เสียงกระแทกของแก้ววิสกี้ราคาแพงกระทบลงบนโต๊ะหินอ่อนในห้องทำงานส่วนตัวดังสนั่น ลิดรอนบรรยากาศอันเงียบสงบของยามค่ำคืนลงอย่างสิ้นเชิง รวินท์ไม่ได้แม้แต่จะกะพริบตา เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม สายตาคมกริบทอดมองชายร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ยืนถือวิสาสะอยู่กลางห้องด้วยความเยือกเย็นราวกับกำลังมองดูฝุ่นผง
"นายคิดว่าเงินไม่กี่ร้อยล้านที่หามาได้จากการเก็งกำไรไร้สาระนั่น จะทำให้ตัวเองกลายเป็นคนใหญ่คนโตขึ้นมาได้จริงๆ งั้นเหรอ รวินท์?"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเย่อหยิ่งดังขึ้นจากปากของ "กรวินท์" ทายาทลำดับที่สองแห่งตระกูลพงศกร ชายผู้เคยเหยียดหยามรวินท์ว่าเป็นได้แค่สุนัขรับใช้เมื่อหลายปีก่อน วันนี้เขากลับมายืนอยู่ตรงนี้ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก แววตาของกรวินท์ฉายแววดูถูกเหยียดหยามเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ราวกับว่าต่อให้รวินท์จะมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นสักกี่เท่า ตัวตนที่ต่ำต้อยในอดีตก็ยังคงติดตัวไปจนวันตาย
รวินท์ยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของเขาจนอุณหภูมิรอบกายลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด เขายกแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงเบาๆ จนแทบไม่มีเสียง
"ตระกูลพงศกรส่งสุนัขรับใช้มาเห่าหอนถึงในอาณาเขตของผม... เริ่มร้อนรนแล้วสินะครับ" เสียงของรวินท์นุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
กรวินท์ขบกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาด้วยความโกรธที่ถูกย้อนศร เขาเกลียดสายตาคู่นี้ สายตาที่ไม่ได้มองเขาอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย สมัยก่อนรวินท์ต้องก้มหัวให้เขา แต่วันนี้... ชายหนุ่มตรงหน้ากลับนั่งมองเขาจากที่สูง
"ปากดีให้มันตลอดเถอะ!" กรวินท์ตบโต๊ะเสียงดังลั่น "แกคิดว่าระบบการเงินที่แกถือครองอยู่มันค้ำคอนายได้ตลอดไปหรือไง? หุ้นของบริษัทในเครือทั้งหมดกำลังถูกตระกูลเรากว้านซื้อ พรุ่งนี้เช้า... บริษัทของแกจะกลายเป็นแค่เศษกระดาษ ไม่มีใครกล้าทำธุรกิจกับคนจองหองอย่างแกอีก ลินินภรรยาที่แกคอยประคบประหงมราวกับไข่ในหิน... เธอจะต้องมานั่งร้องไห้แทบเท้าฉันเมื่อรู้ว่าสามีของเธอหมดตัว!"
ชื่อของ "ลินิน" ถูกพ่นออกมาจากปากของคนสารเลว ทำให้แววตาของรวินท์ไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม ความโกรธแค้นไม่ได้แสดงออกมาทางใบหน้า รวินท์ยังคงนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงลม แต่นั่นแหละคือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดสำหรับผู้ที่กล้าแตะต้อง "หัวใจ" ของเขา
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของห้อง ลินินที่เพิ่งเดินถือถาดชาเข้ามาหยุดชะงักฝีเท้าลง ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริก เธอไม่ได้หวาดกลัวคำขู่ของกรวินท์แม้แต่น้อย แต่เธอกำลังมองแผ่นหลังของสามีด้วยความห่วงใย ลินินรู้ดีว่ารวินท์อดทนและเสียสละเพื่อเธอมามากแค่ไหน และเไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผู้ชายคนนี้เด็ดขาด
หญิงสาววางถาดแผ่วเบาลงบนโต๊ะข้างโซฟา ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างรวินท์ มือเรียวเล็กเอื้อมไปกุมมือหนาที่วางอยู่บนตักไว้แน่นสัมผัสอุ่นๆ นั้นส่งตรงถึงหัวใจของรวินท์ ดึงเขากลับมาจากห้วงความคิดที่มืดมน
รวินท์หันไปมองภรรยา ดวงตาที่เคยเย็นชาพลันอ่อนแสงลง ความอบอุ่นสายหนึ่งไหล
ผ่านเข้าสู่หัวใจ เขากระชับมือของลินินแน่นขึ้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับกรวินท์อีกครั้ง คราวนี้รอยยิ้มบนใบหน้าของรวินท์ชัดเจนขึ้น แต่มันกลับทำให้กรวินท์รู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
"คุณพูดถูก... เรื่องเงินทองมันเป็นแค่ตัวเลข" รวินท์เอ่ยเสียงเรียบ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่แฝงไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและออร่าแห่งผู้มีอำนาจกดดันให้กรวินท์ต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "แต่คุณคงลืมไปอย่างหนึ่ง... ว่าเศษกระดาษที่คุณว่าน่ะ มันมากพอที่จะซื้อตระกูลพงศกรของคุณได้ทั้งโคตรถึงสามรอบ"
"สามหาว!" กรวินท์คำรามด้วยความอับอาย ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดชุดดำร่างยักษ์สองคนที่ยืนรออยู่หน้าประตูพังเข้ามาในห้อง "จับมันมัดแล้วกราบขอโทษฉันเดี๋ยวนี้!"
บอดี้การ์ดร่างยักษ์พุ่งเข้ามาหารวินท์ด้วยความเร็วสูง แต่ทว่า... รวินท์แม้แต่จะขยับตัวก็ยังไม่ทำ เขายังคงยืนนิ่งสงบโอบไหล่ลินินไว้หลวมๆ
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในโสตประสาทของรวินท์ พร้อมกับหน้าจอสีฟ้าโปร่งใสที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ มีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น
[ ตรวจพบความพยายามคุกคามจากภายนอก ]
[ เปิดใช้งานโหมดตอบโต้ฉุกเฉิน: การซื้อกิจการแบบ hostile takeover สมบูรณ์แบบ ]
[ ยอดเงินในบัญชีหลัก: 999,999,999,999 บาท (วงเงินไม่จำกัด) ]
[ ทำการกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของตระกูลพงศกร... สำเร็จ 100% ]
รวินท์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น หน้าจอแสดงผลอีเมลยืนยันการเป็นเจ้าของรายใหญ่ที่สุดของกลุ่มบริษัทพงศกรโฮลดิ้ง พร้อมกับข้อความจากทนายความส่วนตัวที่แจ้งว่า บัญชีธนาคารทั้งหมดของตระกูลพงศกรถูกอายัดเรียบร้อยแล้วตามคำสั่งของศาลเนื่องจากคดีฟอกเงินที่รวินท์รวบรวมหลักฐานไว้
เขากดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้วโยนมันลงไปบนโต๊ะตรงหน้ากรวินท์ เสียงโลหะกระทบกระจกเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง
"อ่านซะสิครับ... เผื่อสายตาคุณจะยังพอใช้การได้" รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน
กรวินท์ขมวดคิ้วด้วยความฉุนเฉียว ก้มลงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความไม่สบอารมณ์ แต่ทันทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอ สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งกลายเป็นซีดเผือด ไร้สีเลือด ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาจนเกือบหลุดร่วง
"มะ... เป็นไปไม่ได้! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! หุ้นของเรา... ทำไมมันถึง..." กรวินท์ละล่ำละลักพูดไม่ออก สติหลุดกระเจิงเมื่อเห็นตัวเลขสถานะทางการเงินของตระกูลตนเองกลายเป็นศูนย์ในพริบตา
บอดี้การ์ดสองคนที่กำลังจะเข้ามาถึงตัวรวินท์หยุดชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นท่าทีของเจ้านาย
รวินท์ก้าวเข้าไปหากรวินท์ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงราวกับมัจจุราชที่กำลังเดินเข้าหาเหยื่อ เขากระซิบบางอย่างข้างหูของชายผู้เคยเหยียดหยามเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น
"ของขวัญต้อนรับการมาเยือน... หวังว่าคุณจะชอบนะครับ"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มขึ้นบนดาดฟ้าตึก แรงลมมหาศาลพัดผ่านกระจกหน้าต่างห้องทำงานจนสั่นสะเทือน ประตูห้องเปิดผางออกพร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามา...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมานะครับ
ดีลลับสยบใจท่านประธานสายเปย์: ระบบรวยทะลุพิกัด•ตอนที่ 13
ศัตรูเริ่มเคลื่อนไหว
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบใจท่านประธานสายเปย์: ระบบรวยทะลุพิกัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!