เซียนโอสถข้ามภพ ปรับโฉมไร่นาในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 9

ฟาดฟันด้วยหลักฐาน

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
กลิ่นหอมเอียนของน้ำมันหมูเก่าและแป้งข้าวโพดขึ้นราที่ลอยอวลมาจากบ้านตระกูลจ้าว ทำให้หลินฟางเซียนแทบอยากจะยกมือขึ้นปิดจมูก แต่นางเลือกที่จะแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา คู่นظري์ที่เคยผ่านการปรุงโอสถหมื่นปีหลอมรวมธาตุสวรรค์และดิน บัดนี้กำลังทอดมองกลุ่มคนผู้โลภมากที่ยืนล้อมกรอบหน้าลานบ้านของนางด้วยความสมเพชเวทนา "หลินฟางเซียน! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงหาว่าพวกเราขโมยเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีหลวง!" เสียงแหลมสูงของสะใภ้รองตระกูลจ้าวดังแผดลั่นจนไก่ในเล้าข้างบ้านตกใจกระพือปีกพั่บๆ นางเท้าสะเอว หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ปากก็พยายามกลบเกลื่อนพิรุธ "พวกเราเป็นถึงเครือญาติสายตรง! เจ้ามันนังตัวซวยแต่งเข้าบ้านมาทำลายตระกูลจ้าว ยังมีหน้ามาใส่ร้ายป้ายสีคนแก่ในบ้านอีก!" "เครือญาติสายตรงงั้นหรือคะ?" ฟางเซียนทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานบาดลึก นางก้าวเท้าออกมาจากกรอบประตูเรือนไม้เก่าๆ ช้าๆ ท่วงท่าสง่างามราวนางพญาหงส์ที่เดินอยู่บนยอดเขาเมฆา แม้จะสวมชุดผ้าฝ้ายปะชุนราคาถูก แต่รัศมีรอบตัวกลับทำให้คนมองต้องผวาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ตอนที่พวกท่านแอบย่องเข้ามาในยามวิกาลเมื่อสามคืนก่อน เพื่อสับเปลี่ยนถุงเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีที่ทางการแจกจ่าย กับเมล็ดลีบขึ้นราของพวกท่าน ความเป็นเครือญาติอยู่ที่ไหนหรือคะ?" "เหลวไหล! เจ้ามีหลักฐานอะไรมาปรักปรำ!" ลุงใหญ่จ้าว ผู้มีศักดิ์เป็นถึงพี่ชายของอดีตพ่อสามี ก้าวออกมาข้างหน้า ใบหน้าเหี่ยวย่นแดงก่ำด้วยความฮึกเหิม เขาเหล่มองไปทางผู้ใหญ่บ้านเฉินที่ยืนกอดอกขมวดคิ้วอยู่ข้างกองฟาง "ผู้ใหญ่บ้าน ท่านดูเอาเถอะ นังเด็กนี่เพิ่งมาจากในเมือง คิดจะใช้อำนาจสามีที่เป็นหัวหน้ากองผลิตมากลั่นแกล้งพวกเราคนเฒ่าคนแก่ ชาวบ้านต่างพากันเห็นอยู่ว่าพวกเราทำมาหากินสุจริต!" ผู้ใหญ่บ้านเฉินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใบหน้าย่นยับตามกาลเวลาฉายแวบลำบากใจ เขารู้ดีว่าตระกูลจ้าวนั้นขึ้นชื่อเรื่องความหน้าหนาและชอบเอาเปรียบชาวบ้านมานาน แต่การกล่าวหาเรื่องเมล็ดพันธุ์หลวงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หากไม่มีหลักฐานมัดตัว ต่อให้เขาอยากช่วยสะใภ้ตระกูลหลินแค่ไหน ก็เกรงว่าจะถูกครหาว่าลำเอียง "ฟางเซียน... ลูกสะใภ้ตระกูลจ้าว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะคะ หากเจ้าไม่มีหลักฐานที่แน่นหนาพอ อาเกรงว่า..." ผู้ใหญ่บ้านเฉินเอ่ยเสียงเตือนอย่างไว้หน้า "ผู้ใหญ่บ้านไม่ต้องกังวลค่ะ ความจริงย่อมเป็นความจริงวันยันค่ำ" จ้าวหานตงที่ยืนเงียบอยู่มุมเสาเรือนมานาน ขยับตัวก้าวเข้ามาบังร่างบางของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองกลุ่มคนตระกูลจ้าวทีละคน ความกดดันระดับนายทหารผ่านศึกแผ่ซ่านออกมาจนทุกคนในรัศมีสิบเมตรต้องกลืนน้ำลายฝืดคอ เขาไม่ได้เอ่ยคำขู่สักคำ แต่ความนิ่งขรึมและบรรยากาศเย็นยะเยือกนั้นทรงพลังยิ่งกว่าเสียงตะโกนใดๆ ฟางเซียนเหลือบมองสามี แววตาอ่อนลงวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเยือกเย็นดังเดิม นางพลิกฝ่ามือเบาๆ ขวดหยกสีเขียวมรกตขนาดเท่าข้อต่อปลายนิ้วก็ปรากฏขึ้นในมือ—แน่นอนว่ามันถูกดึงออกมาจากมิติลับอย่างแนบเนียนโดยไม่มีใครทันสังเกตเห็น ท่ามกลางสายตางงงวยของฝูงชน "นี่คืออะไรหรือ นังหนูหลิน จะเอายาพิษมาฆ่าพวกเราหรือไง!" สะใภ้รองกรีดร้องด้วยความหวาดระแวง ถอยหลังไปหลบหลังสามี "ยาพิษอันใดกันคะ ท่านสะใภ้รองร้อนตัวเกินไปหรือเปล่า" ฟางเซียนหัวเราะในลำคอเบาๆ "นี่คือผงพิสูจน์ธาตุพืช เมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีที่ทางการแจกจ่ายมาทุกถุง ผ่านการอาบน้ำยาเร่งรากสูตรพิเศษที่มีกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งสกัดจากหญ้าวิญญาณร้อยปี... เอ่อ หมายถึง สมุนไพรป่าหายากที่ข้าบังเอิญไปเจอมาน่ะค่ะ" นางแก้คำพูดได้อย่างแนบเนียนเกือบไม่สะดุด นางเปิดจุกขวดหยก แล้วสะบัดผงสีเงินยวงโปรยลงบนพื้นดินหน้ากองถุงกระสอบที่ตระกูลจ้าวนำมาอ้างว่าเป็นของตนเอง "หากถุงเหล่านี้เป็นเมล็ดพันธุ์หลวงจริง เมื่อโดนผงนี้เข้าไป มันจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตและส่งกลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาจางๆ แต่ถ้ามันเป็นเมล็ดข้าวเน่าขึ้นราของบ้านตระกูลจ้าว..." ฟางเซียนเว้นจังหวะ สายตากวาดมองใบหน้าที่เริ่มซีดเผือดทีละคน "มันจะเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท และส่งกลิ่นเหม็นเน่าเน่าเฟะจนคนแถวนี้ต้องอาเจียนออกมาทีเดียวค่ะ!" บรรยากาศรอบลานบ้านเงียบกริบลงในทันที เสียงลมพัดใบไม้แห้งไหวสะท้านสะเทือนโสตประสาท ทุกสายตาต่างจดจ้องไปยังผงสีเงินที่ค่อยๆ ร่วงหล่นลงสัมผัสกับถุงกระสอบเก่าๆ สะใภ้รองหน้าถอดสี ริมฝีปากสั่นระริก ลุงใหญ่จ้าวถึงกับผงะถอยหลัง ขาแข็งก้าวไม่ออก *ฟู่—!* เสียงปฏิกิริยาเคมีดังขึ้นเบาๆ ราวกับน้ำเดือดราดลงบนถ่านไฟ ผงสีเงินยวงนั้นไม่เพียงแต่ไม่เปลี่ยนเป็นสีเขียว แต่ทว่า... พริบตาเดียว ถุงกระสอบใบใหญ่ทั้งสามใบก็เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำสนิท พร้อมกับกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงราวกับซากสัตว์ตายตีโฉบขึ้นมาเตะจมูกของทุกคนที่ยืนอยู่แถวนั้นทันที! "อุ๊ย! เหม็นอะไรวะเนี่ย!" ชาวบ้านคนหนึ่งร้องลั่น ยกมือขึ้นปิดจมูกแทบไม่ทัน ผู้ใหญ่บ้านเฉินหน้าเปลี่ยนสี ขบกรามแน่นจนสันนูน สายตาที่มองตระกูลจ้าวแปรเปลี่ยนจากความลำบากใจเป็นความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างปิดไม่มิด "ตระกูลจ้าว! พวกเจ้าช่างกล้ามนุษย์นัก! กล้าขโมยเมล็ดพันธุ์หลวงไปกักตุน แล้วเอาข้าวเน่ามาคืนเนี่ยนะ! ร้ายกาจเกินไปแล้ว!" "ผู้ใหญ่บ้าน! อย่าเพิ่งเชื่อพรรค์นี้! นี่มันกลលวงของนังปีศาจ..." ลุงใหญ่จ้าวหน้าซีดเผือกเป็นกระดาษ ปากคอสั่นพับๆ พยายามแก้ตัวน้ำขุ่นๆ "กลลวงงั้นหรือคะ?" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคมดังแทรกขึ้น ทว่าไม่ใช่เสียงของฟางเซียน แต่เป็นจ้าวหานตงที่ก้าวออกมายืนบังหน้าภรรยาเต็มตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของบุตรชายลุงใหญ่จ้าวที่ทำท่าจะแอบย่องหนีออกไปทางหลังบ้าน แรงกระชากเพียงครั้งเดียวทำให้อีกฝ่ายล้มกลิ้งไม่เป็นท่า ร่วงจากตัวของชายหนุ่มตระกูลจ้าว คือสมุดบัญชีเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ในอกเสื้อ พร้อมกับกุญแจทองเหลืองดอกเก่าที่ใช้เปิดยุ้งฉางลับหลังหมู่บ้าน! จ้าวหานตงหยิบสมุดบัญชีขึ้นมาเปิดดูผ่านแสงแดดยามสาย แววตาคมกริบกวาดอ่านตัวเลขลายมือไก่เขี่ยด้านใน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากผู้ใหญ่บ้านด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "ในนี้บันทึกไว้อย่างละเอียดเลยครับผู้ใหญ่บ้าน... ว่าตระกูลจ้าวร่วมมือกับใครในการขนย้ายเมล็ดพันธุ์หลวงไปซ่อนไว้ที่ไหนบ้าง และ..." หานตงหยุดพูดไปชั่วขณะ ปรายตามองไปยังชายแปลกหน้าที่เพิ่งเดินเลี้ยวมาจากมุมถนนด้วยท่าทางมีพิรุธ บุคคลนั้นสวมหมวกฟางปีกกว้างจนแทบปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง แต่เสื้อคลุมสีเทาเข้มและรอยแผลเป็นที่หางคิ้วซ้ายทำให้ฟางเซียนจำได้ทันที—นั่นคือพ่อค้าคนกลางจากตลาดมืดที่เคยพยายามฮุบซื้อโสมป่าของนางเมื่อหลายวันก่อน! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตาม "ไป๋เป่าเปาของแม่" มาจนถึงตอนนี้ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถข้ามภพ ปรับโฉมไร่นาในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%