“หลักฐานที่คุณเอามาวางตรงหน้า มันก็แค่เศษกระดาษที่ถูกเขียนขึ้นด้วยอคติ หากคุณยังไม่หยุดลดทอนเกียรติของเลขาฯ ผม... ก็คงต้องพิจารณาความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างเราใหม่”
น้ำเสียงของกวินทร์ราบเรียบ หากแต่มันแฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่สั่นสะเทือน พราวรุ้งยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกายเขา มือของเธอชื้นเหงื่อจนต้องกำเข้าหากันแน่นใต้โต๊ะทำงาน เธอเพิ่งถูกรินรดาโยนแฟ้มเอกสารใส่หน้า พร้อมข้อกล่าวหาฉกรรจ์เรื่องการยักยอกเงินโครงการอสังหาฯ ใจกลางเมือง โดยมีกลุ่มบอร์ดบริหารนั่งจับจ้องด้วยสายตาเคลือบแคลง
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอขยับกายเข้ามาใกล้กวินทร์ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายข่มขวัญความรู้สึกของพราวรุ้ง “คุณกวินทร์คะ อย่าให้ความเสน่หามาปิดบังความจริงเลยค่ะ หลักฐานนี้ชัดเจนว่าพราวรุ้งแอบโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว ถ้าคุณยังดึงดันจะปกป้องเธอ บริษัทที่พ่อของคุณสร้างมากับมือจะมัวหมองนะคะ”
พราวรุ้งเม้มปากแน่น เธออยากจะโต้ตอบ แต่ลำคอเหมือนถูกบางอย่างจุกแน่น ความอ่อนไหวในอดีตที่เคยถูกคนรักเก่าหักหลังและใส่ร้ายพุ่งกลับเข้ามาซ้ำเติมบาดแผลเดิม เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมน้ำ สายตาของเพื่อนร่วมงานที่เคยมองเธอด้วยความชื่นชม บัดนี้เปลี่ยนเป็นความสมเพชและหวาดระแวง
กวินทร์ไม่ได้หันมามองพราวรุ้ง แต่เขากลับเอื้อมมือไปกุมมือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะแน่น สัมผัสที่อบอุ่นและหนักแน่นนั้นทำให้พราวรุ้งแทบจะปล่อยโฮออกมา เขาบีบมือเธอเบาๆ เป็นสัญญาณว่า ‘เชื่อใจ’ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความกดดันจากรูปร่างสูงสง่าและแววตาดุดันของเขาทำเอาทุกคนในห้องเงียบกริบ
“ความเสน่หาเหรอครับ?” กวินทร์ทวนคำด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม “ผมไม่ได้ตัดสินคนด้วยความรู้สึก แต่ผมตัดสินด้วย ‘ผลงาน’ และ ‘ตัวตน’ ตลอดสามปีที่พราวรุ้งทำงานกับผม เธอไม่เคยทำพลาดแม้แต่เรื่องเดียว และที่สำคัญ... เงินในโครงการนี้ถูกโอนเข้าบัญชีบริษัทลูกเพื่อการจัดซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างตามนโยบายใหม่ที่คุณเองก็เป็นคนเซ็นอนุมัติเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หากคุณจำไม่ได้ว่าเซ็นอะไรลงไป ผมว่าคุณควรไปพบแพทย์มากกว่ามาใส่ร้ายเลขาฯ ของผมนะครับ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุม รินรดาหน้าซีดเผือด เธอเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเรื่องบัญชีบริษัทลูก มือของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นระริก
“คุณพูดว่าอะไรนะ?” รินรดาเสียงสั่น
“ดูเหมือนคุณจะพยายามจัดฉากโดยไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนนะครับ” กวินทร์ก้มลงมองพราวรุ้ง สายตาของเขาเปลี่ยนจากความดุดันเป็นอ่อนโยนอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็น “พราวรุ้งเป็นคนที่ผมไว้วางใจที่สุด และการที่ใครจะมาแตะต้องเธอด้วยเหตุผลตื้นๆ แบบนี้... ผมไม่ยอม”
เขาหันไปสั่งการผู้ช่วยส่วนตัวอีกคนให้เรียกฝ่ายกฎหมายเข้ามา พร้อมกับหยิบแฟ้มเอกสารที่รินรดานำมาโยนทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้พราวรุ้งเดินออกไปพร้อมกับเขา โดยไม่สนใจเสียงซุบซิบหรือสายตาอาฆาตจากรินรดาที่จ้องมองตามหลัง
เมื่อทั้งคู่เดินออกมาถึงโถงทางเดินที่เงียบสงัด พราวรุ้งถึงกับเข่าอ่อนจนต้องพิงผนัง กวินทร์รีบประคองเธอไว้ มือหนาประคองใบหน้าของเธอให้เงยขึ้นมอง สบตากับดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
“คุณพราว... หายใจลึกๆ ครับ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนใจของเธอสั่นไหว
“ทำไมคุณถึงทำขนาดนี้คะ... ทั้งที่ความจริงแล้วฉันอาจจะเป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ ก็ได้” พราวรุ้งตัดพ้อเสียงเครือ “โลกนี้ไม่มีใครเชื่อใจใครโดยไม่มีเหตุผล คุณไม่จำเป็นต้องเอาชื่อเสียงตัวเองมาเสี่ยงเพื่อคนอย่างฉันเลย”
กวินทร์โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากของเขาเกือบจะแตะหน้าผากเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ปลายจมูก “เพราะผมรู้จักคุณมากกว่าที่คุณรู้จักตัวเอง และเพราะคนอย่างผม... ถ้าไม่ได้เลือกคนที่จะมาอยู่ข้างๆ ด้วยหัวใจ ก็ไม่มีวันวางเดิมพันด้วยชีวิตแบบนี้หรอก”
นิ้วเรียวของเขาเกลี่ยไรผมที่ปรกลงมาปิดหน้าเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนนั้นทำให้พราวรุ้งรู้สึกเหมือนกำแพงที่เธอสร้างไว้พังทลายลง กวินทร์ไม่ได้เป็นแค่เจ้านาย เขาเป็นดั่งที่พักพิงที่เธอเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต
“คุณกวินทร์คะ...” เธอเรียกเขาด้วยเสียงแผ่วเบา สบตากับประกายความต้องการที่ซ่อนอยู่ในแววตาเข้มข้นคู่นั้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาข้ามผ่านเส้นกั้นระหว่างเจ้านายและลูกน้องไปไกลจนไม่อาจถอยกลับได้อีกแล้ว
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ กวินทร์และพราวรุ้งรีบผละออกจากกันด้วยความตกใจ เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของ ‘ธรรศ’ อดีตคนรักเก่าที่ทำลายชีวิตเธอเมื่อหลายปีก่อน ยืนตระหง่านอยู่ตรงหัวมุมทางเดิน พร้อมรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นและคาดเดาไม่ได้
“ไม่เจอกันนานนะพราวรุ้ง... ดูเหมือนว่าคุณจะมีเจ้านายที่ ‘เปย์’ หนักกว่าผมเยอะเลยนะ” ธรรศก้าวเข้ามาใกล้ แววตาของเขาจดจ้องที่มือของกวินทร์ที่ยังคงจับแขนพราวรุ้งไว้อย่างไม่ยอมปล่อย กวินทร์ขยับกายบังพราวรุ้งไว้ข้างหลังทันที แววตาของเขากลับมาดุดันอีกครั้ง
“คุณมาที่นี่ทำไม?” กวินทร์ถามเสียงต่ำ
ธรรศหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าจอที่แสดงภาพถ่ายลับๆ ของพราวรุ้งกับกวินทร์ในที่พักส่วนตัว “ผมไม่ได้มาหาคุณกวินทร์... แต่ผมมาเพื่อเตือนพราวรุ้งว่า ‘ความลับ’ ที่เธอพยายามปกปิดไว้ เพื่อไม่ให้เจ้านายแสนดีคนนี้รู้... ถ้ามันหลุดออกไป ชีวิตที่เธอสร้างมาใหม่ทั้งหมด จะพังพินาศในพริบตาเดียว”
ละอองดาวเดือนเก้าหวังว่าบทนี้จะทำให้หัวใจของรี้ดเต้นแรงไปพร้อมกับพราวรุ้งนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 16
ความเชื่อมั่นของเจ้านาย
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!