“คุณกวินทร์คะ ถ้าคุณคิดว่าการเงียบจะทำให้คนเหล่านั้นหยุดพูด คุณกำลังประเมินความริษยาของมนุษย์ต่ำเกินไปค่ะ”
เสียงเรียบเรื่อยทว่ากังวานของพราวรุ้งดังก้องขึ้นภายในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของอาคารกวินทร์พร็อพเพอร์ตี้ บรรยากาศภายในห้องกดดันจนแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ กวินทร์ยืนพิงขอบโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ มือหนาข้างหนึ่งขยี้ขมับจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ส่วนอีกข้างถือแท็บเล็ตที่กำลังแสดงหน้าฟีดข่าวซุบซิบในโซเชียลมีเดีย ซึ่งพาดหัวข่าวด้วยถ้อยคำบิดเบือนรุนแรงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขากับเลขาสาว
พราวรุ้งไม่ได้ขยับหนีไปไหน เธอเดินเข้าไปหยุดยืนเบื้องหน้าเขา ร่างเพรียวบางภายใต้ชุดสูทเข้ารูปสีครีมดูสง่างามทว่าเปราะบางในสายตาเขา แต่ดวงตาคู่สวยกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ข่าวมันลามไปถึงบอร์ดบริหารแล้ว พราว” กวินทร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมเข้มที่เคยสุขุมบัดนี้ดูเหนื่อยล้า “รินรดาเธอกำลังใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างบีบให้ผมถอนตัวจากโครงการใหญ่ ถ้าผมไม่จัดการอะไรสักอย่าง พราวจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด”
“พราวรู้ค่ะ” หญิงสาวตอบรับแผ่วเบา ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะแขนเขาอย่างปลอบประโลม “แต่การที่พราวลาออก หรือคุณส่งพราวไปสาขาอื่น มันไม่ใช่การแก้ปัญหา มันคือการยอมรับว่าเราทำผิด ทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย”
กวินทร์แค่นยิ้มขมขื่น “โลกนี้ไม่เคยต้องการความจริงหรอกพราว เขาต้องการแค่สิ่งที่พวกเขาอยากเชื่อ”
“งั้นเราก็ต้องทำให้สิ่งที่เขาอยากเห็น... กลายเป็นสิ่งที่เขาสามารถยอมรับได้ด้วยสายตาของตัวเองค่ะ”
พราวรุ้งคว้ามือเขามากุมไว้ นิ้วเรียวสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนผ่าวจากความเครียด เธอไม่ได้หลบตาคนที่จ้องมองมาด้วยความสับสน กวินทร์รู้ดีว่าพราวรุ้งเป็นคนอย่างไร เธอไม่เคยชอบความวุ่นวาย ไม่เคยชอบเป็นจุดสนใจ แต่ในวินาทีที่วิกฤตที่สุด เธอกลับเลือกที่จะยืนหยัดเป็นเกราะกำบังให้เขาด้วยความเต็มใจ
“คุณจะทำอะไร” กวินทร์ถาม เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย
“แถลงข่าววันนี้ค่ะ” เธอเอ่ยพลางยืดตัวตรง “ไม่ใช่ในฐานะเจ้านายกับเลขาที่ต้องแก้ตัว แต่ในฐานะคนสองคนที่ยืนยันว่าเราทำงานด้วยศักดิ์ศรี และถ้าใครจะมีปัญหากับชีวิตส่วนตัวของเรา... พราวจะเป็นคนยืนยันเองว่า การตัดสินใจทุกอย่างของคุณกวินทร์ คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดสำหรับบริษัท”
ช่วงบ่าย ห้องประชุมใหญ่เต็มไปด้วยสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวการแถลงเรื่องผลประกอบการ ซึ่งรินรดาได้จัดเตรียม 'กับดัก' ไว้ผ่านทางสื่อสายบันเทิงที่เธอว่าจ้างมาให้ปั่นหัวกวินทร์กลางวงล้อม
ทันทีที่กวินทร์ก้าวเข้าสู่ห้องแถลงข่าว พร้อมด้วยพราวรุ้งที่เดินเคียงข้างด้วยท่าทีสงบนิ่ง รินรดานั่งกอดอกอยู่แถวหน้าสุด มุมปากเหยียดหยามมองเลขาสาวอย่างสมเพช
“คุณกวินทร์คะ ข่าวที่ว่าคุณเอาตำแหน่งแลกกับความสัมพันธ์ส่วนตัว จริงเท็จแค่ไหนคะ? และคุณเลขาสาว... คุณจะชี้แจงยังไงกับความสัมพันธ์ที่ดูเกินหน้าที่งานคะ?” นักข่าวคนหนึ่งยิงคำถามแรงทันทีที่เปิดโอกาส
กวินทร์กำลังจะอ้าปากโต้ตอบ แต่พราวรุ้งกลับขยับตัวขึ้นมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เธอไม่ได้ก้มหน้าหลบกล้อง แต่กลับจ้องมองเข้าไปในเลนส์กล้องด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยพลัง
“ทุกคำถามมีคำตอบค่ะ” พราวรุ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ทรงพลัง “แต่ก่อนจะเริ่ม ฉันมีหลักฐานบางอย่างที่อาจจะทำให้ข่าวลือในโลกโซเชียลกลายเป็นเรื่องตลกของปีนี้”
เธอกดรีโมทในมือ ส่งภาพบันทึกการทำงานและอีเมลประทับเวลาที่รินรดาพยายามยัดเยียดงานนอกเหนือหน้าที่ให้เธอทำ เพื่อหวังผลทางธุรกิจในทางที่ผิดขึ้นบนจอภาพขนาดใหญ่ บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความอยากรู้อยากเห็นเป็นความเงียบกริบ กวินทร์มองแผ่นหลังของพราวรุ้งด้วยความทึ่ง ในขณะที่รินรดาหน้าถอดสี มือที่กอดอกอยู่เริ่มสั่นเทา
“ส่วนเรื่องความสัมพันธ์” พราวรุ้งหันไปหาชายหนุ่มที่ยืนเคียงข้าง “ดิฉันขอประกาศตรงนี้ว่า ความสัมพันธ์เดียวที่มีระหว่างดิฉันกับคุณกวินทร์ คือความเชื่อใจในฐานะเพื่อนร่วมงานที่ต้องการพาบริษัทไปสู่เป้าหมาย และถ้าใครคิดจะใช้เรื่องนี้มาบ่อนทำลายงานของเขา... ก็ต้องข้ามผ่านดิฉันไปให้ได้ก่อนค่ะ”
กวินทร์มองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจ เขาไม่รอช้าที่จะคว้ามือของเธอไว้ท่ามกลางเสียงแฟลชที่รัวกระทบดวงตา
“และผมขอยืนยันว่า” กวินทร์เสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “พราวรุ้งคือคนสำคัญที่สุดที่ทำให้ผมยืนอยู่ตรงนี้ได้ในวันนี้ ใครที่คิดจะลบหลู่เกียรติของเธอ ก็เท่ากับลบหลู่บริษัทของผมด้วยเช่นกัน”
ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงด้วยดี แต่แล้วความเงียบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงปรบมือช้าๆ และแหลมคมที่ดังมาจากทางเข้าห้องประชุมร่างสูงโปร่งของชายวัยกลางคนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นก้าวเข้ามาหยุดกลางวงล้อมสื่อมวลชน
“พูดได้ดีมาก คุณพราวรุ้ง” ชายผู้นั้นคือประธานกรรมการบริษัทคู่แข่งรายใหญ่ที่รินรดากำลังแอบติดต่ออยู่ “แต่ดูเหมือนคุณจะลืมไปนะ ว่าสิ่งที่บริษัทนี้กำลังเผชิญ ไม่ใช่แค่ข่าวลือ... แต่เป็นการฟ้องร้องเรื่องการยักยอกเงินที่เพิ่งถูกส่งตรงถึงอัยการเมื่อสิบนาทีก่อน”
กวินทร์ชะงัก รอยยิ้มของพราวรุ้งที่กำลังจะเผยออกมาแข็งค้าง ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อหันไปมองเอกสารที่ชายผู้นั้นชูขึ้นมากลางอากาศ
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรและมอบหัวใจให้กันเสมอนะคะ
รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 28
พราวรุ้งผู้เป็นดั่งโล่กำบัง
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!