เซียนโอสถข้ามภพ ปรับโฉมไร่นาในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 10

รอยยิ้มแรกของหัวหน้ากองผลิต

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
นิ้วเรียวใต้ชายเสื้อคลุมสีเทาเข้มของชายแปลกหน้าคนนั้นกระตุกวูบอย่างเห็นได้ชัด เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมก్రిบราวกับใบมีดของหลินฟางเซียน บรรยากาศรอบตัวของตลาดค้าส่งท้ายหมู่บ้านที่เคยอึงมี่ด้วยเสียงต่อรองราคาผักและเสียงล้อเกวียนกระแทกพื้นดินพลันเงียบกริบลงราวกับถูกมนต์สะกด "ฟางเซียน... เธอรู้จักคนผู้นี้อย่างนั้นหรือ" เสียงทุ้มต่ำและจริงจังของจ้าวหานตงดังขึ้นทำลายความเงียบ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวทหารก้าวเข้ามาบังร่างบางของภรรยาไว้ครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ไหล่กว้างที่ผ่านการแบกรับภาระหนักอึ้งของกองผลิตมานับครั้งไม่ถ้วนแผ่ไอเย็นเยียบและแรงกดดันอันน่าเกรงขามออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำขู่ ฟางเซียนไม่ตอบทันที นางกวาดสายตาพิจารณาชายตรงหน้าอย่างละเอียด รอยแผลเป็นที่หางคิ้วซ้ายนั้นชัดเจนยิ่งกว่าวันก่อน เสื้อผ้าของเขาดูเนื้อดีกว่าชาวบ้านทั่วไป แต่กลับยับยู่ยี่และมีคราบโคลนแห้งกรังที่ชายกางเกง บ่งบอกว่าเขาเพิ่งเดินทางไกลหรือวิ่งหนีอะไรบางอย่างมาอย่างลนลาน "หึ... คิดไม่ถึงเลยว่าเราจะพบกันเร็วกว่าที่คิดนะคะ นายหน้าเฉิน" ฟางเซียนยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มของนางไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา แต่มันเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและไหวพริบที่เฉียบคมจนคนมองต้องเสียวสันหลังวาบ ชายแปลกหน้า—หรือนายหน้าเฉินผู้กุมเส้นสายตลาดมืด—สะดุ้งสุดตัว หมวกฟางปีกกว้างร่วงหล่นลงกระทบพื้นดิน เผยให้เห็นใบหน้าซีดเผือดที่มีเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างหวาดระแวง ก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว "คุณ... คุณพูดเรื่องอะไรกัน ผมไม่รู้จักคุณ! อย่ามากล่าวหาพล่านนะ!" นายหน้าเฉินเสียงสั่นเครือ พยายามปัดปฏิเสธด้วยท่าทางลนลานจนน่าสมเพช จ้าวหานตงหรี่ตาลง สายตาคมกริบของหัวหน้ากองผลิตกวาดมองปฏิกิริยาของชายแปลกหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า สมองอันชาญฉลาดและผ่านโลกมามากของเขาประเมินสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ในฐานะผู้นำชุมชน เขาย่อมรู้ดีว่าช่วงนี้มีพ่อค้าคนกลางแอบลักลอบเข้ามาซื้อขายสินค้าเกษตรนอกระบบเพื่อกักตุนและเก็งกำไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรงในยุคนี้ แต่สิ่งที่ทำให้จ้าวหานตงสนใจมากกว่าเรื่องผิดกฎหมาย คือท่าทีที่ภรรยาตัวน้อยของเขาแสดงออกมา—ความเยือกเย็น ความมั่นใจ และการควบคุมสถานการณ์ได้อย่างอยู่หมัด ทำให้เขาตระหนักได้ทันทีว่า ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างกายเขาในเวลานี้ไม่ใช่ภรรยาชาวไร่ที่อ่อนแอและยอมให้ใครรังแกอีกต่อไปแล้ว "ไม่รู้จักอย่างนั้นหรือคะ?" ฟางเซียนก้าวเท้าเข้าไปใกล้อีกนิด กลิ่นอายกดดันระดับเซียนโอสถแผ่ซ่านออกไปโดยไม่รู้ตัว แม้จะไม่มีพลังปราณหลงเหลือให้ใช้ แต่วิญญาณและจิตใจที่เคยอยู่เหนือผู้คนนับหมื่นก็เพียงพอที่จะทำให้คนใจเสาะอย่างนายหน้าเฉินเข่าอ่อนได้แล้ว "วันที่คุณพยายามจะกดราคาโสมป่าอายุกว่าร้อยปีของฉัน แถมยังขู่จะใช้คนมาดักปล้นกลางทาง... ความจำเสื่อมเร็วขนาดนี้ ร่างกายของคุณคงจะทรุดโทรมมากสินะคะ" "เธอ... นังเด็กนี่! พูดจาเหลวไหลอะไรกัน!" นายหน้าเฉินหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธและความกลัวปะปนกัน เขายกมือขึ้นชี้หน้าฟางเซียนด้วยความลืมตัว "ถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็หุบปากซะ! ไม่อย่างนั้น..." "ไม่อย่างนั้นจะทำไมหรือครับ?" เสียงทุ้มกังวานที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยอำนาจเด็ดขาดดังแทรกขึ้น จ้าวหานตงก้าวเข้ามาประชิดตัวนายหน้าเฉินจนอีกฝ่ายต้องผงะถอยหลังด้วยความหวาดกลัว ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้ากองผลิตเปรียบเสมือนภูเขาที่กำลังกดทับลงมา มือหนาที่มีรอยด้านจากการจับจ้ามคว้าเข้าที่ข้อแขนของนายหน้าเฉินอย่างแม่นยำ ไม่รุนแรงจนเกินงาม แต่ก็แน่นหนาจนอีกฝ่ายดิ้นไม่หลุด "ที่นี่คือเขตรับผิดชอบของกองผลิตที่สาม การที่คนแปลกหน้าแต่งตัวมีพิรุธเข้ามาป้วนเปี้ยน และยังมีพฤติกรรมข่มขู่ประชาชนในพื้นที่ของผม..." จ้าวหานตงกวาดสายตามองรอบกายที่มีชาวบ้านเริ่มหยุดเดินมุงดู "ผมในฐานะหัวหน้ากองผลิต มีสิทธิ์เต็มที่ในการควบคุมตัวคุณไปตรวจสอบที่ทำการ หรือถ้าคุณชอบ... เราจะให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของคอมมูนมาช่วยตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินในกระเป๋าเสื้อของคุณดีล่ะ?" คำว่า 'เจ้าหน้าที่ความมั่นคง' เปรียบเสมือนไม้ตายที่ฟาดลงกลางหลังของนายหน้าเฉิน ใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วตอนนี้กลับยิ่งซีดเผือดจนกลายเป็นสีเขียวคล้ำ เหงื่อเม็ดโตไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้า เขารู้ดีว่าหากเรื่องถึงมื้อทางการ ทรัพย์สินและเส้นสายที่เขาสสะสมมาทั้งหมดพังทลายในชั่วข้ามคืนแน่ "หัวหน้าจ้าว... หัวหน้าจ้าวโปรดเข้าใจ!" นายหน้าเฉินเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็วจนน่าขัน เขารีบก้มตัวลงครึ่งหนึ่ง ทำหน้าอ้อนวอนราวกับสุนัขจนตรอก "ผม... ผมแค่มาทำธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ ไม่ได้มีเจตนาร้ายเลยจริง ๆ!" ฟางเซียนมองภาพนั้นด้วยแววตาสมเพชแกδความขบขัน นางไม่ได้ต้องการส่งตัวเขาให้ทางการในตอนนี้ เพราะมันยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมและการสาวไส้ถึงตัวการใหญ่ยังทำได้ไม่เต็มที่ สิ่งที่นางต้องการในตอนนี้คือ 'ความสะใจ' และ 'การตัดกำลัง' ของอีกฝ่าย "ธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนั้นหรือคะ?" ฟางเซียนยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่น้ำเสียงกลับเยือกเย็นเสียดกระดูก "งั้นการที่สินค้าเกษตรในตลาดมืดขาดแคลน และราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้เหตุผล ก็คงเป็นเพราะ 'ธุรกิจเล็ก ๆ' ของคุณสินะคะ นายหน้าเฉิน ถ้าฉันเอาเรื่องที่คุณเคยพยายามปล้นและกดราคาชาวบ้านไปบอกสารวัตรทหาร... คุณคิดว่าห้องขังของคอมมูนจะต้อนรับแขกชั้นดีอย่างคุณไหมคะ?" "คุณ... คุณต้องการอะไร!" นายหน้าเฉินกัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ แต่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาตรง ๆ "ง่ายมากค่ะ" ฟางเซียนยื่นมือไปหยิบถุงผ้าไหมสีดำใบเล็กที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อของนายหน้าเฉินอย่างรวดเร็ว โดยที่เจ้าตัวยังไม่ทันตั้งตัว นางเปิดปากถุงออกดูเล็กน้อย พบว่าข้างในบรรจุตั๋วอาหารและเงินสดจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว "ถือว่านี่เป็นค่าทำขวัญและค่าเสียเวลาที่ฉันต้องมาเสียเวลากับคนไร้มารยาทอย่างคุณก็แล้วกันนะคะ ส่วนที่เหลือ..." นางหยิบเงินสดออกมาเพียงครึ่งหนึ่ง แล้วโยนถุงผ้าที่เหลือคืนให้อย่างไม่ไยดี "ไสหัวไปซะ! และจำใส่สมองเอาไว้ว่า อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าในรัศมีสิบลี้รอบหมู่บ้านนี้อีก ไม่อย่างนั้น... ครั้งหน้าจะไม่ใช่แค่เงินในกระเป๋าแน่ ๆ ค่ะ" นายหน้าเฉินคว้าถุงเงินที่เหลือไว้แน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บใจและแค้นเคือง แต่เมื่อเหลือบไปเห็นสายตาดุดั่งพญาเหยี่ยวของจ้าวหานตงที่จ้องมองมา เขาก็ไม่กล้าเอ่ยคำพูดโง่ ๆ ออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ได้แต่พยักหน้ารับอย่างลิบลับ หมุนตัววิ่งหนีหายลับไปจากมุมถนนอย่างรวดเร็วราวกับสุนัขจนตรอก บรรยากาศรอบข้างกลับคืนสู่ความปกติ ชาวบ้านที่มุงดูต่างพากันซุบซิบและมองมาที่ฟางเซียนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความเคลือบแคลงสงสัย กลายเป็นความเกรงอกเกรงใจและความทึ่งในความเด็ดเดี่ยวของภรรยาหัวหน้ากองผลิต จ้าวหานตงมองแผ่นหลังบางของภรรยาที่ยืนนิ่งสงบ ไม่มีอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มฉายแววซับซ้อน เขารู้สึกทึ่ง... ไม่สิ มากกว่านั้น เขารู้สึกเหมือนหัวใจที่เคยด้านชาและแข็งกระด้างจากการทำงานหนักมาทั้งชีวิต กำลังถูกความอบอุ่นและความเข้มแข็งของผู้หญิงคนนี้เข้ามาสั่นคลอนทีละน้อย นี่หรือคือผู้หญิงที่ชาวบ้านเคยนินทาว่าเป็นแค่ภรรยาขี้โรคและอ่อนแอ? "เธอ..." จ้าวหานตงเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าเดิมหลายส่วน ไม่มีมาดเคร่งขรึมของหัวหน้ากองผลิตหลงเหลืออยู่ มีเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งงบ "เธอไม่กลัวเลยหรือ? คนพวกนั้นอันตรายมากนะ" ฟางเซียนหันกลับมาสบตาเขา รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียวสวย แววตาของนางมีความดื้อรั้นและมั่นใจในตัวเองสูงส่งจนคนมองแทบละสายตาไม่ได้ "ถ้าฉันกลัว พวกมันคงได้ใจไปนานแล้วค่ะ หัวหน้ากองผลิตจ้าว" นางเอ่ยชื่อตำแหน่งของเขาด้วยน้ำเสียงหยอกล้อเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมจาง ๆ ของสมุนไพรธรรมชาติที่ติดตัวนางโชยเข้าจมูกของชายหนุ่ม ทำให้ลมหายใจของจ้าวหานตงสะดุดไปชั่วขณะ "อีกอย่าง..." ฟางเซียนเอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ "ฉันมีสามีที่เก่งกาจและน่าเกรงขามขนาดนี้ยืนอยู่ข้าง ๆ จะต้องกลัวอะไรอีกคะ?" คำพูดนั้น... แม้จะเป็นแค่คำเย้าแหย่หรือการอ้างสิทธิ์ตามประสาภรรยา แต่สำหรับจ้าวหานตงแล้ว มันกลับทรงพลังยิ่งกว่าคำชมใด ๆ ที่เขาเคยได้ยินมาตลอดชีวิต ร่างสูงใหญ่ชะงักงัน หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอมาตลอดพลันกระตุกวูบ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านจากอกลามไปทั่วร่าง ใบหน้าคมเข้มที่มักจะบึ้งตึงอยู่เสมอ ค่อย ๆ คลายออก เผยให้เห็นรอยยิ้มจาง ๆ เป็นครั้งแรก... รอยยิ้มที่แทบไม่มีใครในหมู่บ้านเคยได้เห็นจากหัวหน้ากองผลิตผู้เคร่งขรึมคนนี้ "อืม..." จ้าวหานตงกระแอมเบา ๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู หูของเขากลายเป็นสีแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด แต่มือหนากลับเอื้อมออกไปจับมือเรียวของภรรยามากุมไว้แน่นอย่างมั่นคง "ต่อจากนี้ไป... จะไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องเธออีก ผมสัญญา" ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ส่งผ่านมาทำให้ฟางเซียนรู้สึกแปลกประหลาดในอก นางไม่ได้ดึงมือออก ปล่อยให้เขาจับไว้อย่างนั้น ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา "พูดแล้วต้องรักษาสคำพูดนะคะ หัวหน้าจ้าว" ฟางเซียนหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องเมื่อหันไปเห็นตะกร้าผักและวัตถุดิบที่ซื้อมา "ป่านนี้แล้ว กลับบ้านกันเถอะค่ะ วันนี้ฉันจะทำอาหารจานเด็ดให้คุณลองชิม รับรองว่าคุณไม่เคยทานที่ไหนมาก่อนแน่ ๆ" จ้าวหานตงพยักหน้ารับด้วยความเต็มใจ ความรู้สึกขัดaขืนในตอนแรกที่แต่งงานกันถูกลบเลือนหายไปจนหมดสิ้น เขารู้สึกได้ทันทีว่า ชีวิตแต่งงานที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงภาระหน้าที่ตามคำสั่งของคอมมูน แท้จริงแล้วกำลังจะกลายเป็นสิ่งที่งดงามที่สุดในชีวิตของเขา ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินเล็ก ๆ มุ่งหน้ากลับบ้านพักประจำตำแหน่ง ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่สาดส่องลงมาทาบทับเงาร่างของทั้งคู่ให้ซ้อนทับกันเป็นหนึ่งเดียว แต่ทว่า... เมื่อพวกเขาเดินมาถึงหน้าประตูบ้านพัก ทันทีที่ฟางเซียนเอื้อมมือไปผลักประตูกระจายเสียง กลิ่นหอมฉุนแปลกประหลาดของน้ำมันหมูที่ไหม้เกรียมผสมกับกลิ่นเครื่องเทศฉุนกึกก็ลอยปะทะเข้าจมูก พร้อมกับเสียงโวยวายและเสียงข้าวของแตกกระจายที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องครัว! ใบหน้าของฟางเซียนเปลี่ยนสีไปในทันที นางขมวดคิ้วแน่นด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว—มีใครบางคนกำลังรื้อค้นและทำลายข้าวของในห้องครัวของนาง! จ้าวหานตงหน้าตึงขึ้นทันควัน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงอีกครั้ง มือหนาปล่อยมือภรรยาแล้วผลักประตูกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยความโมโห ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ทั้งสองคนต้องเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง... ร่างอวบอ้วนของแม่สามีจอมเจ้าเล่ห์กำลังยืนถือทัพพีไม้คุ้ยเขี่ยหม้อตุ๋นยาของฟางเซียนอย่างถือวิสาสะ บนพื้นห้องครัวเต็มไปด้วยผงสมุนไพรราคาแพงที่ถูกปัดตกลงมากระจายเกลื่อนกลาด และข้างกายของนางยังมีชายแปลกหน้าอีกคนหนึ่งที่กำลังหอบห่อผ้าใบใหญ่ซึ่งบรรจุเมล็ดพันธุ์พืชในมิติลับของนางเอาไว้เต็มอัตรา! ************************************************** ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถข้ามภพ ปรับโฉมไร่นาในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%