“คุณมั่นใจในตัวเลขชุดนี้แค่ไหนคะ พราว?”
กวินทร์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากเอกสารปึกหนาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ แว่นสายตากรอบบางวางอยู่บนสันจมูกโด่งคมสัน ยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าของเขาดูเยือกเย็นและห่างเหินกว่าทุกครั้ง พราวรุ้งที่ยืนอยู่ตรงหน้ากระชับแฟ้มในมือแน่น ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังเมื่อสังเกตเห็นนิ้วเรียวยาวของเขาขยับเคาะไปที่ขอบกระดาษอย่างเป็นจังหวะ… จังหวะที่แสดงถึงความไม่พอใจ
“ตัวเลขต้นทุนโครงการริเวอร์ไซด์พาร์คมาจากฝ่ายบัญชีโดยตรงค่ะ ดิฉันตรวจสอบซ้ำถึงสามรอบแล้ว ไม่น่าจะมีความผิดพลาด…” เธอตอบเสียงเรียบ พยายามคุมสติให้มั่นคงท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
“สามรอบงั้นเหรอ?” กวินทร์ทวนคำ ก่อนจะโยนเอกสารแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังชัดเจนในห้องทำงานที่เงียบสงัด “งั้นคุณช่วยอธิบายที ว่าทำไมบริษัทซัพพลายเออร์ที่เราเพิ่งเซ็นสัญญาเมื่อสัปดาห์ก่อน ถึงเสนอราคาวัสดุสูงกว่าตลาดถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ทั้งที่คุณเป็นคนเซ็นอนุมัติผ่านเอกสารชุดนี้ด้วยตัวเอง!”
พราวรุ้งก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะ ก้มลงดูตัวเลขที่ถูกวงด้วยหมึกสีแดงฉาน ความรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าแรงๆ แล่นเข้ามาในอก เธอจำได้ดีว่าเอกสารชุดที่เธอตรวจสอบไม่มีตัวเลขนี้อยู่ เธอไม่เคยเห็นมันมาก่อนในตอนที่ส่งให้เขาก่อนหน้านี้
“ดิฉันไม่เคยเห็นเอกสารฉบับนี้ค่ะกวินทร์… ดิฉันหมายถึง ยอดเงินนี้ไม่ตรงกับที่ดิฉันถืออยู่”
“พราว” เขาละสายตาจากเอกสารเงยขึ้นมองเธอ ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้มีความอบอุ่นให้เห็นเหมือนทุกครั้งที่เขาดูแลเธอในยามปกติ “ผมไม่อยากฟังคำแก้ตัว ผมต้องการคำอธิบาย ในฐานะเลขาส่วนตัวที่ผมไว้ใจที่สุด คุณกำลังจะบอกว่าใครบางคนแอบแก้เอกสารบนโต๊ะผมอย่างนั้นเหรอ?”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เสียงแอร์ในห้องทำงานดังหึ่งๆ ราวกับเครื่องจักรที่พยายามกลบความตึงเครียด กวินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความกดดันจากร่างกายกำยำของเขาส่งผ่านออกมาจนพราวรุ้งเผลอถอยหลังหนึ่งก้าว แววตาของเธอสั่นไหวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความเสียใจที่ชายตรงหน้าไม่แม้แต่จะถามถึงเหตุผล
“ถ้าคุณคิดว่าดิฉันทำ… คุณก็มีสิทธิ์ที่จะไล่ดิฉันออกนะคะ” พราวรุ้งเงยหน้าสบตากับเขาอย่างท้าทาย น้ำตาคลอเบ้าแต่เธอกลั้นมันไว้ “แต่ถ้าคุณยังเชื่อในตัวดิฉันอยู่บ้าง ช่วยเปิดกล้องวงจรปิดในห้องนี้ดูเถอะค่ะ”
กวินทร์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง คำพูดของเธอกระตุกความนึกคิดบางอย่างขึ้นมา เขาไม่ได้ต้องการไล่เธอออก แต่ความเสียหายทางธุรกิจที่เกิดขึ้นในรอบเดือนนี้มันมีมากเกินไปจนเขาระแวงคนรอบข้าง แม้กระทั่งคนที่เขาเคยคิดว่า ‘ปลอดภัย’ ที่สุด
“ผมไม่ได้จะไล่คุณออก พราว… แค่ตอนนี้ผมไม่รู้จะไว้ใจใครได้อีก” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและอ่อนลงเล็กน้อย แต่มันยังคงความสับสนไว้ “รินรดาเข้ามาในห้องนี้ตอนที่คุณออกไปพักเที่ยงเมื่อวาน เธออ้างว่าเอาของว่างมาให้ผม”
พราวรุ้งเม้มปากแน่น ความรู้สึกเจ็บจี๊ดแล่นขึ้นมาในหัวใจ รินรดา… ผู้หญิงที่พยายามจะเอาชนะเธอในทุกตารางนิ้วของบริษัทและในหัวใจของกวินทร์ หากรินรดาเป็นคนทำจริง นั่นหมายความว่าเกมนี้ไม่ได้เล่นกันที่ตัวเลข แต่กำลังเล่นกับความสัมพันธ์และความรู้สึกของพวกเขา
“เราต้องตรวจสอบให้แน่ชัดค่ะ” พราวรุ้งปรับน้ำเสียงให้เป็นงานเป็นการ แม้ในใจจะรุ่มร้อน “ดิฉันจะไปขอดูกล้องวงจรปิดย้อนหลังเอง ถ้าผลออกมาเป็นยังไง ดิฉันจะเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด… รวมถึงเรื่องระหว่างเราด้วย”
คำว่า ‘เรื่องระหว่างเรา’ ทำให้กวินทร์ชะงัก เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหาเธอ รัศมีแห่งความสุขุมที่เคยมีลดน้อยลงเหลือเพียงชายหนุ่มที่อ่อนล้า มือหนาเอื้อมมาเชยคางเธอขึ้นเบาๆ สัมผัสที่คุ้นเคยทำเอาพราวรุ้งใจสั่นไหว แต่เธอก็ยังคงยืนหยัดด้วยความหนักแน่น
“ถ้าคุณพิสูจน์ได้ว่าคุณบริสุทธิ์” เขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้า “ผมจะทำทุกอย่างเพื่อไถ่โทษที่ระแวงคุณ แต่ถ้าคุณไม่สามารถพิสูจน์ได้…”
เขายังพูดไม่จบ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต รินรดาเดินนวยนาดเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจเกินเหตุ ในมือถือแฟ้มเอกสารอีกชุดหนึ่งเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่ดูเสแสร้ง
“กวินทร์คะ พอดีรินเจอเอกสารบางอย่างที่ดูน่าสงสัยเกี่ยวกับการโอนเงินข้ามบัญชีของบริษัท… เอ๊ะ พราวรุ้งยังอยู่นี่เหรอคะ? ขอโทษทีนะจ๊ะ พอดีเรื่องนี้มันสำคัญมาก คงไม่เหมาะถ้าคนนอกจะรับรู้”
พราวรุ้งหันไปมองรินรดา สายตาของเธอแข็งกร้าวขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในขณะที่กวินทร์ทำเพียงจ้องมองรินรดานิ่งๆ ราวกับกำลังประเมินสัตว์ร้ายที่กำลังเข้ามาติดกับดักของตัวเอง
ทันใดนั้น เสียงเตือนข้อความบนมือถือของกวินทร์ก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูเพียงเสี้ยววินาที ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมก็เปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่น่าขนลุก เขาหันไปมองพราวรุ้งแล้วส่งสัญญาณให้เธอเงียบไว้
“รินรดา… ผมว่าคุณคงต้องอธิบายเรื่องนี้หน่อยแล้วล่ะ” กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น พร้อมกับยื่นหน้าจอมือถือที่แสดงข้อมูลลับของการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของรินรดาให้เธอเห็น “เพราะเอกสารที่ผมถืออยู่นี้ ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่มันคือหลักฐานว่าคุณกำลังขายบริษัทนี้ให้กับคู่แข่งไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว”
รินรดาหน้าถอดสี มือที่ถือแฟ้มสั่นเทาจนเกือบทำร่วง กวินทร์ก้าวเข้าไปใกล้เธอหนึ่งก้าว แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยอะไรต่อ ประตูห้องทำงานก็เปิดออกอีกครั้งด้วยแรงผลักจากภายนอก ตำรวจสองนายก้าวเข้ามาพร้อมกับหมายค้นที่ทำเอาทุกคนในห้องหยุดหายใจ
หวังว่าตอนที่เก้านี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นและลุ้นไปกับพราวรุ้งนะคะ ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอดค่ะ!
รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 9
เกมธุรกิจที่ซับซ้อน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!