รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 29

อ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุด

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“ถ้าคุณยังไม่เลิกทำตัวเป็นคนแปลกหน้าแบบนี้ ฉันจะเดินออกไปจากห้องนี้เดี๋ยวนี้ค่ะ” พราวรุ้งเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของกวินทร์ แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้ใบหน้าคมสันของชายหนุ่มดูเคร่งขรึมและอ่อนล้าเกินกว่าที่เธอเคยเห็น กวินทร์ไม่ได้ตอบโต้ทันที เขาเพียงแต่นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววเด็ดขาดในการทำธุรกิจ บัดนี้กลับดูว่างเปล่าและโดดเดี่ยวจนน่าใจหาย เขาไม่ได้รับคำตอบจากการประชุมที่ยืดเยื้อมาตลอดทั้งวัน ไม่สิ... เขาไม่ได้ต้องการคำตอบจากบอร์ดบริหาร สิ่งที่เขาต้องการคือการหลุดพ้นจากวังวนของผลประโยชน์ที่รุมเร้า จนกระทั่งเขาสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่ก้าวเข้ามาใกล้ กวินทร์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า พราวรุ้งในชุดเดรสทำงานสีครีมดูอ่อนหวาน แต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววแน่วแน่ เธอไม่ใช่แค่เลขาผู้เก่งกาจในสายตาคนอื่น แต่เธอคือคนเดียวที่มองเห็นรอยร้าวใต้หน้ากากนักธุรกิจของเขา “ผมแค่เหนื่อย... เหนื่อยจนไม่อยากจะพูดอะไรกับใคร” เสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่า เป็นความเปราะบางที่เขาไม่เคยเผยให้ใครเห็นนอกจากเธอ พราวรุ้งถอนหายใจแผ่วเบา ความโกรธเคืองที่เขานิ่งเงียบใส่เธอมาตลอดหลายชั่วโมงมลายหายไป เหลือเพียงความสงสารที่จุกแน่นอยู่ในอก เธอเดินอ้อมโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่เข้าไปใกล้ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างเก้าอี้ของเขา ฝ่ามือเรียวบางวางลงบนหลังมือที่กำแน่นของเขาเบาๆ “ถ้าเหนื่อย ก็แค่พักค่ะ... ไม่ต้องแบกโลกเอาไว้คนเดียว” กวินทร์มองการกระทำนั้นด้วยแววตาที่สั่นไหว เขาไม่ได้ต้องการคำปลอบโยนสวยหรู แต่เขาต้องการความจริงใจที่หาไม่ได้จากสังคมจอมปลอมข้างนอกนั่น เขาพลิกมือกลับมากุมมือเธอไว้แน่น สัมผัสที่ส่งผ่านถึงกันนั้นอบอุ่นเสียจนหัวใจของพราวรุ้งเต้นผิดจังหวะ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พราวรุ้งลุกตาม แต่ยังไม่ทันตั้งตัว วงแขนแข็งแรงก็รั้งร่างเธอเข้าไปแนบชิดอกแกร่ง อ้อมกอดนี้ไม่ได้เร่าร้อนอย่างที่เคยเป็น แต่เป็นอ้อมกอดที่แสวงหาที่พึ่งพิง เขากดใบหน้าซบลงกับซอกคอของเธอ สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอจนเต็มปอด “รุ้ง...” เขาเรียกชื่อเธอแผ่วเบา “มีแค่คุณที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่” หัวใจของพราวรุ้งกระตุกวูบ เธอรู้ดีว่าคำนี้มีความหมายลึกซึ้งเพียงใด ท่ามกลางความกดดันจากการที่รินรดาพยายามเข้าหาเขาผ่านทางหุ้นส่วนบริษัท และความขัดแย้งที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในที่ทำงาน เธอกลายเป็นกำแพงเดียวที่คอยปกป้องจิตใจของเขา แต่เธอเองก็มีปมในอดีตที่คอยย้ำเตือนไม่ให้ถลำลึกไปมากกว่านี้ “คุณกวินทร์คะ... เรากำลังทำเรื่องที่ไม่ควรทำหรือเปล่า” เธอถามเสียงสั่น ขณะที่มือของเธอยกขึ้นลูบแผ่นหลังเขาแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม กวินทร์ผละออกเล็กน้อยเพื่อให้เห็นใบหน้าของเธอ ดวงตาของเขาฉายประกายบางอย่างที่ทำให้เธอต้องกลั้นหายใจ “อะไรคือสิ่งที่ควรทำเหรอครับ ในเมื่อหัวใจของผมมันสั่งให้ผมกอดคุณไว้แบบนี้ ถ้าต้องเลือกระหว่างความสำเร็จที่เย็นชา กับความอบอุ่นที่มีแค่คุณ... ผมเลือกคุณมาตลอด” คำพูดของเขาไม่ใช่คำบอกรักที่ฉูดฉาด แต่มันคือความจริงที่สั่นคลอนหัวใจพราวรุ้งอย่างรุนแรง เธอรู้ดีว่าหากรินรดารู้เรื่องนี้ ทุกอย่างจะพังไม่เป็นท่า ไม่ใช่แค่หน้าที่การงานของเธอ แต่รวมถึงอนาคตของกวินทร์ด้วย ในจังหวะที่กวินทร์กำลังจะโน้มใบหน้าลงมาเพื่อประทับรอยจูบที่เปี่ยมด้วยความโหยหา เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นอย่างรัวและไม่มีการแจ้งเตือน ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต รินรดาเดินเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจ ทว่าเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—กวินทร์ที่กำลังโอบกอดเลขาสาวอย่างแนบชิด—ใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนจากยิ้มแย้มเป็นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด “ว้าว... ไม่แปลกใจเลยนะคะที่หาตัวไม่เจอ ที่แท้ก็กำลังติดพันอยู่กับ ‘ของเล่น’ ประจำตำแหน่งนี่เอง” รินรดาแค่นหัวเราะพลางก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเธอฉุนกึกจนพราวรุ้งรู้สึกมวนท้อง กวินทร์ยังคงไม่ปล่อยมือจากเอวของพราวรุ้ง เขาหันไปมองรินรดาด้วยสายตาเย็นชาที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ “ผมจำได้ว่าไม่ได้นัดคุณไว้ และที่นี่ก็ไม่ใช่ที่ที่ใครจะเข้ามาได้ตามใจชอบ” “แต่นี่คือเรื่องของหุ้นส่วนค่ะคุณกวินทร์! หรือคุณจะบอกว่าผู้หญิงคนนี้สำคัญกว่าธุรกิจที่ครอบครัวเราสร้างมา?” รินรดากระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น พร้อมกับจ้องพราวรุ้งด้วยสายตาอาฆาต พราวรุ้งพยายามขยับออกห่าง แต่กวินทร์กลับรั้งเธอไว้แน่นกว่าเดิม เขาจ้องมองรินรดาด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ดูน่ากลัวที่สุดเท่าที่พราวรุ้งเคยเห็นมา “ถ้าคุณคิดว่าเรื่องธุรกิจจะทำให้ผมยอมจำนนต่อความต้องการของคุณได้... คุณคิดผิดแล้วครับ” กวินทร์เอ่ยเสียงเรียบก่อนจะหันมาสบตาพราวรุ้ง “รุ้งครับ ไปเก็บของของคุณ เดี๋ยวนี้” “จะให้ฉันไปไหนคะ?” เธอถามด้วยความงุนงง กวินทร์ก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนอ่อนลุกชัน “ไปรอที่รถ... คืนนี้เรามีเรื่องต้องจัดการ ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่เป็นเรื่องของเราที่รินรดาไม่มีสิทธิ์รับรู้” ทันใดนั้น รินรดาก็หัวเราะออกมาเสียงดัง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิดลำโพงแล้ววางลงบนโต๊ะ เสียงปลายสายที่ดังขึ้นทำให้คนทั้งสามในห้องต้องชะงักงัน “ไม่ต้องไปรอที่รถหรอกค่ะกวินทร์ เพราะตอนนี้ประธานบอร์ดบริษัทที่พ่วงด้วยตำแหน่ง ‘คู่หมั้น’ ของคุณกำลังรออยู่ที่ห้องโถงด้านล่าง พร้อมกับหลักฐานความสัมพันธ์ของคุณกับเลขาสาวคนนี้ที่จะทำให้คุณไม่ได้กลับบ้านไปพักผ่อนอีกเลย” ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรและมอบหัวใจให้กันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%