"คุณจะยืนแข็งเป็นหุ่นอยู่อีกนานไหมพราวรุ้ง เข้ามาสิ... หรือต้องให้ผมต้องเดินไปเปิดประตูรับคุณด้วยตัวเอง"
เสียงทุ้มต่ำของกวินทร์ลอดผ่านบานไม้โอ๊กหนาหนักออกมา มันไม่ได้มีกระแสตำหนิ แต่มีความนิ่งสงบที่ชวนให้ใจสั่น พราวรุ้งสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ความเย็นเฉียบจากลูกบิดประตูโลหะยังคงติดอยู่ที่ปลายนิ้ว เธอกลั้นใจผลักประตูเข้าไปข้างใน กลิ่นหอมจางๆ ของไม้สนและน้ำหอมบุรุษราคาแพงที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาอบอวลอยู่ในอากาศ ราวกับว่าชายหนุ่มตั้งใจจะกักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขา
กวินทร์ไม่ได้นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่เหมือนทุกที เขายืนพิงขอบหน้าต่างบานสูงที่เผยให้เห็นแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดกระดุมคอออกสองเม็ด แขนเสื้อพับขึ้นเผยให้เห็นนาฬิกาเรือนหรูและเส้นเลือดที่นูนเด่นบ่งบอกถึงความเครียดสะสมตลอดทั้งวันที่ผ่านมา
"คุณเห็นสิ่งที่รินรดาเอามาวางบนโต๊ะผมแล้วใช่ไหม" เขาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง
พราวรุ้งขยับตัวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน บนนั้นมีแฟ้มเอกสารบางอย่างที่เธอจำได้แม่นว่าเป็น 'ข้อเสนอพิเศษ' จากทางฝั่งครอบครัวของรินรดา มันไม่ใช่เอกสารธุรกิจธรรมดา แต่มันคือการผูกมัดด้วยผลประโยชน์ที่จะทำให้รินรดาก้าวเข้ามามีบทบาทในบริษัทอย่างเต็มตัว
"ค่ะ... ดิฉันเห็นแล้ว" พราวรุ้งตอบ พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น "ถ้าคุณกวินทร์เซ็นอนุมัติ การบริหารงานในแผนกโครงการพิเศษจะเปลี่ยนไปทันที รวมถึงตำแหน่งเลขาฯ ของดิฉันด้วย... ใช่ไหมคะ?"
กวินทร์หมุนตัวกลับมา สายตาของเขาคมกริบแต่ทว่าว่างเปล่า เขาเดินตรงมาหาเธอช้าๆ ฝีเท้าที่มั่นคงบีบให้พราวรุ้งต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ จนกระทั่งแผ่นหลังของเธอสัมผัสเข้ากับผนังห้องเย็นๆ
เขาวางมือลงบนผนังข้างศีรษะเธอ กักขังเธอไว้ในวงแขนกว้าง บรรยากาศอบอุ่นที่ควรจะเป็น กลับกลายเป็นความเร่าร้อนที่ทำให้อากาศในห้องดูเบาบางลงอย่างประหลาด
"คุณกำลังกลัวอะไร พราวรุ้ง" เขาก้มลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้า "กลัวว่าผมจะเลือกผลประโยชน์มากกว่าคุณ หรือกลัวว่าจริงๆ แล้ว... คุณไม่ได้มีความสำคัญกับผมมากพอที่จะให้เลือกรั้งไว้"
พราวรุ้งเงยหน้าสบตาเขา แววตาของเธอสั่นไหวแต่กลับมีความแน่วแน่บางอย่างซ่อนอยู่ "ที่ผ่านมาดิฉันเป็นแค่เลขาฯ ที่ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม หรือเป็นอะไรที่มากกว่านั้นสำหรับคุณกันแน่คะ? ถ้าคุณอยากจะให้รินรดาเข้ามาแทนที่... คุณก็แค่บอกมาตรงๆ ไม่จำเป็นต้องให้ดิฉันมานั่งเดาใจคุณผ่านเอกสารพวกนี้"
กวินทร์นิ่งไป ครู่หนึ่งที่ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้อง เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว ราวกับกำลังค้นหาความจริงบางอย่างที่เธอซ่อนไว้ภายใต้ความเก่งกาจและมาดนิ่ง
"คุณคิดว่าผมเป็นคนประเภทที่เอา 'เครื่องมือ' มาไว้ใกล้ตัวในฐานะคนสนิทอย่างนั้นเหรอ?" เสียงของเขาอ่อนลง แต่กลับหนักแน่นจนหัวใจคนฟังแทบหยุดเต้น "พราว... หลายปีที่ผ่านมา คนรอบข้างมองผมเป็นนักธุรกิจที่ไร้หัวใจ แต่คุณเป็นคนเดียวที่รู้ว่าทำไมผมถึงยอมทนกับความกดดันของครอบครัวมาได้ตลอด... ไม่ใช่เพราะเงิน ไม่ใช่เพราะอำนาจ แต่เพราะผมรอ... รอวันที่ผมจะสามารถจัดการทุกอย่างเพื่อสร้างที่ปลอดภัยให้คนที่ผมแคร์ได้จริงๆ"
พราวรุ้งชะงัก เธอรับรู้ได้ถึงความสั่นสะเทือนในน้ำเสียงนั้น มันไม่ใช่การแสดง แต่มันคือความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสมบูรณ์แบบมาตลอด
"คุณพูดแบบนี้... หมายความว่ายังไงคะ"
"หมายความว่าผมไม่ได้เซ็นเอกสารนั่น" กวินทร์ขยับตัวเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน "ผมเรียกคุณมาที่นี่ไม่ใช่เพื่อส่งงาน แต่เพื่อจะบอกว่า หลังจากคืนนี้ไป... ผมจะไม่มีวันให้ใครหน้าไหนมาพรากคุณไปจากข้างกายผมอีก ไม่ว่าจะเป็นรินรดา หรือใครก็ตาม"
คำพูดนั้นราวกับมีมนต์ขลัง มันหวานหูและทำให้อกข้างซ้ายสั่นไหวอย่างรุนแรง พราวรุ้งรู้สึกเหมือนกำแพงที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองมาตลอดหลายปีเริ่มพังทลายลงทีละน้อย ความสงสัย ความหวาดระแวงค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่เธอไม่เคยกล้าเปิดเผย
"กวินทร์..." เธอเรียกชื่อเขาแผ่วเบา ชื่อที่เธอไม่เคยกล้าเอ่ยอย่างสนิทสนมในเวลาทำงาน
มือหนาของกวินทร์ค่อยๆ เชยคางเธอขึ้นช้าๆ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเด็ดขาดเป็นความอ่อนโยนที่เย้ายวนจนแทบละลาย เธอรู้สึกราวกับว่าตัวตนของเขาและเธอที่เคยเป็นเส้นขนานมาตลอด ได้ค่อยๆ เอนเอียงเข้าหากันจนเกือบจะบรรจบในค่ำคืนนี้
เขาโน้มใบหน้าลงมาจวนเจียนจะแตะริมฝีปากเธอ แต่แล้ว เสียงเคาะประตูห้องทำงานอย่างร้อนรนก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน พราวรุ้งสะดุ้งสุดตัวและผลักอกเขาออกเบาๆ กวินทร์ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
"เข้ามา!" เขาตะโกนสั่ง
ประตูถูกเปิดออกกว้างโดยไม่ได้รอคำอนุญาต รินรดาพุ่งตัวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่ดูซีดเผือด แววตาที่เคยฉาบไปด้วยความถือดีกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เธอถือสมาร์ทโฟนไว้ในมือที่สั่นเทา ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะด้วยความแรงจนเกิดเสียงดัง
"กวินทร์... ดูข่าวนี้ซะ" รินรดาหอบหายใจถี่ "หุ้นของบริษัทเรากำลังถูกโจมตีอย่างหนักจากการปล่อยข่าวลือเรื่องการทุจริตในโปรเจกต์ใหม่... และคนที่ปล่อยข่าวนี้ออกมา... คือคนสนิทของคุณเอง"
กวินทร์ชะงักไป ดวงตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับมาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งอีกครั้ง เขาหันไปมองพราวรุ้งที่ยืนอยู่ข้างหลัง แววตาของเขาในวินาทีนั้นทำให้หัวใจของเธอแทบจะหยุดเต้น เพราะมันเต็มไปด้วยคำถามที่เธอเองก็ไม่รู้จะหาคำตอบมาจากที่ไหน... ใครกันที่กล้าทำลายทั้งตัวเขาและเธอในเวลาเดียวกัน?
ละอองดาวเดือนเก้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณรี้ดจะชื่นชอบและติดตามความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในตอนถัดไปนะคะ
รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 14
เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!