"เชิญทางนี้ครับคุณรวินท์... แต่ผมต้องเรียนตามตรงว่า คฤหาสน์หลังนี้ตั้งราคาไว้ที่แปดร้อยล้านบาทถ้วน และระบบการตรวจสอบทางการเงินค่อนข้างเข้มงวดมาก..."
เสียงของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์มือหนึ่งประจำย่านธุรกิจใจกลางเมืองดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจือความเคลือบแคลงที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้สูทราคาแพง สายตาของเขาแอบกวาดมองชุดลำลองธรรมดาๆ ของรวินท์และลินินตั้งแต่หัวจรดเท้า ประเมินค่าในใจอย่างเงียบเชียบว่าชายหนุ่มตรงหน้าอาจเป็นเพียงแค่พนักงานออฟฟิศที่พาภรรยามาเดินเล่นดูความฝันลมๆ แล้งๆ ในวันหยุดเท่านั้น
รวินท์ไม่ได้ใส่ใจกับสายตาดูแคลนนั้นแม้แต่น้อย เขายกกาแฟดำขึ้นจิบช้าๆ รสชาติขมปร่าบนปลายลิ้นไม่ได้ทำให้ความสุขุมของเขาคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ในหัวของเขากำลังมีเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อตอกย้ำถึงความมั่งคั่งที่ไร้ขีดจำกัด
[ติ๊ง! ตรวจพบความตั้งใจซื้อสินทรัพย์ระดับซูเปอร์ลักชัวรี: "คฤหาสน์รัตนธرณี"]
[ระบบทำการประเมินความคุ้มค่า... เสร็จสิ้น!]
[เงินในบัญชีพิเศษถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย: วงเงินสดไม่จำกัด]
[คำเตือนจากระบบ: จงใช้เงินนี้ฟาดหัวพวกที่เคยเหยียบย่ำท่าน ให้พวกมันรู้ว่าความจนมันน่ากลัว แต่ความรวยระดับพระเจ้ามันทรงพลังแค่ไหน!]
รวินท์วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระจกใส เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดึงดูดสายตาของทุกคนในห้องรับรองให้หันมามอง เขากุมมืออันเย็นเฉียบของลินินที่นั่งอยู่ข้างกายเบาๆ นิ้วเรียวของเธอสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความประหม่า ลินินไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้ก้าวเข้ามาในสำนักงานขายอสังหาริมทรัพย์ที่หรูหราที่สุดในประเทศ แถมยังมาเพื่อดูบ้านราคาหลักร้อยล้าน
"รวินท์คะ... เรา... เราเอาแค่คอนโดมิเนียมขนาดกลางก็พอแล้วมั้งคะ บ้านหลังนี้มันใหญ่เกินไป... อีกอย่าง เงินเก็บของเรา..." ลินินกระซิบเสียงแผ่ว ดวงตากลมโตฉายแวังกวล เธอไม่อยากให้สามีต้องแบกรับภาระหนี้สินชั่ว
รวินท์หันไปส่งยิ้มอ่อนโยนให้ภรรยา สายตาที่มักจะเยือกเย็นและเฉียบขาดเสมอเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู บัดนี้กลับอบอุ่นและเต็มไปด้วยความรักล้นปรี่ เขายกมือขึ้นลูบผมของเธออย่างทะนุถนอม
"เชื่อใจผมนะครับ ลินิน" รวินท์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "คุณเหนื่อยเคียงข้างผมมาตั้งแต่ตอนที่เราไม่มีแม้แต่เงินจะกินข้าว วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ผู้หญิงของผมจะต้องอยู่บนจุดสูงสุดที่ไม่มีใครกล้าดูถูกได้อีก"
คำพูดนั้นทำให้ลินินนิ่งอึ้ง ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่ง ความทรงจำในช่วงเวลาที่ยากลำบากไหลย้อนกลับมา ภาพที่พวกเขาต้องกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิต ภาพที่พงศกรและพวกคุณหนูไฮโซเคยหัวเยาะเย้ยหยันพวกเขาในงานเลี้ยงบริษัท ทั้งหมดนั้นถูกชะล้างด้วยแววตาที่มั่นคงของสามี
"ครับ! ถ้าอย่างนั้นเชิญลงชื่อในสัญญาจะซื้อจะขายได้เลยครับ..." นายหน้าหนุ่มรีบพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เจือความรำคาญเล็กน้อย เขาเริ่มหมดความอดทนกับความยืดเยื้อของสองสามีภรรยาที่ดูเหมือนจะไม่มีปัญญาจ่าย จึงหยิบเอกสารหนาปึกเลื่อนไปตรงหน้า "แต่เนื่องจากเป็นยอดเงินสดก้อนใหญ่ ทางเราขอให้ท่านแสดงหลักฐานการชำระเงินมัดจำสิบล้านบาทภายในสิบนาทีนี้ มิฉะนั้น... ทางเราคงต้องขออนุญาตรับรองลูกค้ารายอื่นต่อ"
น้ำเสียงของนายหน้าเปลี่ยนเป็นเยרชาอย่างเห็นได้ชัด ความสุภาพแบบมืออาชีพเริ่มเสื่อมคลายลงเมื่อเขาเหลือบไปเห็นนาฬิกาข้อมือราคาถูกของรวินท์
ในจังหวะนั้นเอง ประจวบเหมาะกับที่ประตูห้องรับรองวีไอพีถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงโปรดของ "พงศกร" ทายาทกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ด้านข้างของเขาคือหญิงสาวไฮโซที่ควงแขนกันมาอย่างสนิทสนม
"โอ๊ะ โอ... นี่มันอดีตพนักงานกระจอกๆ กับยายผู้หญิงหน้าจืดนี่นา" พงศกรเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงกวนประสาท กวาดสายตามองรวินท์และลินินด้วยความขบขัน "มาทำอะไรที่นี่เหรอครับ? หรือว่ามาเดินดูบ้านเพื่อเก็บไปฝันกลางวัน? ฮ่าๆๆ เสียเวลาเปล่าหน่า นี่ย่านคนรวยนะ รสนอย่างพวกแกไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อเศษกระเบื้องปูพื้นหรอก"
หญิงสาวที่มากับพงศกรหัวคิกคัก เอาหน้าแนบไหล่เขาแล้วพูดสมทบ "นั่นสิคะคุณกร อย่าไปคุยกับพวกชนชั้นล่างเลยค่ะ เดี๋ยวอากาศแถวนี้จะต่ำลงซะเปล่าๆ รีบไปดู penthouse ชั้นบนสุดที่จองไว้ดีกว่าค่ะ"
บรรยากาศในห้องรับรองตึงเครียดขึ้นมาทันที นายหน้าอสังหาริมทรัพย์รีบโค้งตัวต้อนรับพงศกรอย่างนอบน้อมทันทีเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคือลูกค้ารายใหญ่ระดับ VIP ที่เพิ่งโทรมนัดหมาย
"A ยินดีต้อนรับครับคุณพงศกร ทางเรากำลังจัดการกับ... เอิ่ม ลูกค้าที่อาจจะเข้ามาผิดห้องอยู่พอดีครับ" นายหน้าพูดพลชายตามองรวินท์เชิงไล่ทางอ้อม
พงศกรยักิ้วกวนประสาท เดินเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น เขาวางบัตรเครดิตสีดำสนิทฝังเพชรลงบนโต๊ะเสียงดัง "ป้า... ฉันต้องการซื้อบ้านหลังริมสุด วิวสวนสาธารณะ รูดบัตรนี้ไปเลย ห้าสิบล้านสำหรับงวดแรก!"
นายหน้าตาโตเป็นประกาย รีบหยิบเครื่องรูดบัตรมาอย่างกระตือรือร้น "รับทราบครับคุณพงศกร! รสนิยมท่านยอดเยี่ยมเสมอครับ!"
รวินท์นั่งนิ่งมองความเย่อหยิ่งของพงศกรโดยไม่ปริปากพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนที่มองรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ มันคือรอยยิ้มของ "โอเวอร์ลอร์ด" ผู้กุมชะตากรรมของทุกสิ่ง
"มองอะไรไอ้รวินท์? แกอิจฉาจนพูดไม่ออกเลยล่ะสิ" พงศกรแค่นหัวเราะ "ชีวิตแกมันก็แค่มดปลวกวันยันค่ำ วันๆ เอาแต่เกาะผู้หญิงกิน ลำพังแค่ค่ากาแฟในร้านนี้ แกยังมีปัญญาจ่ายหรือเปล่าเถอะ?"
ลินินกำมือแน่นด้วยความโกรธ เธอกำลังจะอ้าปากตอกกลับ แต่รวินท์ยกมือขึ้นแตะไหล่เธอเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม
รวินท์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกจากตัวเขาโดยไม่ต้องเปล่งเสียง รังสีความเยือกเย็นและทรงอำนาจทำให้พงศกรถึงกับชะงัก รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของศัตรูแข็งค้างไปชั่วขณะ
"แกหัวเราะดังเกินไปแล้วนะ พงศกร" รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคนในห้องราวกับเสียงคำรามของราชสีห์
รวินท์ควักกระเป๋าเสื้อสูท หยิบ "บัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทไร้ขีดจำกัด" ออกมาวางลงบนโต๊ะช้าๆ บัตรใบนั้นไม่ได้มีลวดลายหวือหวา แต่โลโก้รูปมงกุฎทองคำฝังเพชรแท้ที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับทำให้นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ถึงกับอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก
"คุณ... คุณนี่มัน..." นายหน้าจำบัตรใบนั้นได้ทันที มันคือบัตรเอ็กซ์คลูซีฟที่มีทั่วโลกเพียงแค่สามใบเท่านั้น! บัตรของบุคคลระดับพระเจ้าที่ธนาคารกลางระดับโลกออกให้!
"รูดซื้อทั้งหมดครับ" รวินท์กล่าวเรียบๆ สายตาคมกริบมองตรงไปยังพงศกร "รวมถึงบ้านทุกหลังในโครงการนี้... ด้วยเงินสด"
พงศกรหน้าถอดสี ร้องเสียงหลง "บ้าหรือเปล่า! แกเอาเงินมาจากไหน บ้านทั้งโครงการมูลค่าหลายพันล้าน! แกโกหกแน่ๆ!"
รวินท์ไม่ได้สนใจเสียงโวยวายของศัตรู เขายื่นบัตรให้พนักงานด้วยท่าทีสง่างาม "จัดการสิครับ... หรือเครื่องรูดบัตรของคุณมันไม่มีปัญญาpowered by my wealth พอ?"
นายหน้ามือไม้อ่อนสั่นเทา ละล้าละลังหยิบเครื่องรูดบัตรมากดจำนวนเงินแปดร้อยล้านบาทด้วยความหวาดผวา มือของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ เขาเสียบบัตรสีดำลงไป...
*ปี๊บ!*
เสียงอนุมัติผ่านดังขึ้นอย่างกังวาน พร้อมกับหน้าจอเครื่องรูดบัตรที่ปรากฏข้อความตัวโต: **[TRANSACTION APPROVED: 800,000,000 THB]**
ทุกคนในห้องนิ่งสนิท ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ พงศกรหน้าซีดเผือดราวกับศพไร้วิญญาณ เข่าของเขาอ่อนยวบลงเกือบจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายสั่นเทาด้วยความตกตะลึงสุดขีด
ในวินาทีนั้นเอง เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดใหญ่ก็บินมาจอดสนิทอยู่ลานจอดดาดฟ้าของอาคาร แรงลมจากการพัดผ่านกระจกบานใหญ่ทำให้เอกสารบนโต๊ะปลิวว่อน
ประตูกระจกห้องรับรองเปิดผางออก พร้อมกับร่างของประธานกรรมการบริหารสูงสุดแห่งกลุ่มธนาคารระดับโลกที่เดินก้าวเข้ามาด้วยท่าทางนอบน้อมที่สุด เขากวาดสายตามองหาใครบางคน ก่อนจะโค้งคำนับให้รวินท์ในมุม 90 องศาอย่างเคารพยำเกรง
"ยินดีด้วยครับท่านรวินท์... คฤหาสน์และทรัพย์สินทั้งหมดในเครือนี้ เป็นกรรมสิทธิ์ของท่านอย่างสมบูรณ์แบบแล้วครับ..."
— โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
ดีลลับสยบใจท่านประธานสายเปย์: ระบบรวยทะลุพิกัด•ตอนที่ 7
บ้านใหม่ใจกลางเมือง
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบใจท่านประธานสายเปย์: ระบบรวยทะลุพิกัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!