เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกนิรภัยดังสนั่น สะท้อนก้องห้องประชุมหรูหราใจกลางย่านธุรกิจ
"พวกคุณหมายความว่ายังไง! ที่ดินแปลงหัวมุมถนนเพลินจิตหลุดมือไปแล้ว? ทั้งที่ผมจ่ายมัดจำล่วงหน้าไปสามสิบเปอร์เซ็นต์แล้วแท้ๆ!"
พงศกรคำรามลั่น ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว เขากวาดสายตามองผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่นั่งตัวสั่นงันท่ามกลางความเงียบงัน
"เรียนคุณพงศกรครับ... ทางเจ้าของโฉนดเดิมเขา... เขาเปลี่ยนใจกะทันหันครับ" กรรมการผู้จัดการอาวุโสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้า "มีนักลงทุนปริศนารายหนึ่ง เสนอราคาสูงกว่าราคาประเมินถึงสามเท่า แถมยังวางเงินสดเต็มจำนวนในเวลาไม่ถึงสิบนาที... ทางเราจึงปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ครับ"
"สามเท่า? เงินสด?" พงศกรแค่นAเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววเหี้ยมเกรียม "ในประเทศนี้จะมีสักกี่คนที่กล้าควักเงินสดระดับหมื่นล้านซื้อที่ดินแปลงนั้นโดยไม่กระพริบตา สืบมาหรือยังว่าเป็นใคร!"
"สืบ... สืบมาแล้วครับ..." ผู้บริหารหนุ่มตัวสั่นเทา ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลด้วยมือที่สั่นระริก "นี่คือเอกสารสิทธิ์ล่าสุดครับ... ผู้ถือครองกรรมสิทธิ์คนใหม่... คือ 'บริษัท วาย-แซด โฮลดิ้ง จำกัด' ครับ"
พงศกรคว้าซองเอกสารมาฉีกกระชากอย่างรุนแรง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยเมื่อกวาดสายตาอ่านชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหญ่ที่สุดของบริษัทโฮลดิ้งปริศนานั้น ชื่อสามพยางค์ที่คุ้นเคยจนน่าสะزิดสะเอียนปรากฏหราอยู่เบื้องหน้า
*รวินท์*
"เป็นไปไม่ได้!" พงศกรปัดข้าวของบนโต๊ะกระจกกระจัดกระจาย เศษแก้วแตกกระจายเกลื่อนพื้น "ไอ้สפרนั่นมันเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนกระจอกๆ ที่เพิ่งโดนผมเขี่ยทิ้งจากบริษัท! มันเอาเงินที่ไหนมาซื้อที่ดินหมื่นล้าน! พวกแกหลอกฉันใช่ไหม!"
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องประชุมหรูถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ
ร่างสูงโปรดของรวินท์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสง่างาม ชุดสูทตัดเย็บพิเศษเข้ารูปขับเน้นรูปร่างให้ดูทรงอำนาจ แววตาคู่คมเยือกเย็นดั่งมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง ไม่มีความหวาดหวั่นหรือความแค้นเคืองหลงเหลืออยู่ มีเพียงความนิ่งงันที่กดดันให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก
เคียงข้างเขามีลินิน หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจ เธอยืนสงบนิ่งในชุดเดรสเรียบหรู รอยยิ้มบางเบาบนเรียวปากของเธองดงามทว่าทรงพลังเพียงพอที่จะทำให้คนเคยหยิ่งยโสอย่างพงศกรต้องรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสาธารณชน
"แปลกใจมากหรือครับ คุณพงศกร"
รวินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทว่าก้องกังวานไปทั่วห้อง เขาก้าวเดินช้าๆ ไปยังเก้าอี้ประธานที่พงศกรเพิ่งลุกขึ้นยืน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งอย่างสบายอารมณ์ ราวกับเจ้าของสถานที่ตัวจริงกำลังตรวจงานเด็กในคาถา
"แก... แกทำอะไรลง ะ... รวินท์!" พงศกรกัดฟันกรอด พยายามสะกดกลั้นความโกรธที่กำลังแผดเผาอก "แกใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไร! เงินพวกนั้นมาจากไหน! แกมันก็แค่คนไร้ค่า!"
รวินท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองศัตรูตัวฉกาจด้วยหางตา ราวกับพงศกรเป็นเพียงมดปลวกตัวจิ๋วที่กำลังดิ้นรนบนฝ่ามือ
"คนไร้ค่าหรือครับ?" รวินท์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "คำนี้ผมยกให้คุณน่าจะเหมาะสมกว่านะครับ พงศกร... คุณมองคนอื่นเป็นแค่ตัวหมากในกระดานมาตลอด คิดว่าอำนาจเงินและตระกูลใหญ่จะทำให้คุณเหยียบย่ำใครก็ได้ตามใจชอบ น่าสมเพชเสียจริงนะครับ"
รวินท์โบกมือเบาๆ ลินินที่ยืนอยู่ด้านข้างจึงหยิบแท็บเล็ตเครื่องหรูขึ้นมาเปิดเอกสารทางการเงิน แล้ววางลงตรงหน้าพงศกร
"นี่คือรายงานการเข้าซื้อกิจการในเครือตระกูลของคุณในรอบเจ็ดวันที่ผ่านมา" รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังพูดถึงสภาพอากาศ "หุ้นแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่คุณบริหารอยู่ ตอนนี้อยู่ในมือของ 'วาย-แซด โฮลดิ้ง' เรียบร้อยแล้ว พูดง่ายๆ ก็คือ... พรุ่งนี้เช้า บอร์ดบริหารจะทำการปลดคุณออกจากตำแหน่งประธาน และขับไล่คุณออกจากตระกูลอย่างเป็นทางการครับ"
พงศกรหน้าซีดเผือด สีเลือดบนใบหน้าหายวับไปจนหมดสิ้น เขารีบหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาดูตัวเลขและลายเซ็นดิจิทัล มือทั้งสองข้างสั่นเทารุนแรงจนทำแท็บเล็ตหลุดมือร่วงกระแทกพื้นหน้าจอแตกละเอียด
"ไม่จริง! แกโกหก! พ่อฉันไม่มีวันยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแน่!" พงศกรแผดเสียงลั่น สติหลุดกระเจิง พยายามจะพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อรวินท์
แต่ทว่า... บอดี้การ์ดสวมสูทดำร่างยักษ์สี่นายก้าวเข้ามาขวางกั้นไว้ในเสี้ยววินาที กดร่างของพงศกรให้คุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้ความปรานี
รวินท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาก้มมองพงศกรที่กำลังหอบหายใจด้วยความสิ้นหวัง แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความสะใจแบบเด็กๆ มีเพียงความเฉยชาของพระเจ้าผู้กำหนดชะตากรรม
"ผมเคยเตือนคุณแล้วนะลินิน..." รวินท์หันไปมองหญิงสาวข้างกาย น้ำเสียงที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพูดกับเธอ "ว่าขยะชิ้นนี้ไม่ควรค่าแก่การที่เราต้องเสียเวลามามองนานเกินไป"
ลินินส่งยิ้มหวานให้รวินท์ มือเรียวบางเอื้อมมาจับมือหนาของเขาไว้แน่น "กลับกันเถอะค่ะรวินท์ ที่นี่อากาศไม่ค่อยดีเลย"
"ครับ ที่รัก"
รวินท์พยักหน้ารับอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเหลือบมองพงศกรเป็นครั้งสุดท้าย
"อ้อ... ลืมบอกไป ที่ดินแปลงที่คุณอยากได้นักหนา ผมตั้งใจจะซื้อไว้เพื่อสร้าง 'สวนสาธารณะสาธารณะ' ให้คนยากไร้ได้พักผ่อน... หวังว่าคุณจะชอบวิวใหม่จากหน้าต่างห้องนอนของคุณนะ ในวันที่คุณกลายเป็นคนไร้บ้านอย่างแท้จริง"
สิ้นคำพูดนั้น รวินท์ก็โอบเอวบางของลินินเดินเคียงคู่กันออกไปจากห้องประชุมอย่างสง่างาม ทิ้งให้พงศกรกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่งอยู่เบื้องหลัง
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของรวินท์สั่นขึ้นในจังหวะที่ก้าวพ้นประตูตึกระฟ้า
เขากดรับสายโดยไม่ต้องมองหน้าจอ ปลายสายคือเสียงแจ้งเตือนจากระบบอันทรงพลังที่ผูกติดกับจิตวิญญาณ
[ติ๊ง! ภารกิจ 'กวาดซื้ออสังหาฯ กดดันศัตรู' สำเร็จลุล่วง!]
[ระบบทำการโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินมูลค่า 50,000,000,000 บาท เข้าบัญชีหลักเรียบร้อย...]
[ท่านต้องการใช้สิทธิ์ 'ปลดล็อกระบบระดับพระเจ้าขั้นสูงสุด' ทันทีเลยหรือไม่?]
รวินท์ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงไฟยามค่ำคืนของมหานครที่สยบอยู่ใต้เท้าเขา เขากดปุ่มยืนยันบนหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงรูดบัตรเครดิตสีดำไร้ขีดจำกัดที่ดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาท...
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ)
ดีลลับสยบใจท่านประธานสายเปย์: ระบบรวยทะลุพิกัด•ตอนที่ 19
อสังหาฯ พลิกโลก
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบใจท่านประธานสายเปย์: ระบบรวยทะลุพิกัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!