“ภาพที่เห็น... คุณกวินทร์จะอธิบายว่าอย่างไรคะ”
เสียงหวานเย็นเยียบของรินรดาดังขึ้นในห้องทำงานที่เงียบสงัด เธอยืนพิงขอบโต๊ะทำงานตัวหรูของกวินทร์ แผ่นกระดาษในมือสั่นไหวเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ ในขณะที่พราวรุ้งซึ่งยืนอยู่มุมห้องรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบ มือเรียวของเลขาสาวกำชายกระโปรงแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
กวินทร์ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาไม่ได้สะดุ้งสะเทือนต่อหลักฐานที่ถูกโยนลงบนโต๊ะแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเพียงแค่ถอดแว่นสายตาออก วางมันลงอย่างเชื่องช้า ก่อนจะประสานนิ้วเข้าหากัน ความเงียบที่เกิดขึ้นนานเกินไปทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
“มันเป็นเพียงภาพถ่ายในมุมที่ใครบางคนตั้งใจจัดฉากครับ... เอ้อ ขอโทษทีค่ะ ฉันหมายถึง คุณรินรดาคะ การที่คนเราจะมีภาพหลุดในลิฟต์โรงแรม ไม่ได้หมายความว่าเรากำลังทำอะไรผิดที่ผิดทางสักหน่อย” กวินทร์เลือกใช้คำพูดที่ดูสุขุม แต่ดวงตาคมกริบของเขากลับฉายแววไม่พอใจที่ถูกละลาบละล้วงชีวิตส่วนตัว
รินรดาหัวเราะหึในลำคอ ดวงตาคมปลาบของเธอตวัดมองพราวรุ้งที่พยายามก้มหน้าหลบสายตา “จัดฉากเหรอคะ? แต่ในรูปนี้... มือของคุณกำลังโอบเอวหล่อนไว้แน่นเลยนะคะ แถมท่าทางที่ก้มลงไปกระซิบข้างหูนั่นอีก ถ้าหุ้นส่วนบริษัทเห็นภาพพวกนี้ขึ้นมา คิดหรือคะว่าพราวรุ้งจะเป็นแค่เลขาสาวที่น่าสงสาร หรือจะเป็น ‘นางบำเรอ’ ที่ก้าวขึ้นมาด้วยวิธีสกปรกกันแน่?”
คำว่า ‘นางบำเรอ’ กระแทกใจพราวรุ้งอย่างจัง ร่างบางสั่นสะท้านขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอเงยหน้าขึ้น สบตากับคนรักที่เธอกับเขายังไม่อาจเปิดเผยความสัมพันธ์ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ กวินทร์ไม่ได้หันมามองเธอ แต่ออร่ารอบกายเขากลับคุกรุ่นไปด้วยความโกรธที่เก็บซ่อนไว้
“คุณรินรดา อย่าข้ามเส้นไปหน่อยเลย” กวินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงที่เหนือกว่าทำให้เขาดูน่าเกรงขาม “พราวเป็นเลขาที่ทำงานเก่ง และความสัมพันธ์ระหว่างเรา... มันก็เป็นเรื่องของคนสองคน ผมไม่จำเป็นต้องรายงานเรื่องส่วนตัวกับหุ้นส่วนบริษัท โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ได้รับเชิญให้เข้ามาในห้องนี้”
“คุณปกป้องหล่อน!” รินรดาแผดเสียงขึ้นมาทันที สีหน้าของเธอที่เคยฉาบไว้ด้วยความเรียบหรูแตกกระจาย “ฉันลงทุนไปมากขนาดไหนเพื่อโปรเจกต์นี้ เพื่ออนาคตของคุณและฉัน แต่คุณกลับจะเอาทุกอย่างไปทิ้งเพียงเพราะผู้หญิงคนนี้? ถ้าภาพพวกนี้หลุดออกไป ไม่ใช่แค่ตำแหน่งเลขาของเธอที่จะหลุดลอย แต่นามสกุลที่น่าเกรงขามของคุณก็จะมัวหมองไปด้วย”
พราวรุ้งตัดสินใจก้าวออกมาจากมุมห้อง แม้ขาจะสั่นแต่แววตาของเธอกลับแน่วแน่ “คุณรินรดาคะ... ความมัวหมองไม่ได้เกิดจากความรักหรอกค่ะ แต่มันเกิดจากความพยายามจะบงการชีวิตคนอื่นต่างหาก ดิฉันไม่ทราบว่าคุณไปได้ภาพพวกนี้มาจากใคร หรือตั้งใจจะทำลายดิฉันด้วยวิธีไหน แต่ขอให้เชื่อเถอะค่ะว่า สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ มันไม่ได้ทำให้คุณดูสูงส่งขึ้นเลย”
รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มที่ทำให้พราวรุ้งรู้สึกเสียวสันหลัง “เก่งนี่... ปากดีไม่เบา งั้นก็เชิญรับมือกับ ‘พายุ’ ที่กำลังจะพัดเข้าหาในวันพรุ่งนี้ให้ดีเถอะนะ พราวรุ้ง เพราะต่อให้คุณกวินทร์จะเก่งแค่ไหน เขาก็ช่วยคุณจากแรงกดดันของบอร์ดบริหารที่กำลังจะเข้ามาตรวจสอบจริยธรรมของเขาไม่ได้หรอก”
หลังรินรดาสะบัดหน้าเดินออกไปจากห้องอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า บรรยากาศก็กลับคืนสู่ความเงียบที่น่าอึดอัด กวินทร์ถอนหายใจยาวก่อนจะก้าวเข้ามาหาพราวรุ้ง เขาไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่มือหนาเอื้อมไปแตะแก้มเนียนเบาๆ เพื่อปลอบประโลม สัมผัสที่คุ้นเคยทำให้น้ำตาของพราวรุ้งคลอเบ้า เธอเหนื่อยล้าเกินกว่าจะอดทนกับความสัมพันธ์ที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป
“กวินทร์คะ... เราพอเถอะค่ะ พราวไม่อยากเห็นคุณต้องเสียงานเสียการเพราะพราว”
“ไม่มีคำว่าพอสำหรับเรา พราว” เสียงของเขาทุ้มต่ำและจริงจัง “สิ่งที่รินรดาขู่ ไม่ใช่แค่คำขู่เปล่าๆ เธออาจจะแอบติดตั้งกล้องวงจรปิดหรือจ้างคนสะกดรอยเราอยู่จริงๆ ผมถึงได้พยายามเร่งจัดการเรื่องหุ้นส่วนให้จบ เพื่อที่วันที่เราประกาศเรื่องของเรา ผมจะได้ไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาทำร้ายคุณได้อีก”
กวินทร์ก้มลงจุมพิตหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน ความอบอุ่นจากร่างกายเขาช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บในใจเธอได้บ้าง แต่ในใจลึกๆ ของพราวรุ้งกลับรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่รบกวนจิตใจ
ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะผละออก เสียงโทรศัพท์ส่วนตัวของกวินทร์ก็แผดเสียงดังขึ้น มันเป็นสายจากเลขาส่วนตัวของประธานบริษัท ซึ่งเป็นบิดาของเขาเอง สีหน้าของกวินทร์เปลี่ยนไปในทันทีที่รับสาย
เขาวางสายด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะหันมามองพราวรุ้งด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “รินรดาไม่ได้แค่ขู่... เมื่อครู่พ่อโทรมา ท่านสั่งระงับโปรเจกต์ใหญ่ทั้งหมดที่ผมรับผิดชอบ และท่านบอกว่า... ท่านกำลังมาที่นี่ พร้อมกับหลักฐานที่รินรดาเพิ่งส่งไปให้ถึงมือท่านเมื่อห้านาทีก่อน”
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนเริ่มดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก มุ่งตรงมายังห้องทำงานของเขาด้วยจังหวะที่รีบร้อน พราวรุ้งมองไปยังบานประตูที่เริ่มสั่นสะเทือนตามแรงผลักจากมือของคนข้างนอก หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เพราะเธอมั่นใจว่าจุดจบของความลับที่เก็บงำมานาน กำลังจะถูกกระชากออกมาให้ทุกคนในบริษัทได้เห็นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า!
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรและมอบหัวใจให้กันเสมอนะคะ
รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 30
สัญญาณเตือน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!