“คุณวินทร์คะ ดิฉันว่าเราควรจะสรุปเรื่องดีลโครงการหรูที่เพิ่งอนุมัติไปให้ชัดเจนก่อนเที่ยงนะคะ บอร์ดบริหารค่อนข้างกดดันเรื่องตัวเลขกำไรในไตรมาสหน้าค่ะ”
พราวรุ้งเอ่ยขึ้นในขณะที่มือเรียวสวยวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวหนา เสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเป็นมืออาชีพ ทว่าดวงตากลมโตกลับเผลอช้อนมองใบหน้าคมสันของชายหนุ่มที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานเคียงข้างมาตลอดหลายเดือน ความรู้สึกที่เธอพยายามเก็บกดไว้มักจะประท้วงขึ้นมาทุกครั้งยามที่ได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเขา
กวินทร์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที เขายังคงใช้ปากกาหมึกซึมเซ็นชื่อลงในเอกสารอย่างบรรจง ก่อนจะวางมันลงแล้วประสานมือเข้าหากัน สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจดจ้องมองใบหน้าเนียนใสของเลขาฯ สาวราวกับจะสำรวจความนัยที่ซ่อนอยู่ใต้แววตาที่พยายามจะนิ่งเฉยของเธอ
“พราว… พักบ้างก็ได้นะครับ” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแฝงความห่วงใยตามแบบฉบับที่เขามักทำกับเธอเสมอ “งานน่ะไม่มีวันหมดหรอก แต่ถ้าเลขาฯ ของผมเป็นลมเป็นแล้งไป ใครจะรับผิดชอบชีวิตผมล่ะ”
พราวรุ้งชะงักไปเล็กน้อย เธอซ่อนความสั่นไหวในอกด้วยการก้มลงจัดแจงเอกสารบนโต๊ะให้เป็นระเบียบ “ดิฉันเป็นเลขาฯ นะคะ ไม่ใช่เด็กที่ต้องให้ใครมาโอ๋”
“งั้นเหรอ?” เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กลิ่นอายความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับสนามแม่เหล็กที่ดึงดูดให้เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว “แต่สายตาที่มองผมเมื่อกี้ มันไม่ได้บอกแบบนั้นเลยนะ”
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที ราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านระหว่างคนทั้งคู่ ทว่าก่อนที่พราวรุ้งจะทันได้แก้ต่าง เสียงเคาะประตูจังหวะหนักแน่นที่ไร้ซึ่งมารยาทก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ปัง!
ประตูบานใหญ่เปิดออกโดยไม่รอให้คนข้างในอนุญาต ร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมสีแดงเพลิงก้าวฉับเข้ามาในห้อง ใบหน้าสวยคมที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงปรากฏรอยยิ้มที่ดูอย่างไรก็ไม่ถึงดวงตา
“ไม่คิดเลยนะคะว่าจะต้องมาเห็นภาพบาดตาบาดใจตั้งแต่ยังไม่ทันจะเที่ยงวัน” รินรดากวาดสายตามองพราวรุ้งด้วยหางตา ก่อนจะเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของกวินทร์แล้ววางมือลงบนไหล่กว้างของเขาอย่างถือสิทธิ์ “วินทร์คะ ยุ่งจนไม่มีเวลาตอบข้อความรินเลยเหรอคะ? รู้ไหมว่ารินรอคุณอยู่ที่ล็อบบี้ตั้งนานแล้ว”
พราวรุ้งรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมด เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มรัวเร็วด้วยความขมขื่น “ถ้าคุณรินรดามีธุระส่วนตัว ดิฉันขอตัวไปจัดการงานเอกสารต่อที่โต๊ะนะคะ”
“เดี๋ยวสิคะคุณพราวรุ้ง” รินรดาเรียกไว้ เสียงหวานหยดแต่เชือดเฉือน “อยู่ฟังด้วยกันก่อนสิคะ อีกไม่นานฉันก็คงต้องเข้ามาดูแลงานที่นี่แทนคุณในหลายๆ เรื่อง… โดยเฉพาะเรื่องที่ ‘ส่วนตัว’ ของว่าที่คู่หมั้นของฉันกับวินทร์”
กวินทร์นิ่งเงียบ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยจนพราวรุ้งอ่านไม่ออก เธอเห็นเพียงสันกรามที่ขบแน่นของเขาเท่านั้น “ริน เรื่องนั้นเราคุยกันแล้วว่าขอให้เป็นเรื่องของเวลา”
“เวลาเหรอคะ?” รินรดาหัวเราะเบาๆ เดินเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกของเธอแทรกซึมเข้ามาแทนที่กลิ่นสะอาดสดชื่นของกวินทร์ “เวลาของรินกับวินทร์น่ะ เรามีให้กันและกันเสมอค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจ... หรือเรื่องคืนนี้ที่คุณแม่กำชับให้เราไปดูงานกาล่าด้วยกัน”
พราวรุ้งรู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งตกลงมาทับในอก ความเป็นมืออาชีพที่สั่งสมมานานสั่นคลอน เธอรีบหันหลังกลับเพื่อจะเดินออกไป แต่ทว่าน้ำเสียงของรินรดากลับไล่หลังมาเหมือนคมมีด
“อ้อ... คุณพราวรุ้งคะ อีกเรื่องหนึ่งที่ฉันอยากจะเตือน” รินรดาหยุดกึก “เลขาฯ ที่ดีน่ะ ควรจะรู้ขอบเขตของตัวเองนะคะ อย่าพยายามปีนป่ายขึ้นมาในที่ที่ตัวเองไม่คู่ควร เพราะมันอาจจะเจ็บตอนตกไม่รู้ตัวนะคะ”
พราวรุ้งหยุดก้าวเดิน มือที่กำแฟ้มเอกสารแน่นจนขึ้นข้อขาว เธอไม่ได้หันกลับไปตอบโต้ด้วยถ้อยคำ แต่แผ่นหลังที่เหยียดตรงนั้นสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะก้าวเท้าออกจากห้องทำงานไปโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองกวินทร์ที่กำลังยืนนิ่งดั่งรูปปั้น
กวินทร์มองตามร่างเล็กที่เดินลับหายไปจากประตู หัวใจของเขาบีบแน่นด้วยความรู้สึกที่เขาเองก็อธิบายไม่ถูก เขาหันกลับมามองรินรดาด้วยสายตาที่เย็นชาจนอีกฝ่ายต้องชะงัก “ริน ผมเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำกิริยาแบบนี้กับใครในบริษัทของผม”
“วินทร์! คุณจะปกป้องนังเลขาฯ นี่ไปถึงไหนกัน!” รินรดาแผดเสียงขึ้นอย่างลืมตัว
ในขณะที่พราวรุ้งเดินกลับมาถึงโต๊ะทำงานของเธอ เธอก็พบซองจดหมายสีขาวไม่มีชื่อผู้ส่งวางอยู่บนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ เธอขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจก่อนจะหยิบมันขึ้นมาเปิดออก ข้างในมีเพียงภาพถ่ายใบหนึ่งที่ทำให้ลมหายใจของเธอแทบหยุดชะงัก
มันเป็นภาพของกวินทร์กับผู้หญิงอีกคนในมุมมืดของโรงแรมหรูเมื่อสามปีก่อน และที่สำคัญที่สุด... ผู้หญิงในรูปนั้นมีรอยปานรูปจันทร์เสี้ยวที่หัวไหล่เหมือนกับสิ่งที่เธอพยายามปกปิดไว้ภายใต้เสื้อเชิ้ตทำงานตัวสวยมาโดยตลอด
นี่มันหมายความว่าอย่างไร? หรือความลับที่เธอพยายามลบเลือนไปพร้อมกับอดีต กำลังจะถูกเปิดเผยขึ้นมาในวันที่เธอเริ่มหวั่นไหวให้กับเขาอย่างหมดหัวใจ
ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการอ่านและร่วมลุ้นไปกับพราวรุ้งในบทถัดไปนะคะ
ละอองดาวเดือนเก้า
รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 7
การมาถึงของรินรดา
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!