที่รู้ว่าคนคนนี้คือคนที่ทำลายครอบครัวคุณเมื่อห้าปีก่อนน่ะหรือ?”
พราวรุ้งหยุดกึก มือที่จับลูกบิดประตูเย็นเฉียบไปถึงหัวใจ ความสับสนตีรวนในอก ราวกับว่าพายุที่เธอกลัวที่สุดกำลังจะพัดพาความรักของเธอไปสู่จุดจบที่คาดไม่ถึง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ละอองดาวเดือนเก้าเสมอมานะคะ
รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 13
จุดเปลี่ยนของความรู้สึก
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!