เสียงคำรามต่ำทุ้มราวกับอสูรกายหลุดจากกรงเหล็กของเครื่องยนต์ V12 เทอร์โบคู่ ดังสะท้อนก้องไปทั่วลานจอดรถชั้นใต้ดินของอาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์—ตึกสำนักงานเกรดเอที่ขึ้นชื่อว่าค่าเช่าแพงหูฉี่และเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าชนชั้นนำผู้สวมสูทสั่งตัดพิเศษ
บูกัตติ ชีรอน (Bugatti Chiron) สีดำเงาวับราวกับกระจกออบซิเดียนตัดขอบด้วยเส้นสายสีทองอร่าม จอดเทียบท่าอย่างสง่างามตรงจุดจอดรถประจำตำแหน่งของผู้บริหารสูงสุด แม้ตัวรถจะดับเครื่องลงแล้ว แต่ความร้อนระอุจากขุมพลังระดับพันแรงม้ายังคงส่งไอความร้อนลอยระเหยตัดกับอากาศเย็นเยียบในลานจอดรถ
รวินท์ก้าวลงจากรถด้วยความนุ่มนวล ทว่ามั่นคง เขาสวมสูทสีชาโคลเข้ารูปจากแบรนด์เนลสันเนื้อผ้าแคชเมียร์ชั้นดี นาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์ รุ่นแกรนด์คอมพลิเคชันส์ มูลค่าหลายสิบวงเงินสะท้อนแสงไฟนีออนวาววับ ทุกย่างก้าวที่เขาสัมผัสพื้นคอนกรีตแผ่รังสีความกดดันอันทรงอำนาจจนรปภ.หน้าลิฟต์ถึงกับตัวสั่นเทาโดยไม่ทราบสาเหตุ
ข้างกายเขาคือลินิน หญิงสาวในชุดเดรสยาวสีมรกตขับผิวผ่องที่เขาตั้งใจเลือกให้ เธอจับแขนเสื้อของเขาไว้เบาๆ แววตาคู่นั้นมีความกังวลเจืออยู่เล็กน้อย เพราะที่นี่... คือสถานที่ที่เธอเคยถูกเหยียดหยามอย่างเลือดเย็นเมื่อสามเดือนก่อน วันที่รวินท์ถูกไล่ออกจากบริษัทแห่งนี้ราวกับหมูเหมือนหมา
"ไม่ต้องกังวลไปครับลินิน วันนี้เราแค่มารับของที่ควรจะเป็นของเราคืน" รวินท์ก้มลงกระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงนุ่มลึกทว่าเด็ดเดี่ยว แววตาของเขาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนต่างจากภาพลักษณ์ภายนอกที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็ง
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์แก้วความเร็วสูงเปิดออกที่ชั้น 35 ชั้นบริหารของแผนกการตลาดและการขาย บรรยากาศด้านนอกยังคงคุ้นเคย พรมหนานุ่มสีน้ำเงินเข้ม กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพง และเสียงเคาะแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่ยังคงดำเนินไปตามจังหวะชีวิตของมนุษย์เงินเดือนผู้เร่งรีบ
ทันทีที่ร่างของรวินท์และลินินก้าวพ้นขอบประตูลิฟต์ สายตาทุกคู่ในออฟฟิศก็หันขวับมามองราวกับนัดกันไว้
เสียงซุบซิบดังขึ้นทันทีเหมือนผึ้งแตกรง
"นั่น... รวินท์ไม่ใช่เหรอ? คนที่ถูกไล่ออกเพราะหาว่ายักยอกเงินบริษัทเมื่อสามเดือนก่อนไง"
"แล้วผู้หญิงที่มาด้วย... ลินินไม่ใช่เหรอ? แต่งตัวซะหรูหรา เอาเงินจากไหนมาซื้อชุดแบรนด์เนมพวกนั้นวะ หรือว่าไปขายตัวมา?"
"ฮ่าๆๆ สงสัยจะจริง หน้าด้านมากนะที่กล้าโผล่มาเหยียบที่นี่อีกรอบ"
เสียงหัวเราะคิกคักและสายตารังเกียจเดียดฉันท์พุ่งตรงมายังพวกเขาราวกับหابلแหลมคม รวินท์ไม่ได้แสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยว เขากลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันและเวทนาในความโง่เขลาของมนุษย์เงินเดือนที่มองโลกแค่เพียงก้นบึ้งของกะลา
"อุ๊ยตาย! นึกว่าใคร ที่แท้ก็หมาขี้แพ้ที่โดนไล่อروجออกไปนี่เอง"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับร่างของพนักงานสาวรุ่นพี่คนสนิทของอดีตผู้จัดการเดินนדเข้ามา เธอสวมชุดสูทสีฉูดฉาด กอดอกมองรวินท์ด้วยสายตาเหยียดหยามตั้งแต่หัวจรดเท้า "ที่นี่ไม่ใช่สถานสงเคราะห์คนตกงานนะยะ กล้าดียังไงถึงเอาหน้าด้านๆ กลับมาเหยียบที่นี่อีก หรือว่าเงินหมดจนต้องมาขอทาน?"
ลินินเม้มปากแน่น มือเรียวเล็กกำชายเสื้อของรวินท์แน่นขึ้น เธอพยายามจะก้าวออกไปเผชิญหน้า แต่รวินท์กลับยกมือขึ้นแตะไหล่เธอเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม
รวินท์ก้าวไปข้างหน้วหนึ่งก้าว รังสีอำมหิตที่กดดันจนรอบข้างเงียบกริบในเสี้ยววินาที
"ปากยังเก่งเหมือนเดิมนะครับ... คุณนารี" รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว "แต่ก็น่าเสียดาย ที่คนที่จะต้องเก็บกระเป๋าออกจากตึกนี้ในวันนี้... ไม่ใช่ผม แต่เป็นพวกคุณต่างหาก"
"ฮ하! แกฝันกลางวันอยู่หรือไงรวินท์? แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาไล่คนในเอ็มไพร์ทาวเวอร์?" เสียงเยาะเย้ยดังขึ้นจากมุมห้อง และนั่นคือการปรากฏตัวของเป้าหมายหลักในวันนี้
พงศกร... คุณหนูทายาทมหาเศรษฐีผู้กุมอำนาจบริหารในขณะนี้ เขาสวมสูทแบรนด์เนมราคาหลักแสน เดินควงคีย์การ์ดสีดำทองในมือด้วยท่าทีหยนหยิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงด้วยความเจ้าเล่ห์มองรวินท์ราวกับมองเศษฝุ่นใต้รองเท้า
"รวินท์ แกนี่มันไม่เจียมเจียมบอดี้เอาเสียเลยนะ" พงศกรเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงคละคลุ้งปะปนกับความเย่อหยิ่ง "รู้ไหมว่าตำแหน่งที่ฉันยืนอยู่ตอนนี้ มันสูงเกินกว่าที่มดปลวกอย่างแกจะเอื้อมถึง... อ้อ หรือว่าชุดสูทปลอมๆ กับผู้หญิงข้างกายแก ไปหลอกเงินใครมาซื้ออีกล่ะ?"
ลินินหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธ เธอกำลังจะอ้าปากโต้กลับ แต่รวินท์กลับชิงพูดขึ้นเสียก่อนด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
"คุณพงศกรครับ..." รวินท์ยิ้ม เยร็นเยียบ "คุณเคยสงสัยไหมว่า... ทำไมบริษัทแม่ในต่างประเทศถึงเข้ามาตรวจสอบบัญชีและเข้าซื้อหุ้นใหญ่ของที่นี่แบบกะทันหันเมื่อเช้า?"
สีหน้าของพงศกรชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน "แกพูดเรื่องบ้าอะไร บริษัทของเรามั่นคงระดับท็อปเท็นของประเทศ ไม่มีใครหน้าไหนกล้า..."
กริ๊งงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือของพงศกรดังขึ้นขัดจังหวะ ใบหน้าของเขาเริ่มตึงเครียดเมื่อหยิบขึ้นมาดูรายชื่อผู้โทรเข้า มันคือเบอร์ตรงจากท่านประธานใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลของเครือบริษัทแม่
พงศกรกดรับด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย "ส... สวัสดีครับท่านประธาน..."
เสียงตะคอกเกรี้ยวกราดดังลอดออกมาจากปลายสายจนคนรอบข้างได้ยินกันทั่ว "พงศกร! แกไปทำอีท่าไหนถึงไปหาเรื่อง 'ท่านประธานใหญ่คนใหม่' ของพวกเราวะ! ตอนนี้บัญชีทุกเล่มถูกอายัด หุ้นทั้งหมดถูกเทขาย และบริษัทของเราถูกเทคโอเวอร์เบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้ว! แกกับพรรคพวก... เตรียมตัวไสหัวออกไปจากตึกนี้ภายในห้านาทีนี้ซะ!"
ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...
สายถูกตัดไปแล้ว แต่โลกทั้งใบของพงศกรพังทลายลงในพริบตา เขานิ่งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน โทรศัพท์ในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นพรมดังตุ้บ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
เขากวาดสายตามองหน้าพนักงานทุกคนที่กำลังมองมาด้วยความตกตะลึง ก่อนที่สายตาคู่เดิมจะค่อยๆ เลื่อนกลับมามองชายหนุ่มตรงหน้า... รวินท์
"ม... ไม่จริง..." พงศกรเสียงสั่นเครือ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เข่าทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น "แก... แกไม่ใช่แค่พนักงานตกงาน... แกคือ..."
รวินท์ก้าวเข้าไปใกล้พงศกรที่กำลังสั่นกลัว เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับอดีตศัตรูผู้เคยเหยียดหยาม พร้อมกับหยพบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ทำจากแบล็กคาร์บอนบริสุทธิ์ ฝังเพชรเม็ดเล็กระยิบระยับขึ้นมาเคาะเบาๆ กับคางของพงศกร
"ยินดีต้อนรับสู่บริษัทของผมนะครับ... คุณพงศกร" รวินท์กระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เยือกเย็นที่สุดในโลก
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วทั้งชั้นสำนักงานนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบในหัวของรวินท์ก็ดังขึ้นอย่างเฉียบพลันพร้อมกับหน้าต่างโฮโลแกรมสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ—**[แจ้งเตือนด่วนระดับวิกฤต: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของ 'บุคคลนิรนาม' ที่กำลังพยายามเข้าถึงฐานข้อมูลลับสุดยอดของระบบผ่านทางเซิร์ฟเวอร์สำรองชั้นใต้ดิน และเป้าหมายของมัน... คือการทำลายล้างตัวตนของคุณทั้งหมด!]**
— **โอเวอร์ลอร์ดซีโร่**
ดีลลับสยบใจท่านประธานสายเปย์: ระบบรวยทะลุพิกัด•ตอนที่ 4
รถหรูหน้าบริษัท
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบใจท่านประธานสายเปย์: ระบบรวยทะลุพิกัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!