รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 33

ความเหินห่างที่ทรมาน

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“ถ้าคุณไม่มีอะไรจะพูด... ดิฉันขอตัวกลับไปทำงานต่อนะคะ” เสียงของพราวรุ้งราบเรียบ หากทว่าสั่นไหวเล็กน้อยในประโยคท้าย เธอไม่ได้รอฟังคำตอบจากกวินทร์ มือเรียวคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานของเขาขึ้นมาอย่างลวกๆ ก่อนจะหันหลังกลับ แต่ทว่าแรงบีบกระชับที่ข้อมือข้างซ้ายกลับรั้งเธอไว้เสียก่อน กวินทร์ไม่ได้ออกแรงมากเกินไป แต่มันหนักแน่นและเด็ดขาดพอจะทำให้คนตัวเล็กกว่าต้องหยุดกะทันหัน เขาไม่พูดอะไรเลย เขายืนอยู่ตรงนั้น ในชุดสูทสีเข้มที่ดูสมบูรณ์แบบ แววตาคมปลาบคู่นั้นมืดสนิทราวกับมหาสมุทรที่ไร้แสงจันทร์ มันคือความเงียบงันที่แผ่ขยายมาเป็นวันที่สี่ติดต่อกัน ความเงียบที่กรีดลึกเข้าไประหว่างเขากับเธอ จนช่องว่างตรงกลางนั้นกลายเป็นเหวลึกที่ไม่มีใครกล้าข้ามไป พราวรุ้งก้มมองมือใหญ่ที่จับข้อมือเธออยู่ ก่อนจะค่อยๆ สลัดออกอย่างแผ่วเบา แต่ไร้ความรุนแรง เธอไม่ได้เกลียดเขา แต่ความกลัวในใจที่สั่งสมมาตลอดสัปดาห์จากการกระทำที่คลุมเครือของเขามันทำให้เธอเลือกที่จะถอยห่าง “คุณกวินทร์คะ... เราไม่ใช่คนแปลกหน้าต่อกันขนาดที่จะต้องใช้วิธีสื่อสารด้วยความเงียบแบบนี้ หากคุณต้องการให้ดิฉันลาออก หรือมีอะไรที่เปลี่ยนไปจากข้อตกลงของเรา ก็แค่บอกตรงๆ ค่ะ ดิฉันพร้อมจะทำตามทุกอย่าง” กวินทร์ปล่อยมือจากข้อมือเธอช้าๆ เขาสอดมือทั้งสองข้างเข้าในกระเป๋ากางเกงสแล็ค ท่าทางดูผ่อนคลายเกินไปสำหรับสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้ เขาเดินเลี่ยงไปที่กระจกบานใหญ่ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ ยามพลบค่ำ แสงไฟระยิบระยับสะท้อนลงบนใบหน้าหล่อเหลาที่ดูเหนื่อยล้าเกินกว่าที่เขาจะยอมรับ “ผมแค่กำลังคิด พราว... คิดว่าสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ มันดีกับคุณจริงๆ หรือเปล่า” กวินทร์เอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแฝงความหม่นหมอง “คนอย่างผม มันมีความมืดมนมากเกินไปไหมสำหรับการจะประคองใครสักคนไว้ในชีวิต” พราวรุ้งนิ่งไป เธอเข้าใจดีว่าเขากำลังพูดถึงรินรดาและแรงกดดันทางธุรกิจที่เขากำลังเผชิญ รินรดาไม่ได้มาแค่ในฐานะคู่ค้า แต่เธอมาพร้อมกับข้อเสนอที่กวินทร์ไม่อาจปฏิเสธได้ง่ายๆ หากเขาต้องการรักษาบริษัทนี้ไว้ “ความมืดมนไม่ใช่ปัญหาค่ะ ปัญหาคือคุณไม่เคยให้โอกาสดิฉันได้มองเห็นมันร่วมกับคุณ คุณเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว แล้วสุดท้ายก็ผลักไสดิฉันให้ไปอยู่นอกวงโคจร...” พราวรุ้งเว้นจังหวะ กลืนก้อนสะอื้นลงคอ “คุณคิดว่าการถอยห่างคือการปกป้อง แต่สำหรับดิฉัน... มันคือการทรมานค่ะ” ความเงียบกลับมาครอบงำห้องทำงานอีกครั้ง มันเป็นความเงียบที่หนักอึ้งพอจะทำลายความรู้สึกของคนสองคนได้ กวินทร์หันกลับมามองหญิงสาว สายตาของเขาไม่ได้เฉยเมยอย่างที่พยายามแสดงออก แต่มันเต็มไปด้วยความโหยหาที่เขาพยายามกดทับไว้ใต้ความสุขุมเยือกเย็น เขาก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอนั้นเหลือน้อยเต็มที กลิ่นหอมจางๆ จากน้ำหอมประจำตัวของเขาที่เธอคุ้นเคยยังคงทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ พราวรุ้งถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้อง กวินทร์โน้มตัวลงมา มือข้างหนึ่งยกขึ้นแตะผนังข้างใบหน้าของเธอ กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างนุ่มนวล “ผมไม่ได้อยากทรมานคุณ พราว... ผมแค่อยากให้คุณปลอดภัยจากเกมของรินรดา” “งั้นก็อย่าทำให้ดิฉันต้องรู้สึกเหมือนถูกทิ้งสิคะ” เธอสบตาเขาตรงๆ แม้ดวงตาจะเริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส “ความรักสำหรับคุณมันอาจจะเป็นเกมธุรกิจ แต่สำหรับดิฉัน... มันคือชีวิตค่ะ” กวินทร์นิ่งอึ้งไปกับคำพูดนั้น มือที่แตะผนังเริ่มสั่นน้อยๆ เขารู้ดีว่าเขากำลังทำร้ายผู้หญิงที่เขารักที่สุดด้วยวิธีการที่ผิดพลาดที่สุด การเงียบหายไปหลายวันไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่มันคือการขุดหลุมฝังหัวใจของตัวเองและเธอให้ลึกลงไปเรื่อยๆ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะอ่อนโยนลง กวินทร์กำลังจะโน้มใบหน้าลงมาเพื่อทลายกำแพงความเหินห่างนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจังหวะหนักๆ ไม่กี่อึดใจประตูห้องทำงานก็เปิดผางเข้ามาโดยไม่รอการอนุญาต รินรดาเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยัน เธอหยุดกึกเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า กวินทร์ผละออกจากพราวรุ้งทันทีด้วยท่าทีเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด ความห่างเหินที่เพิ่งจะทลายลงกลับมาตั้งตระหง่านอีกครั้ง “ขอโทษทีนะคะที่รบกวนเวลาส่วนตัว แต่กวินทร์คะ... เอกสารที่พ่อของรินให้ดูเมื่อเช้า คุณยังไม่ได้เซ็นชื่อกำกับเลยนะคะ และเรามีนัดทานมื้อค่ำกันไม่ใช่หรือคะ?” รินรดาเอ่ยเสียงใสราวกับมองไม่เห็นพราวรุ้งที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ กวินทร์เหลือบมองพราวรุ้งแวบหนึ่ง แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นว่างเปล่าทันที เขาหันไปหาคู่หมั้นทางธุรกิจด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย “ผมกำลังจะไปครับ พราว... กลับไปพักเถอะ ส่วนงานที่เหลือ พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน” พราวรุ้งกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ เธอฝืนยิ้มที่เจ็บปวดที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะโค้งตัวแล้วเดินผ่านรินรดาออกไป แต่ทว่าก่อนที่เธอจะพ้นประตู มือของรินรดาก็คว้าต้นแขนเธอไว้แน่น แล้วกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู “อย่าพยายามเลยค่ะ... เพราะไม่ว่าคุณจะพยายามแค่ไหน กวินทร์เขาก็ไม่มีวันเลือกเลขาอย่างคุณมาเป็นคู่ชีวิตที่ต้องวางคู่กับเขาในสังคมชั้นสูงหรอก” พราวรุ้งชะงัก เธอไม่ได้ตอบโต้ แต่ความเสียใจที่อัดอั้นกลายเป็นความเย็นชาในหัวใจที่เริ่มก่อตัวขึ้น เธอเดินออกมาจากห้องทำงานของเขาด้วยหัวใจที่เหมือนแตกสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า กวินทร์ยืนมองตามแผ่นหลังของพราวรุ้งจนลับตา ก่อนจะหันมามองเอกสารตรงหน้าแล้วชะงักค้าง เมื่อเขาเปิดแฟ้มเอกสารที่พราวรุ้งทิ้งไว้บนโต๊ะแทนเอกสารของบริษัท สิ่งที่อยู่ข้างในนั้นไม่ใช่บันทึกการประชุม แต่เป็นรูปถ่ายใบหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นรูปของเขากับรินรดาที่ถูกแอบถ่ายในมุมที่ดูเหมือนกำลังสนิทสนมกันอย่างมีลับลมคมใน เมื่อสองสัปดาห์ก่อน... ซึ่งเป็นวันที่เขาบอกพราวรุ้งว่าเขาไปต่างจังหวัดเพียงลำพัง ละอองดาวเดือนเก้าหวังว่าเรื่องราวที่เข้มข้นในบทนี้จะทำให้หัวใจของทุกท่านเต้นแรงไปพร้อมกับความรู้สึกของตัวละครนะคะ หวังว่าจะติดตามและให้กำลังใจกันต่อไปในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%