“ฉันไม่คิดว่าคุณจะกล้าบุกมาถึงที่นี่ในสภาพแบบนี้... คุณกวินทร์”
เสียงของพราวรุ้งราบเรียบ ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยในตอนท้าย เธอยืนพิงขอบโต๊ะทำงานในห้องพักส่วนตัว สองมือกอดอกแน่นเพื่อป้องกันการสั่นเทาของร่างกาย สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องไปยังชายหนุ่มตรงหน้า—ผู้ชายที่เพิ่งพังทลายความเชื่อใจของเธอลงจนไม่เหลือชิ้นดีด้วยเศษกระดาษเพียงใบเดียว
กวินทร์ในยามนี้ไม่ได้ดูเนี๊ยบเหมือนชายหนุ่มผู้บริหารระดับสูงที่เธอคุ้นเคย เนคไทเส้นสวยถูกคลายออกจนดูหลวมโพรก เส้นผมที่เคยจัดแต่งเป็นระเบียบกลับยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการขยี้ด้วยความเครียด ดวงตาคมคายคู่นั้นแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่เป็นเพราะความเหนื่อยล้าจากการไม่ได้พักผ่อนและการขบคิดถึงสิ่งที่เขาเพิ่งค้นพบ
เขาก้าวเข้ามาหาเธอหนึ่งก้าว แต่เมื่อเห็นพราวรุ้งถอยหนีไปติดกำแพง เขาก็ชะงักฝีเท้าลงทันที
“พราว... ฟังผมก่อนนะ ผมรู้ว่ารูปนั่นมันดูแย่ มันดูเหมือนผมกำลังนอกใจคุณ” กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “แต่วันนั้นรินรดาเธอโทรมาขู่เรื่องเอกสารสำคัญของโครงการที่เธอแอบเอาไป ผมต้องไปเพื่อเอาของคืน ไม่ใช่เพื่อไปมีความสัมพันธ์อย่างที่คุณเข้าใจ”
“แล้วทำไมต้องปิดบังคะ?” พราวรุ้งสวนกลับ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มคลอหน่วงอยู่ที่ขอบตา “ทำไมต้องบอกว่าไปต่างจังหวัดเพียงลำพัง ทำไมต้องโกหกถ้ามันไม่มีอะไรในกอไผ่ ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริง ทำไมถึงปล่อยให้ความเงียบของเรากลายเป็นช่องว่างที่คนอื่นเข้ามาแทรกกลางได้ง่ายดายขนาดนี้”
กวินทร์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ความเงียบในห้องทำงานปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นของทั้งคู่ เขาขยับตัวเข้าใกล้พราวรุ้งอีกครั้ง ครั้งนี้เขาไม่สนว่าเธอจะถอยหนี มือหนาเอื้อมไปแตะที่ขอบโต๊ะข้างตัวเธอ เป็นการจำกัดพื้นที่ไม่ให้เธอเดินเลี่ยงไปทางไหนได้อีก
“ผมกลัว...” กวินทร์ยอมรับออกมาในที่สุด เสียงของเขานุ่มลง แฝงไปด้วยความรู้สึกเย้ายวนที่ทำให้ใจของคนฟังต้องสั่นคลอนอย่างห้ามไม่ได้ “ผมกลัวว่าถ้าบอกคุณว่าผมต้องไปรับมือกับความร้ายกาจของรินรดา คุณจะกังวล คุณจะเอาตัวไปเสี่ยงกับเกมสกปรกของเธอ ผมอยากปกป้องคุณ... แม้ว่าในที่สุด ผมจะกลายเป็นคนทำลายทุกอย่างเสียเอง”
“นั่นคือเหตุผลที่คุณใช้มาตลอดเหรอคะ? การอ้างว่าปกป้องฉัน เพื่อที่คุณจะได้เก็บความลับไว้ทำอะไรตามใจชอบ?” พราวรุ้งแหงนหน้ามองเขา สายตาตัดพ้อรุนแรง “คุณไม่ใช่พระเอกในละครที่จะมาตัดสินใจแทนฉันทุกอย่างนะกวินทร์ ฉันคือคนรักของคุณ ไม่ใช่ตุ๊กตาในตู้โชว์ที่คุณจะหยิบจับไปวางตรงไหนก็ได้”
เขามองดูริมฝีปากที่ขยับบ่นด้วยความโกรธเคืองนั้นด้วยสายตาโหยหา กวินทร์โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากของเขาเกือบจะแตะกับหน้าผากของเธอ กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาที่เธอเคยหลงใหลเริ่มทำหน้าที่ของมัน—มันทั้งอบอุ่นและกดดันในเวลาเดียวกัน
“ผมผิดไปแล้ว” เขาพึมพำชิดริมฝีปากเธอ “ขอโอกาสให้ผมได้พิสูจน์อีกครั้ง อย่าตัดรอนผมแบบนี้เลยนะพราว... ผมอยู่ไม่ได้หรอกถ้าวันพรุ่งนี้ไม่มีคุณอยู่ในชีวิต”
พราวรุ้งใจอ่อนวูบ แต่บาดแผลในใจยังคงกรีดร้อง เธอเบือนหน้าหนี แต่กวินทร์กลับประคองใบหน้าเธอให้กลับมาสบตาเขาอีกครั้ง ความอ่อนโยนที่เขาส่งผ่านทางสายตานั้นช่างน่ากลัว มันทำให้เธอแทบจะลืมเลือนรูปถ่ายใบนั้นไปเสียสนิท
ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะโน้มตัวลงไปแตะสัมผัสที่ริมฝีปากของเธอให้หายคิดถึง เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขัดจังหวะขึ้นอย่างไม่มีมารยาท
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
“คุณกวินทร์คะ อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ?”
เสียงหวานแหลมที่คุ้นหูทำให้คนทั้งคู่สะดุ้งแยกออกจากกัน พราวรุ้งผลักอกเขาทันทีที่ได้ยินชื่อของเจ้าของเสียงนั้น รินรดา... เธอมาทำอะไรที่นี่ในเวลาที่เปราะบางแบบนี้
กวินทร์สบถเบาๆ ในลำคอ เขาหันไปมองบานประตูที่เริ่มถูกเปิดออกอย่างถือวิสาสะ โดยไม่มีการรอคำอนุญาตจากเจ้าของห้อง
“ฉันคิดอยู่แล้วว่าคุณต้องมาหาเขาที่นี่” รินรดาเดินนวยนาดเข้ามาในห้อง ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลใบใหญ่ ใบหน้าสวยสะพรั่งของเธอฉาบด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “และฉันก็คิดถูกด้วย... พราวรุ้ง เธอคงยังไม่รู้ใช่ไหมว่ารูปถ่ายใบนั้นที่เธอเจอ มันเป็นแค่ ‘น้ำจิ้ม’ ของความจริงที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น”
รินรดาโยนซองเอกสารลงบนโต๊ะข้างตัวพราวรุ้ง ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้กวินทร์ที่ยืนตัวแข็งทื่อ
“กวินทร์คะ... บอกเธอสิคะ ว่าที่คุณต้องไปกับฉันวันนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องเอกสาร แต่เป็นเพราะอะไร? หรือจะให้ฉันเป็นคนบอกพราวรุ้งเองว่า ‘เงื่อนไขการแต่งงาน’ ของคุณกับฉัน มันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่คุณต้องการกู้บริษัทคืนเมื่อสองปีก่อนแล้ว”
พราวรุ้งชะงักไป ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เธอหันกลับไปมองหน้ากวินทร์ที่ตอนนี้ซีดเผือดเหมือนคนไร้วิญญาณ
“กวินทร์... รินรดาพูดเรื่องอะไรคะ?”
ชายหนุ่มนิ่งอึ้ง เขาไม่สามารถแม้แต่จะเอ่ยคำแก้ตัวได้ มือที่เคยอบอุ่นของเขาค่อยๆ ปล่อยจากแขนของเธอ ราวกับว่าเขาเองก็เพิ่งถูกขังอยู่ในกรงที่ตัวเองสร้างขึ้นมานานเกินไป
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกไปกับตัวละครของละอองดาวเดือนเก้านะคะ!
รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 34
การกลับมาเผชิญหน้า
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!