“กล้าดียังไงถึงเข้ามาในเขตเรือนของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต!”
เสียงตวาดกร้าวของหลินฟางเซียนดังขึ้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ร่างเพรียวระหงในชุดผ้าฝ้ายสีครามก้าวพรวดเข้ามาในห้องครัว ดวงตาคู่คมกวาดมองสภาพความเสียหายตรงหน้าด้วยประกายตาดุดرาวกับคมมีด กลิ่นอายกดดันระดับเซียนโอสถถูกปลดปล่อยออกมาวูบหนึ่ง จนทำให้จ้าวอี้ว์เจิน แม่สามีผู้มักมากในลาภยศถึงกับสะดุ้งเฮือก มือที่กำลังถือทัพพีไม้สั่นเทาจนเกือบทำหลุดมือ
บนพื้นดินแผ่นอิฐสีเทา ผงโสมตังกุยป่าและรากปักกิ่งราคาแพงลิบลิ่วกระจายเกลื่อนเคล้าไปกับคราบฝุ่นละออง นั่นคือสมุนไพรล้ำค่าที่นางแอบนำออกมาจากมิติลับเพื่อเตรียมปรุงเป็นโอสถบำรุงกำลังให้สามีและปรับปรุงดินในแปลงทดลอง แต่บัดนี้กลับถูกคนใจหยาบพวกนี้ปัดทิ้งอย่างไร้ค่า
“นัง... นังสารเลว! แค่ฉันเข้ามาดูว่าในครัวมีอะไรกินบ้าง ถึงกับต้องทำเสียงแข็งใส่ฉันเลยรึไง!” จ้าวอี้ว์เจินแสร้งทำเป็นโวยวายกลบเกลื่อนความผิด ใบหน้าอวบอูมบิดเบี้ยวด้วยความโมโห นางพยายามเชิดหน้าขึ้นเพื่อข่มขวัญลูกสะใภ้ที่พักหลังมานี้ชักจะแข็งข้อขึ้นเรื่อยๆ “แล้วนี่มันอะไรกัน สมุนไพรพวกนี้แกไปเอามาจากไหน ตั้งใจจะซ่อนของหนีภาษีหรือว่าขโมยของส่วนรวมมากันแน่! ฉันจะไปฟ้องหัวหน้ากองผลิตให้มาลากตัวแกไปสอบสวน!”
ข้างกายของแม่สามี มีชายร่างท้วมไว้หนวดเคราแพะสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบสีตุ่นๆ ยืนทำตัวไม่ถูก ชายคนนั้นคือเฒ่าเฉิน พ่อค้าคนกลางจากตัวอำเภอผู้ขึ้นชื่อเรื่องการกดราคาผลผลิต เขากำลังกอดห่อผ้าใบใหญ่ที่บรรจุเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีกลายพันธุ์จากมิติลับของฟางเซียนไว้แนบอก ใบหน้ามันเยิ้มไปด้วยเหงื่อเมื่อเห็นสายตาเย็นเยียบของเจ้าของบ้านที่จ้องมองมาตรงๆ
“ห่อผ้านั่น... วางลงเดี๋ยวนี้ค่ะ” ฟางเซียนก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ทว่ากลับทรงพลังจนเฒ่าเฉินถึงกับถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว
“อะ... อะไรกันเล่า คุณสะใภ้รองจ้าว! แม่สามีของเธอยกของพวกนี้ให้ฉันแลกกับน้ำตาลทรายแดงครึ่งชั่งต่างหาก นี่เป็นการค้าขายที่ตกลงกันด้วยความสมัครใจนะ!” เฒ่าเฉินอ้างเสียงสั่น พยายามยกห่อผ้าหนี
“การค้าขาย? ตกลงกันด้วยความสมัครใจ?” ฟางเซียนแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน “ของในห่อผ้าใบนั้นคือเมล็ดพันธุ์ทดลองสายพันธุ์พิเศษที่สามีฉันนำกลับมาจากค่ายทหาร เป็นทรัพย์สินส่วนรวมของครอบครัวที่เรายังไม่ได้ลงมติอนุมัติ แม่สามีไม่มีสิทธิ์เอามาขาย และที่สำคัญที่สุด...”
นางหยุดเดิน กวาดสายตาดุจคมมีดมองหน้าเฒ่าเฉินสลับกับแม่สามี “...ของพวกนี้ไม่ใช่สมุนไพรธรรมดา แต่เคลือบด้วยผงพิษอ่อนๆ ที่จะทำให้ผู้สัมผัสมีอาการคันคะเยอไปทั่วร่างนานเจ็ดวันเจ็ดคืน ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องมันโดยไม่ใช้วิธีการชำระล้างที่ถูกต้อง... ผิวหนังตรงนั้นจะหลุดลอกออกมาเป็นแผ่นๆ!”
สิ้นคำพูดของฟางเซียน เฒ่าเฉินก็กรีดร้องออกมาเสียงหลงราวกับหมูถูกเชือด เขาทิ้งห่อผ้าใบใหญ่ลงกับพื้นทันทีราวกับมันเป็นก้อนถ่านไฟแดงก่ำ สองมือรีบปัดป่ายเสื้อผ้าและแขนตัวเองพัลวัน ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว “อ๊าย! ช่วยด้วย! คัน! คันยุบยิบไปหมดแล้ว! นังผู้หญิงปีศาจ แกกล้าใส่ยาพิษในของรึ!”
จ้าวอี้ว์เจินเห็นดังนั้นก็ตกใจจนหน้าถอดสี ถอยกรูดไปชนชั้นวางหม้อจนข้าวของหล่นลงมาแตกกระจาย นางชี้หน้าฟางเซียนด้วยความโกรธจัดและหวาดผวา “แก... นังลูกสะใภ้อสรพิษ! แกกล้าทำร้ายคนเรอะ! ฉันจะฟ้อง... ฉันจะฟ้องให้บ้านจ้าวขับไล่แกออกไป!”
“เชิญค่ะ” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นที่หน้าประตูห้องครัว ร่างสูงใหญ่ของจ้าวหานตงในชุดทำงานเปื้อนฝุ่นปรากฏขึ้น บรรยากาศรอบตัวเขากดดันจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบกวาดมองมารดาและพ่อค้าคนกลางด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความลังเล
“หานตง! ลูกชายตัวดี!” จ้าวอี้ว์เจินรีบเปลี่ยนท่าที ปรี่เข้าไปหมายจะฟ้องร้องบุตรชาย “ดูเมียแกสมันทำสิ! มันกล้าทำร้ายแม่ตัวเองแถมยังจะฆ่าพ่อค้าคนกลางอีก! แกต้องหย่ากับมันเดี๋ยวนี้!”
จ้าวหานตงเบี่ยงตัวหลบสัมผัสของมารดาอย่างเย็นชา เขาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างภรรยา พร้อมกับเอื้อมมือหนาโอบไหล่บางของนางไว้เบาๆ เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขาอยู่ข้างใครในสถานการณ์นี้
“แม่ต่างหากที่เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของพวกเราโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังพยายามขนย้ายทรัพย์สินออกไปขายโดยพลพรรค” จ้าวหานตงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด “ส่วนเรื่องเมล็ดพันธุ์... นั่นเป็นหยาดเหงื่อแรงงานที่ผมและภรรยาช่วยกันเพาะปลูกขึ้นมา หากแม่ยังไม่เลิกสร้างความวุ่นวายในบ้านหลังนี้ ผมคงต้องขออนุญาตจากผู้นำกองผลิต ให้จัดสรรแบ่งแยกครัวเรือนอย่างเป็นทางการเสียที เพื่อความสงบสุขของพวกเราทุกคน”
คำว่า ‘แบ่งแยกครัวเรือน’ เปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ สำหรับจ้าวอี้ว์เจิน ในยุคสมัยนี้ หากถูกลูกชายประกาศตัดขาดหรือแยกบ้านออกไปตอนที่อายุมากแล้ว นางจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แถมยังไม่มีคนคอยปรนนิบัติและหาเงินมาให้ใช้สอยอีก
“แก... แกกล้าเนรคุณฉันเรอะ ไอ้ลูกไม่รักดี!” จ้าวอี้ว์เจินกรีดร้องโวยวายลงไปนอนดิ้นกับพื้น ทว่าไม่มีใครในที่นี้สนใจความงิ้วฉากใหญ่นี้อีกต่อไป
เฒ่าเฉินที่หวาดกลัวจนขีดสุดรีบตะเกียบตะกายลุกขึ้นวิ่งหนีออกไปจากบ้านตระกูลจ้าวอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งห่อเมล็ดพันธุ์และคราบความอับอายไว้เบื้องหลัง
เมื่อความวุ่นวายสงบลง ฟางเซียนจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “คุณนี่นะ... พูดคำว่า ‘แบ่งแยกครัวเรือน’ ออกมาได้หน้าตาเฉยเลยนะคะ”
จ้าวหานตงก้มมองภรรยา แววตาที่เคยเคร่งขรึมพลันฉายแววอ่อนโยนและอบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มือใหญ่เอื้อมไปหยิบเศษผงสมุนไพรที่ติดอยู่บนเส้นผมสลวยของนางออกอย่างเบามือ “สำหรับผม ความสงบสุขของเธอคือเรื่องสำคัญที่สุด อะไรที่ทำให้เธอไม่สบายใจ ผมจัดการได้หมด”
หัวใจของฟางเซียนกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว นางหลบสายตาวาววับคู่นั้นด้วยความเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาจริงจังดังเดิม “เอาล่ะ เรื่องวันนี้ทำให้เราเห็นชัดเจนแล้วว่า... เราจะรอช้าไม่ได้อีกต่อไปแล้วค่ะ”
“หมายถึงเรื่องที่เราคุยกันเมื่อคืนสินะครับ?” จ้าวหานตงเลิกคิ้วขึ้นอย่างรู้ทัน
“ใช่ค่ะ” ฟางเซียนพยักหน้ารับ แววตาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น “การที่เราจะพึ่งพาแค่การขายส่งให้ตลาดมืดหรือรายย่อยแบบนี้มันมีความเสี่ยงเกินไป และมักจะดึงดูดพวกคนโลภอย่างแม่สามีหรือพ่อค้าคนกลางหน้าเลือดเข้ามาวุ่นวายไม่จบสิ้น ทางออกที่ดีที่สุดคือ... เราต้องนำผลผลิตล็อตใหญ่เข้าสู่ระบบอย่างเป็นทางการ”
“ส่งสหกรณ์ท้องถิ่นประจำตำบล” จ้าวหานตงเอ่ยต่อประโยคของภรรยาอย่างรู้ใจ
“ถูกต้องค่ะ” ฟางเซียนยิ้มรับอย่างพึงพอใจ “ตอนนี้แปลงทดลองในมิติลับของฉัน ผลผลิตผักกาดหอมโสมและข้าวสาลีทนแล้งเติบโตเต็มที่พร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว หากเรานำไปส่งให้สหกรณ์ตำบลผ่านการรับรองคุณภาพอย่างถูกต้อง นอกจากเราจะได้ราคาที่ยุติธรรมและถูกกฎหมายแล้ว เรายังสามารถสร้างชื่อเสียงในฐานะ ‘ครัวเรือนตัวอย่างด้านการเกษตร’ ได้อีกด้วย คราวนี้ต่อให้ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องผลผลิตของเรา”
แผนการขยายอาณาจักรทางธุรกิจจากระดับหมู่บ้านสู่ระดับตำบลถูกวางรากฐานขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยมันสมองระดับเซียนโอสถและอำนาจหน้าที่ของหัวหน้ากองผลิตหนุ่ม การเจรจาธุรกิจกับสหกรณ์ย่อมไม่ใช่เรื่องยากเกินเอื้อม
ช่วงบ่ายวันนั้น กลิ่นหอมกรุ่นของ ‘ไก่ตุ๋นโสมตังกุยป่าและเห็ดหอมในหม้อดินเผา’ ก็ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งบริเวณบ้านตระกูลจ้าว น้ำซุปสีทองใสเคี่ยวจนเข้มข้น เนื้อไก่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ผสมผสานกับกลิ่นหอมสมุนไพรบำรุงกำลังที่ช่วยขับไล่ความเหนื่อยล้าจากการปะทะคารมเมื่อเช้าจนหมดสิ้น
ฟางเซียนตักน้ำซุปร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบยื่นให้สามี รอยยิ้มหวานละมุนปรากฏบนใบหน้าหวาน “ทานให้อร่อยนะคะ คุณสามี... พรุ่งนี้เรามีงานใหญ่ต้องไปสะبۆดสหกรณ์ตำบลกันแต่เช้าตรู่”
จ้าวหานตงรับชามกระเบื้องมาถือไว้ รอยยิ้มพึงพอใจจุดประกายขึ้นที่มุมปากขณะตักซุปเข้าปาก ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นที่หน้าบ้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะความสุขสงบ
*ปัง! ปัง! ปัง!*
“เปิดประตู! ทางเราได้รับรายงานจากสายสืบว่า บ้านหลังนี้มีการลักลอบค้าขายสินค้าผิดกฎหมายและซ่อน1สมุนไพรควบคุมพิเศษ ขอให้เปิดประตูให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเดี๋ยวนี้!”
เสียงตะโกนห้าวหาญและเด็ดขาดดังทะลุประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นของคนกลุ่มใหญ่ที่ล้อมรอบบ้านไว้ทุกด้านอย่างรวดเร็ว!
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนความแซ่บของฟางเซียนเสมอนะคะ!
เซียนโอสถข้ามภพ ปรับโฉมไร่นาในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 11
ขยายอาณาจักรสู่ระดับตำบล
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถข้ามภพ ปรับโฉมไร่นาในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!