รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 37

อุปสรรคจากคนใกล้ชิด

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“เธอกำลังเอาอนาคตไปแขวนไว้บนเส้นด้ายที่ขาดง่ายที่สุดนะพราวรุ้ง” น้ำเสียงของ ‘เมษา’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่พราวรุ้งไว้ใจ เย็นเยียบและเต็มไปด้วยความกังวลจนคนฟังใจหายวาบ กระดาษแผ่นหนึ่งถูกวางลงบนโต๊ะกาแฟในมุมลับตาของคาเฟ่หรู มันไม่ใช่เอกสารงาน แต่เป็นภาพถ่ายจากหน้าจอโทรศัพท์ที่ใครบางคนส่งมาให้—ภาพที่พราวรุ้งกับกวินทร์กำลังกอดกันในห้องทำงานส่วนตัวเมื่อคืนก่อน พราวรุ้งเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วสันหลัง มือที่ถือแก้วลาเต้สั่นน้อยๆ จนน้ำสีน้ำตาลขุ่นกระเพื่อมเป็นวง “เขาบอกว่าไฟล์พวกนี้ถูกส่งไปให้สำนักข่าวบันเทิงทุกแห่งแล้วในเช้าวันนี้” เมษาพูดต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่กดดัน “พราว... เราเป็นแค่เลขานุการ ส่วนเขาคือเจ้าของอาณาจักรหมื่นล้าน คนพวกนั้นไม่มองว่าเธอคือ ‘คนรัก’ หรอกนะ พวกเขาจะมองว่าเธอคือ ‘นางบำเรอ’ หรือไม่ก็ ‘ผู้หญิงที่พยายามเกาะผู้ชายรวยๆ’ เธอทนรับแรงกระแทกพวกนั้นไหวจริงๆ เหรอ?” พราวรุ้งนิ่งงัน ภาพใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนของกวินทร์ลอยเข้ามาในห้วงคำนึง ความอบอุ่นที่เขาเคยโอบกอดเธอในคืนที่ฝนตกหนัก ความอ่อนหวานในสัมผัสที่ทำให้เธอเชื่อมั่นมาตลอดว่าตัวเองได้รับเลือก... แต่วันนี้ สิ่งเหล่านั้นดูเหมือนปราสาททรายที่กำลังถูกคลื่นยักษ์โถมเข้าใส่ “รินรดาเป็นคนทำใช่ไหม?” พราวรุ้งถามเสียงเรียบ แม้ในใจจะปั่นป่วนราวกับพายุ “นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญหรอก” เมษาคว้ามือเพื่อนมาจับไว้แน่น “ประเด็นคือช่องว่างระหว่างเธอสองคนมันห่างกันเกินไป กวินทร์อาจจะรักเธอ แต่ความรักในโลกธุรกิจมันไม่เคยเพียงพอที่จะปกป้องใครได้ เธอต้องตัดสินใจนะพราว ถอยออกมาตอนนี้ยังมีทางให้เลือก ถ้าปล่อยให้ข่าวนี้กระจายออกไป ชื่อเสียงของเธอจะไม่มีวันกลับมาขาวสะอาดได้อีกเลย” พราวรุ้งถอนหายใจยาว สายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจก เห็นรถยนต์หรูคันคุ้นตาจอดเทียบท่าหน้าตึกสำนักงานใหญ่ของบริษัทกวินทร์ หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงมา เขาดูโดดเด่นและทรงอิทธิพลเกินกว่าที่เธอจะไขว่คว้าไว้ได้จริงๆ “ฉันขอเวลาคิดนิดนึงนะเมษา” เธอพูดตัดบท ก่อนจะขอตัวแยกออกมา บรรยากาศในออฟฟิศช่วงสายวันนี้ดูผิดปกติไปอย่างสิ้นเชิง พนักงานเริ่มซุบซิบและจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป พราวรุ้งพยายามรักษาความเยือกเย็น เดินตรงไปที่ลิฟต์ผู้บริหาร ทว่าเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เธอกลับพบว่ารินรดายืนรออยู่ก่อนแล้วด้วยรอยยิ้มที่ดูราวกับผู้ชนะ “ดูท่าทางคุณจะตื่นเต้นกับข่าวเช้านี้นะคะ พราวรุ้ง” รินรดาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานหยด ทว่าแววตาคมกริบราวกับมีดเล่มเล็ก “คุณกวินทร์เขาเตรียมแถลงการณ์เรื่องข่าวลือแล้วล่ะค่ะ แต่เสียดายนะ... เขาไม่ได้เตรียมชื่อคุณไว้ในฐานะคนที่เขาจะปกป้อง” “ถ้าไม่มีอะไรจะพูดเรื่องงาน ดิฉันขอตัวค่ะคุณรินรดา” พราวรุ้งเชิดหน้าขึ้น แม้จะรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก “ฉันแค่จะเตือนในฐานะคนที่มองเห็นความเป็นไปได้ในอนาคต” รินรดาก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่พราวรุ้งคุ้นเคย “ตำแหน่งข้างกายกวินทร์ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อผู้หญิงอย่างคุณ ความรักน่ะเหรอ? อย่าไร้เดียงสาไปหน่อยเลย ในโลกนี้ไม่มีใครยอมตายเพื่อความรักหรอก โดยเฉพาะผู้ชายที่เห็นผลประโยชน์เป็นที่ตั้งอย่างเขา” คำพูดนั้นแทงใจดำเข้าอย่างจัง พราวรุ้งรีบสาวเท้าเดินหนีเข้าไปในห้องทำงานของกวินทร์ทันทีที่ประตูปิดลง ความรู้สึกอัดอั้นก็พรั่งพรูออกมา เธอเดินไปหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ของเขา กลิ่นจางๆ ของไม้สนและโคโลญจน์ประจำตัวเขายังคงอบอวลอยู่ มันทำให้เธอยิ่งโหยหาและสับสน เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตัดสินใจจะกดโทรออกหาเขา เพื่อถามหาความชัดเจน แต่ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนของแอพพลิเคชั่นข่าวชื่อดังก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ *‘ทายาทตระกูลอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ เตรียมเปิดตัวคู่หมั้นสาวดีกรีทายาทหุ้นส่วนคนสำคัญ เย็นนี้!’* หัวใจของพราวรุ้งกระตุกวูบ ภาพข่าวพร้อมรูปกวินทร์ที่ยืนเคียงคู่กับรินรดาในงานเลี้ยงเมื่อคืนก่อนปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ ความรู้สึกเย็นเฉียบแล่นผ่านหัวใจเมื่อเห็นข้อความบรรยายใต้ภาพ: *‘กวินทร์ ยอมรับว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้เป็นการตัดสินใจเพื่ออนาคตขององค์กรที่มั่นคงที่สุด’* มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริกจนเครื่องแทบจะร่วงหล่น ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น พราวรุ้งรีบเช็ดน้ำตาที่คลอเบ้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะขานรับเบาๆ “เข้ามาค่ะ” ประตูเปิดออก แต่ไม่ใช่กวินทร์ที่เดินเข้ามา... เป็นรินรดาที่เดินยิ้มกริ่มเข้ามาพร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งในมือ เธอวางมันลงตรงหน้าพราวรุ้งอย่างถือดี “คุณกวินทร์ฝากมาบอกค่ะว่า... ให้คุณจัดการเรื่องการลาออกให้เรียบร้อยก่อนที่ข่าวจะพาดหัวใหญ่กว่านี้ เพื่อเห็นแก่ความสัมพันธ์ช่วงสั้นๆ ของพวกคุณ เขายินดีจะจ่ายค่าชดเชยให้สองเท่า” พราวรุ้งมองเอกสารใบลาออกที่วางอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาพร่าเลือน ความจริงที่ว่าเขาส่งคนอื่นมาบอกเลิกเธอนั้น เจ็บปวดเกินกว่าคำบรรยายใดๆ ทว่าในขณะที่เธอตัดสินใจจะคว้าปากกามาเซ็นชื่อนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนกระแทกผนัง “ผมยังไม่ได้เซ็นอนุมัติใบลาออกของใครทั้งนั้น!” เสียงทุ้มต่ำของกวินทร์ดังขึ้นพร้อมกับท่าทางที่ดูดุดันและโกรธจัด เขาเดินตรงเข้ามาประชิดตัวพราวรุ้งก่อนจะหันไปตวาดใส่รินรดาด้วยสายตาที่น่าเกรงขาม “และคุณ... รินรดา ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาจัดการเรื่องส่วนตัวในห้องทำงานของผม!” กวินทร์คว้าข้อมือพราวรุ้งไว้แน่นก่อนจะดึงร่างเธอให้หลบไปอยู่ด้านหลังของเขา ท่ามกลางบรรยากาศที่มาคุและกดดันที่สุดเท่าที่เคยมีมา “พราวรุ้ง... ฟังผมนะ” เขาก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอ น้ำเสียงของเขาไม่ได้อ่อนโยนเหมือนเคย แต่มันเต็มไปด้วยความเด็ดขาดที่ทำให้เธอหยุดหายใจ “สิ่งที่รินรดาทำ มันเป็นเพียงแค่เกมที่เธอสร้างขึ้นเพื่อบีบให้คุณเดินออกไปเอง แต่คุณจำได้ไหม... ผมเคยบอกคุณว่า ถ้าผมจะเลือกใคร ผมไม่เคยสนว่าโลกนี้จะพูดถึงเรายังไง” เขารีบคว้ามือถือของเธอมาแล้วกดวางสายข่าวที่ยังคงแจ้งเตือนค้างอยู่ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับรินรดาที่ใบหน้าเริ่มซีดเผือด “และถ้าอยากรู้ว่าใครคือคนที่ผมเลือกจริงๆ ก็เชิญอยู่ดูต่อได้เลยครับ เพราะผมกำลังจะทำสิ่งที่คนอย่างคุณต้องเสียใจไปตลอดชีวิต” เขาก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของพราวรุ้งต่อหน้ารินรดาอย่างไม่เกรงใจใคร ก่อนจะหันมามองหน้าเธอด้วยสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งจนพราวรุ้งทำอะไรไม่ถูก “เตรียมตัวให้พร้อมนะครับพราว... คืนนี้เรามีงานที่ต้องไปเปิดตัวในฐานะ ‘คนรัก’ ต่อหน้าสื่อทั้งประเทศ ไม่ใช่ในฐานะเลขากับเจ้านาย” ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ตัวละครของเราเสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%