เสียงเหล็กดัดกระทบกันดังโคร้งครามในตรอกมืดอับชื้น เป็นสัญญาณเตือนภัยที่รวินท์ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญกำลังคืบคลานเข้ามา
บรรยากาศรอบตัวในยามวิกาลของย่านการค้าเก่าแก่เงียบสงบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ทว่าฝีเท้าที่ย่างกรายเข้ามาอย่างจงใจสร้างเสียงสะท้อนนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหาร รวินท์หยุดเดิน ปลายนิ้วเรียวยาวกระชับมือของลินินที่อยู่ข้างกายให้มั่นขึ้นเล็กน้อยเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและความปลอดภัย แม้ภายนอกเขาจะดูผ่อนคลายราวกับกำลังเดินเล่นรับลม แต่ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับฉายแววเยียบเย็นราวกับภูตผีที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งที่ขวางหน้า
"คุณรวินท์... ข้างหลังค่ะ" ลินินกระซิบเสียงสั่นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกยามเหลือบมองเงาร่างทึบสามร่างที่กำลังปิดตายทางออกของตรอก
"ไม่ต้องกลัวครับ ลินิน" รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา เขาปัดปอยผมที่ระแก้มของหญิงสาวออกอย่างทะนุถนอม "อยู่ตรงนี้เงียบๆ แป๊บเดียวนะครับ เดี๋ยวผมพาไปทานของอร่อยต่อ"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างสูงโปร่งก็หมุนตัวกลับเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกทั้งสามคนที่สวมแจ็กเก็ตหนังสีดำและปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากอนามัย ในมือของพวกมันมีทั้งท่อเหล็กและมีดพกสั้นที่สะท้อนแสงไฟนีออนริบหรี่จากป้ายร้านค้าข้างทาง
"แกสินะ... ไอ้รวินท์ ที่ทำตัวกร่างไม่เข้าเรื่อง" ชายร่างใหญ่คนตรงกลางหัว ah ในลำคอ น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม "คุณพงศกรฝากมาบอกว่า คนอย่างแกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเงยหน้ามองคุณลินินด้วยซ้ำ วันนี้พวกกูแค่มารับฝาก 'บทเรียน' ราคาแพงแทนคุณท่านสักหน่อย"
รวินท์ไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ดูเย้ยหยันเสียจนพวกนักเลงรู้สึกหงุดหงิด เขากวาดสายตามองคนทั้งสามด้วยความเวทนา ราวกับพวกมันเป็นเพียงฝุ่นผงที่เกาะอยู่บนรองเท้าหนังราคาแพง
"พงศกรนี่มันจนมุมถึงขนาดต้องจ้างสุนัขข้างถนนมาเห่าแทนตัวเองแล้วหรือครับเนี่ย?" รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเกรงกลัว "น่าสมเพชเสียจริง... ว่าแต่ ค่าจ้างพวกแกในคืนนี้เท่าไหร่กันเชียว? สองหมื่น? หรือห้าหมื่น?"
"ปากดีนักนะไอ้เวร!เอามันให้ตาย หักแขนขามันสักข้างค่อยลากตัวไปให้คุณพงศกรสะใจ!" หัวหน้านักเลงคำรามลั่น พรรคพวกอีกสองคนพุ่งเข้ามาพร้อมกันด้วยความเร็วดุจสัตว์ป่ากระหายเลือด ท่อเหล็กในมือเงื้อง่าหมายจะฟาดลงมาที่ศีรษะของรวินท์อย่างไร้ความปรานี
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ความตายกำลังมาเยือนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนอันเป็นเอกลักษณ์ก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของรวินท์
[ติ๊ง! ตรวจพบภัยคุกคามระดับต่ำ ระบบเปิดใช้งานโหมด "ตอบโต้ด้วยความรวยแบบเบ็ดเสร็จ" โดยอัตโนมัติ]
[เงื่อนไขการใช้จ่ายเพื่อป้องกันตัว: ซื้อขาดความภักดีและอวัยวะทุกส่วนของกลุ่มผู้บุกรุก]
[ยอดเงินที่ต้องชำระ: 10,000,000 บาท]
[การทำธุรกรรมเสร็จสิ้น! คุณคือนายเหนือหัวผู้กุมชะตากรรมของพวกมันอย่างสมบูรณ์แบบ]
รวินท์ก้าวเท้าหลบการจู่โจมของท่อเหล็กได้อย่างงดงามราวกับสายน้ำไหล ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวด้วยท่วงท่าที่ทรงพลังและแม่นยำเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะทำได้ ก่อนที่เขาจะคว้าข้อมือของคนที่ถือท่อเหล็กไว้มั่น แรงบีบมหาศาลที่ผสานเข้ากับพลังของระบบทำให้กระดูกข้อมือของนักเลงคนนั้นส่งเสียง "กร๊อบ" ดังลั่นตรอก
"อ๊ากกก!" เสียงร้องโหยหวนดังสนั่น
รวินท์เตะตัดขาอีกคนจนล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น ก่อนจะเหยียบลงบนอกของมันอย่างไม่ไยดี แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกจากตัวเขา จนนักเลงร่างยักษ์ที่เหลืออยู่คนสุดท้ายถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นด้วยความหวาดกลัว ขาสั่นเทาจนควบคุมไม่อยู่
"แก... แกเป็นใครกันแน่่าวะ! ทำไมถึง..." หัวหน้านักเลงละล่ำละลักถามด้วยความหวาดผวา ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับรวินท์
รวินท์ก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพบุรุษ ทว่าแววตากลับเยียบเย็นดั่งขั้วโลก เขายื่นนามบัตรสีดำสนิทที่ขอบเคลือบทองคำแท้ ซึ่งเพิ่งเสกขึ้นมาจากระบบยื่นไปตรงหน้าของหัวหน้านักเลง
"จำชื่อนี้ไว้นะครับ... รวินท์ ผู้ชายที่พวกแกไม่มีปัญญาแม้แต่จะเอาเงินมาซื้อลมหายใจ" รวินท์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "บอกพงศกรด้วยว่า ของขวัญต้อนรับที่ส่งมาเมื่อครู่ ผมรับไว้เรียบร้อยแล้ว... และอีกไม่นาน ผมจะส่ง 'บิลเรียกเก็บเงิน' ไปทวงคืนถึงหน้าคฤหาสน์ของมันเอง"
รวินท์สะบัดมือเบาๆ ปล่อยให้ร่างของพวกนักเลงนอนโอญครวญด้วยความเจ็บปวดอยู่กับพื้น ก่อนจะหันกลับมาคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้ลินินที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกตะลึงปนความซาบซึ้งใจ
"รอนานไหมครับลินิน? เราไปกันต่อเถอะครับ" รวินท์เอ่ยพร้อมกับยื่นมือไปให้หญิงสาวจับอย่างอบอุ่น
ลินินวางมือลงบนฝ่ามือที่แข็งแกร่งและอบอุ่นนั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัวจากเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่เป็นเพราะความรู้สึกปลอดภัยอย่างล้นพ้นที่ผู้ชายคนนี้มอบให้เสมอมา เธอยิ้มรับและพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่ทั้งสองจะก้าวเดินออกจากตรอกมืดมิดนั้นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทว่า ในขณะที่รวินท์กำลังจะพาภรรยาเดินขึ้นรถหรูที่จอดรออยู่ริมถนนใหญ่ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเขาก็แผדเสียงดังขึ้น หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าที่ไม่คุ้นเคย แต่กลับเป็นหมายเลขที่เขากำลังรอคอยการติดต่อกลับพอดี
รวินท์กดรับสายโดยไม่ลังเล ปลายสายคือเสียงหอบหายใจด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างขีดสุดของเลขานุการส่วนตัวของพงศกร ที่ตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความลนลาน
"คุณรวินท์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! ตอนนี้... ตอนนี้หุ้นทั้งหมดของตระกูลเรากำลังถูกกว้านซื้ออย่างบ้าคลั่งโดยกองทุนปริศนา! มูลค่าความเสียหายทะลุหมื่นล้านภายในเวลาไม่ถึงห้านาที... ท่านประธานกระอักเลือดหมดสติไปแล้วครับ! พวกเราควรทำยังไงดีครับ!"
รวินท์ฟังรายงานนั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย เขายกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นดูเวลา ก่อนจะเหลือบมองไปทางคฤหาสน์ตระกูลใหญ่ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาไกลลิบ แล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนจนคนฟังหนาวสะท้านถึงกระดูกดำ
"บอกมันด้วยนะครับ... ว่านี่เป็นเพียงแค่ 'ดอกเบี้ย' งวดแรกเท่านั้น"
(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เคียงข้าง และสนับสนุน "โอเวอร์ลอร์ดซีโร่" มา ณ ที่นี้นะครับ)
ดีลลับสยบใจท่านประธานสายเปย์: ระบบรวยทะลุพิกัด•ตอนที่ 20
ใครกล้าลองดี
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบใจท่านประธานสายเปย์: ระบบรวยทะลุพิกัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!