แฟลชไดรฟ์สีเงินยวงขนาดเท่าปลายนิ้ว ถูกวางลงบนพื้นผิวกระจกโต๊ะทำงานหรูหราอย่างนุ่มนวล แต่เสียงที่มันกระทบกับผิวโต๊ะเมื่อครู่ กลับดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่จนน่าใจหาย พราวรุ้งสูดลมเข้าปอดลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวของปลายนิ้ว มือเรียวบางที่เพิ่งจัดการดึงอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลชิ้นนี้ออกจากกระเป๋าเอกสารยังคงเย็นเฉียบ ดวงตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นสบประสานกับนัยน์ตาสีสนิมเข้มของกวินทร์—ชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมทั้งหน้าที่การงานและหัวใจของเธอไว้ในกำมือ
"คุณกวินทร์คะ... สิ่งนี้คือคำตอบทั้งหมดที่คุณต้องการค่ะ"
น้ำเสียงของพราวรุ้งราบเรียบ ทว่ามั่นคงอย่างยิ่งยวด แม้ในใจจะแอบหวาดหวั่นว่าหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เธอเพิ่งเสี่ยงตายฝ่าวงล้อมของความอลหม่านไปเอามาได้ จะยังไม่เพียงพอที่จะล้างมลทินเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลบริษัทที่รินรดาจงใจจัดฉากใส่ร้ายเธอเมื่อสามวันก่อน
กวินทร์ยังคงนั่งนิ่งอยู่ในท่าเดิม แผ่นหลังกว้างพิงพนักเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท ใบหน้าคมสันเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ออก เขามองแฟลชไดรฟ์ชิ้นนั้นสลับกับใบซีดเผือดแต่แววตาดื้อรั้นของเลขาสาว ความเงียบระหว่างเขากับเธอดำเนินอยู่ครู่ใหญ่ ราวกับเขากำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความเชื่อใจกับหลักฐานเชิงประจักษ์ที่วางอยู่ตรงหน้า
"คุณรู้ใช่ไหมพราวรุ้ง..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แฝงความกดดันและร่องรอยความเหนื่อยล้าที่เขาพยายามซ่อนไว้ "ถ้าในนี้ไม่มีอย่างที่คุณพูด... เส้นทางที่เราเดินมาด้วยกัน มันจะไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก"
หัวใจของพราวรุ้งกระตุกวูบ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ เธอรู้ดีว่ากวินทร์ไม่ได้หมายถึงแค่ตำแหน่งเลขาฯ แต่หมายถึงความไว้วางใจ และความรู้สึกแปลกๆ ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างเธอกับเจ้านายหนุ่มตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและเย้ายวนยามที่อยู่ใกล้กัน มันช่างเปราะบางเหลือเกินเมื่อถูกทดสอบด้วยอำนาจและผลประโยชน์
"พราวรุ้งไม่เคยเอาอนาคตของตัวเอง และความรู้สึกที่มีต่อ... บริษัท ไปแลกกับเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรอกค่ะ เปิดดูเถอะค่ะคุณกวินทร์" เธอย้ำชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส แต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความทิฐิและศักดิ์ศรี
กวินทร์โน้มตัวไปข้างหน้า มือหนาเอื้อมหยิบแฟลชไดรฟ์ชิ้นเล็กขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ชั่วครู่ ก่อนจะเสียบมันเข้ากับช่องพอร์ตของโน้ตบุ๊กส่วนตัวที่ตั้งอยู่ตรงหน้า แสงไฟสีฟ้ากะพริบถี่ๆ บ่งบอกถึงการทำงาน บรรยากาศภายในห้องประชุมระอุขึ้นราวกับมีเปลวไฟไร้ควันแผดเผา รินรดาที่นั่งกอดอกอยู่มุมห้องด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจมาตลอด เริ่มขยับตัวอย่างกระสับกระส่าย ดวงตาคู่คมกวาดมองจอคอมพิวเตอร์สลับกับใบหน้าของกวินทร์ด้วยความไม่วางใจ
นิ้วแกร่งของกวินทร์คลิกเมาส์เปิดไฟล์วิดีโอและเอกสารบันทึกการทำธุรกรรมที่ถูกเข้ารหัสไว้อย่างแน่นหนา เสียงคลิกเมาส์แต่ละครั้งดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ ภาพบนหน้าจอขยายใหญ่ขึ้นฉายสลักลงบนจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่เบื้องหลัง เสียงทุ้มของใครบางคนดังขึ้นจากลำโพง—เสียงสนทนาระหว่างรินรดากับบุคคลภายนอก ที่กำลังวางแผนตระเตรียมเอกสารปลอมเพื่อโยนความผิดทั้งหมดมาให้พราวรุ้งรับเคราะห์แทน
รินรดาหน้าถอดสี ร่างระหงผุดลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติริมฝีปากสั่นระริก "ไม่จริง! นั่นมัน... มันเป็นไฟล์ตัดต่อ! คุณกวินทร์คะ อย่าไปหลงเชื่อเธอนะคะ ยัยนี่มันร้ายกาจกว่าที่คุณคิด!"
กวินทร์ยังคงไม่ละสายตาจากหน้าจอ เขากดหยุดวิดีโอไว้ที่ภาพนิ่งใบหน้าของรินรดากำลังส่งมอบซองเอกสารให้แก่พนักงานบัญชีคนสนิท ภาพนั้นชัดเจนจนแม้แต่คำแก้ตัวใดๆ ก็ไม่อาจลบล้างความจริงข้อนี้ได้ รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบทันที
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้พราวรุ้งทีละก้าว ช้าๆ แต่หนักแน่น กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายบุรุษเพศที่พราวรุ้งคุ้นเคยลอยวนอยู่ใกล้จมูก จนเธอต้องกลั้นหายใจด้วยความตื่นเต้น มือหนายื่นออกไป—ไม่ใช่เพื่อต่อว่า แต่ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขากลับแตะเบาๆ ที่หลังมืออันสั่นเทาของเธอ บีบกระชับเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและคำขอโทษที่ไม่ได้เอ่ยออกมาเป็นคำพูด
พราวรุ้งเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดระแวงบัดนี้ฉายแววอาทรและโล่งอกอย่างปิดไม่มิด กวินทร์หันกลับไปมองรินรดาที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัว
"คุณรินรดา..." น้ำเสียงของกวินทร์ราบเรียบ เย็นเยียบ และไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ "โครงการร่วมทุนระหว่างบริษัทเรา คงต้องยุติลงแค่นี้ และทางฝ่ายกฎหมายของผมจะติดต่อคุณในวันพรุ่งนี้เช้า สำหรับข้อหาหมิ่นประมาทและสร้างความเสียหายแก่ชื่อเสียงของบริษัท"
"กวินทร์! คุณทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ!" รินรดากรกรีดเสียงร้องด้วยความเหลืออด ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มอย่างงดงามบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคือง "เพราะผู้หญิงคนนี้คนเดียว! คุณถึงกล้าหักหน้าฉัน!"
"เพราะเธอคือคนที่บริสุทธิ์ และคุณคือคนที่พยายามทำลายเธอต่างหาก" กวินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเฉียบคมดั่งคมมีด รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ก่อนจะคว้ากระเป๋าถือแล้ววิ่งหนีออกจากห้องประชุมไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งเสียงปิดประตูห้องกระแทกดังสนั่น
ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความอึดอัดอีกต่อไปแล้ว กวินทร์หันกลับมาหาพราวรุ้ง ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังของหญิงสาวเกือบชิดติดขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาคมเข้มมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่ผ่านความเครียดมาตลอดหลายวันด้วยความรู้สึกผิดและอาทร
"ผมขอโทษ..." เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบแผ่วเบาชิดริมหู ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มจนพราวรุ้งรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง "ที่ทำให้คุณต้องเจ็บปวดและหวาดกลัว... พราวรุ้ง"
พราวรุ้งเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่ระอุอุ่นทำให้สติสัมปชัญญะที่พยายามประคับประคองมาตลอดพังทลายลงในพริบตา เธอกำลังจะเอ่ยปากตอบรับคำขอโทษนั้น แต่ทว่า...
เสียงกRีดร้องแหลมสูงจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของกวินทร์ก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศหวานซึ้ง เลขานุการหน้าห้องของเขาส่งเสียงละล่ำละลักผ่านสปีกเกอร์โฟนเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
"ท่านประธานคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! หุ้นของบริษัทเราในตลาดหลักทรัพย์ร่วงกวาดล้างติดต่อกันสามสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่ถึงนาที... และ... และมีอีเมลนิรนามส่งตรงถึงบอร์ดบริหาร อ้างว่าคุณพราวรุ้งเป็นคนปล่อยข่าวลวงเรื่องการทุจริตภายใน เพื่อหวังผลประโยชน์ทับซ้อนค่ะ!"
กวินทร์ชะงักกึก ดวงตาสีสนิมเข้มหันขวับกลับมามองหน้าพราวรุ้งทันที ในขณะที่พราวรุ้งเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด... หลักฐานที่เธอเพิ่งหามาได้ถูกหักล้างด้วยเกมซ้อนกลที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามและส่งกำลังใจให้พราวรุ้งเสมอนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
รอยจันทร์จำนนรัก•ตอนที่ 17
การพิสูจน์ความบริสุทธิ์
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจันทร์จำนนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!