“คุณจะไปจริง ๆ ใช่ไหมพราวรุ้ง... ตอบผมมาสิ!”
เสียงของกวินทร์ไม่ได้กึกก้องด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มันสั่นพร่าและแหบต่ำ บาดลึกลงไปในความรู้สึกของคนฟังจนพราวรุ้งต้องหยุดฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินออกจากห้องทำงานส่วนตัวของเขา มือเรียวบางที่กำลังหอบแฟ้มเอกสารชุดสุดท้ายสั่นระริกโดยไม่ตั้งใจ
พราวรุ้งสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ เธอไม่ได้หันกลับไปมองแผ่นหลังกว้างที่ตอนนี้ดูโดดเดี่ยวและแตกสลาย ทั้งที่เขายังยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น
“รุ้งแค่กำลังทำตามหน้าที่ค่ะ คุณกวินทร์… เราตกลงกันไว้แล้วตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงานว่าเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงาน เราจะแยกออกจากกันให้ชัดเจนที่สุด”
“หน้าที่เหรอ?” กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการตะโกนด่า “หน้าที่ที่คุณกำลังพูดถึง คือการเก็บกระเป๋าเตรียมลาออก แล้วทิ้งผมไว้กับสัญญาบ้า ๆ บอ ๆ ที่รินรดาพยายามยัดเยียดให้ผมเนี่ยนะ!”
เขาก้าวพรวดพราดเข้ามาประชิดตัวเธอ กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาที่เธอหลงใหลมาตลอดหลายเดือน—กลิ่นซีดาร์วู้ดผสมกับความหอมละมุนของอำพัน—อบอวลอยู่รอบตัวจนพราวรุ้งแทบจะละลาย เธอหลับตาแน่น พยายามย้ำเตือนตัวเองว่าในถุงเอกสารในมือเธอมีตั๋วเครื่องบินสำหรับโครงการศึกษาดูงานที่ต่างประเทศเพียงหนึ่งใบ และมันไม่มีชื่อของเขาอยู่ในนั้น
กวินทร์กระชากไหล่บางให้หันกลับมาเผชิญหน้า แววตาของเขาไม่ได้สุขุมเยือกเย็นเหมือนทุกครั้ง แต่มันวาวโรจน์ไปด้วยเปลวไฟแห่งความหึงหวงและความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด
“อย่าแตะต้องตัวรุ้งเลยนะคะ... ในเมื่อคุณเลือกที่จะฟังคำพูดของรินรดามากกว่าความเชื่อใจที่มีให้กัน” พราวรุ้งพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจนั้นแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ “คุณคิดว่ารุ้งอยากจะหนีไปจริง ๆ เหรอคะ? คุณคิดว่าหัวใจของรุ้งมันมีค่าแค่เครื่องมือต่อรองทางธุรกิจหรือไง”
“ถ้าไม่ใช่ แล้วคุณจะทำแบบนี้ทำไม! ตั๋วเครื่องบินในลิ้นชักโต๊ะทำงานคุณ ผมเห็นมันแล้ว พราวรุ้ง! คุณตั้งใจจะหายไปจากชีวิตผมโดยไม่บอกกล่าวใช่ไหม!”
กวินทร์ตะคอก พลางกระชากถุงกระดาษจากมือเธอแล้วเหวี่ยงมันลงบนพื้นโต๊ะทำงาน ปึกเอกสารปลิวว่อนไปทั่วห้อง แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาสนใจ คือซองสีขาวที่ร่วงลงมาบนพรม
พราวรุ้งก้มลงมองซองนั้น น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงเผาะลงบนหลังมือ เธอไม่ได้หนีไปไหน… ตั๋วใบนั้นคือการที่เธอจะไปเจรจาขอเลื่อนโครงการเพื่อที่จะได้ไม่ต้องห่างจากเขาไปนานเป็นปี แต่กวินทร์กลับมองไม่เห็นความปรารถนาดีที่ซ่อนอยู่ในนั้น
“คุณกวินทร์คะ… คุณมองเห็นแค่สิ่งที่อยากเห็นเสมอเลยนะคะ” เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมเข้มของเขา “รินรดาแค่เดินเข้ามาบอกว่าคุณมีแผนจะหมั้นกับเธอ และคุณก็ไม่ได้ปฏิเสธ… รุ้งต้องทำยังไงคะ? ต้องยืนยิ้มรับให้คนที่รักกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่เกลียดรุ้งเข้าไส้ หรือต้องยอมเป็นแค่เงาในห้องทำงานของคุณต่อไปเรื่อยๆ”
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน กวินทร์ชะงักไป คำพูดของเธอเหมือนน้ำแข็งที่ราดรดลงบนกองไฟโทสะ เขาเพิ่งตระหนักได้ว่ารอยร้าวที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเธออยากทิ้งเขาไป แต่เพราะเขาล้มเหลวในการปกป้องพื้นที่หัวใจของเธอจากคำลวงของรินรดา
“รุ้ง… ผมไม่เคย…”
“ช่างเถอะค่ะ” พราวรุ้งตัดบท เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบเป็นเพียงเสียงกระซิบ “ความเข้าใจผิดครั้งนี้มันอาจจะเป็นสัญญาณก็ได้ ว่าที่เราเป็นอยู่มันคงมาถึงทางตันแล้ว”
เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินออกไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กวินทร์ไม่ได้ปล่อยให้เป็นอย่างนั้น เขาคว้าเอวบางของเธอไว้แน่นแล้วดึงเข้าหาตัวจนร่างของเธอปะทะเข้ากับแผงอกแกร่ง แรงกอดนั้นแน่นหนาและรุนแรงจนพราวรุ้งหายใจแทบไม่ออก
“ผมไม่ให้ไป!” กวินทร์ฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ สูดกลิ่นกายที่เขารักนักหนาเข้าเต็มปอด “ต่อให้ต้องกักขังคุณไว้ที่นี่ หรือต้องเปลี่ยนให้ทั้งบริษัทกลายเป็นกรงทอง ผมก็ไม่มีวันปล่อยให้คุณไปจากผม พราวรุ้ง… คุณจะเข้าใจผมผิดยังไงก็ได้ แต่ห้ามทิ้งผมเด็ดขาด!”
พราวรุ้งตัวแข็งทื่อ เธอสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นที่ซอกคอ… กวินทร์กำลังร้องไห้? ผู้ชายที่ดูสุขุม เยือกเย็น และเป็นดั่งภูผาสำหรับทุกคน กลับกำลังสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมกอดของเธอ
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นถี่รัว ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างเพรียวบางของรินรดาในชุดเดรสสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันที่ฉาบไว้บนใบหน้า
“อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญของพวกคุณสินะคะ” รินรดากวาดสายตามองภาพกวินทร์ที่โอบกอดเลขาสาวด้วยท่าทีเหยียดหยาม ก่อนจะชูซองเอกสารในมือขึ้น “แต่ดูเหมือนคุณกวินทร์ต้องมาดูนี่ก่อนนะคะ… สัญญาฉบับใหม่ที่หุ้นส่วนทุกคนเห็นชอบแล้ว และมันระบุชัดเจนว่า พราวรุ้งต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งเลขาของบริษัทภายในเย็นวันนี้”
พราวรุ้งเบิกตากว้าง หันไปมองกวินทร์ที่ตอนนี้ผละออกจากตัวเธอด้วยแววตาที่ฉายแววสับสนและตกใจอย่างถึงที่สุด... เกมนี้มันไม่ได้จบลงง่ายๆ อย่างที่เธอคิดเสียแล้ว และดูเหมือนความเข้าใจผิดครั้งนี้ กำลังจะกลายเป็นบททดสอบที่อันตรายที่สุดในชีวิตของพวกเขา
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรและมอบหัวใจให้กันเสมอนะคะ
รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 32
ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!