เซียนโอสถข้ามภพ ปรับโฉมไร่นาในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 12

การเมืองในที่ทำงาน

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
“ถอยไปให้พ้น! พวกเธอไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องสิ่งของในความดูแลของฉัน!” เสียงตวาดแหลมสูงของหลี่ซิ่วอิงดังแหวกลมหนาวในยามพลบค่ำ สร้างความแตกตื่นให้แก่ชาวบ้านที่กำลังเดินผ่านหน้าลานตากผลผลิต หลินฟางเซียนยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาดอกท้อหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด มองขบวนรถเข็นไม้สามคันที่ถูกสกัดกั้นไว้โดยกลุ่มคนจากฝ่ายบัญชีและการพัสดุ สินค้าแปรรูปจากสมุนไพรและพืชไร่ล็อตใหญ่ที่เตรียมจัดส่งเข้าเมืองหลวงในรุ่งเช้า ถูกเจ้าหน้าที่พัสดุอย่าง ‘กัวเจี้ยนกั๋ว’ สั่งให้ลูกน้องรื้อลงมากองกับพื้นอย่างไร้ความปรานี นี่ไม่ใช่แค่การกลั่นแกล้งส่วนตัว... แต่มันคือเกมการเมืองในที่ทำงานที่สกปรกโสมมที่สุด “ไม่มีสิทธิ์อย่างนั้นหรือ?” กัวเจี้ยนกั๋วยิ้มเยาะ ใบหน้าอูบอิมเต็มไปด้วยความริษยาจนเนื้อสั่น เขากวาดตามองลังไม้บรรจุชาสมุนไพรเกรดพรีเมียมด้วยความโลภ “พวกเธอใช้แรงงานส่วนรวมผลิตสินค้าเหล่านี้ แต่กลับแอบอ้างว่าเป็นผลงานส่วนตัว แถมยังจะขนย้ายออกนอกเขตโดยไม่มีลายเซ็นรับรองจากฉัน แบบนี้เข้าข่ายลักทรัพย์ของหลวงนะสหายหลินฟางเซียน!” คำกล่าวหาฉกรรจ์ถูกโยนลงมากลางวงล้อม ฝูงชนเริ่มซุบซิบกันด้วยความตกใจ ข่าวลือเรื่องความสำเร็จของฟางเซียนในการฟื้นฟูไร่นาและสร้างรายได้เข้ากองผลิตเป็นที่หมั่นไส้ของคนบางกลุ่มมานานแล้ว และกัวเจี้ยนกั๋วก็คือหุ่นเชิดชั้นดีของใครบางคนเบื้องบน ฟางเซียนไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยдяสยายขึ้นที่มุมปากอย่างงดงามแต่น่าขนพองสยองเกล้า นางก้าวเท้าเดินผ่านหลี่ซิ่วอิงที่กำลังหายใจหอบฮืดด้วยความโกรธเข้าไปหากัวเจี้ยนกั๋วทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับทรงพลังกดดันจนอีกฝ่ายเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว “ลักทรัพย์ของหลวงหรือคะสหายกัว?” น้ำเสียงของฟางเซียนนุ่มนวล ทว่าคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำตาล “ลายเซ็นอนุมัติจากท่านหัวหน้ากองผลิตจ้าวหานตง และตราประทับตราแดงจากคณะกรรมการอำเภอที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของฉันเมื่อบ่ายนี้... หรือว่าสายตาของสหายกัวจะมีปัญหา จนมองหนังสือราชการไม่ออก หรือว่าสมองส่วนการประมวลผลถูกความอิจฉาริษยากลืนกินไปหมดแล้วกันแน่คะ?” “เธอ! กล้าดีอย่างไรมาหยามฉัน!” กัวเจี้ยนกั๋วหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด เขาตบโต๊ะไม้ข้างตัวเสียงดังลั่น “ต่อให้มีตราประทับ แต่ถ้าฉันบอกว่าสินค้าล็อตนี้มีปัญหาเรื่องสารปนเปื้อนและต้องถูกอายัดไว้ตรวจสอบ ฉันก็มีอำนาจเต็มที่ในการระงับการจัดส่ง!” บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบกริบลงทันที ทุกคนรู้ดีว่าการถูก “อายัดเพื่อตรวจสอบ” ในยุคนี้หมายถึงอะไร สินค้าเกษตรแปรรูปพวกนี้บอบบาง หากปล่อยทิ้งไว้ในโกดังชื้นๆ แค่สามวัน สมุนไพรและอาหารเหล่านี้ก็จะเน่าเสียจนใช้การไม่ได้ ความตั้งใจที่จะสร้างชื่อเสียงให้กองผลิตและเม็ดเงินมหาศาลจะพังทลายในชั่วพริบตา หลี่ซิ่วอิงกัดริมฝีปากจนห่อเลือด นางกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ อยากจะพุ่งเข้าไปตบหน้าคนสารเลวผู้นี้ให้หายแค้น แต่ฟางเซียนกลับยกมือขึ้นแตะไหล่เพื่อนร่วมงานเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณให้ใจเย็นลง ในมิติฟางโอสถของนางเวลานี้ มีโอสถชำระล้างพิษและยารักษาสารพัดชนิดที่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้ในพริบตา แต่การใช้กำลังภายในหรือวิชาแพทย์เหนือมนุษย์ในที่สาธารณะย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด ในเมื่ออีกฝ่ายเล่นเกมอำนาจ ทางเดียวที่จะสยบมันได้คือการใช้กฎระเบียบและหลักฐานที่ไร้ช่องโหว่ตอกกลับหน้าหงาย “ตรวจสอบงั้นหรือคะ?” ฟางเซียนหัวسราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาดอกทอสว่างวาบด้วยประกายปัญญา “ได้สิคะ ถ้าสหายกัวต้องการตรวจสอบ ฉันยินดีเปิดลังให้ดูทีละกล่องต่อหน้าพยานนับร้อยคน ณ ที่ตรงนี้และเดี๋ยวนี้เลย” นางผายมือไปยังลังไม้ใบใหญ่ที่อยู่ใกล้ที่สุด หลี่ซิ่วอิงที่ตั้งสติได้รีบเข้าไปช่วยเปิดฝาลانไม้ออกทันที กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรบำรุงกำลังและชาดอกไม้ป่าลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณทันทีที่ฝาลางถูกเปิดออก กลิ่นหอมที่ทั้งสดชื่นและบริสุทธิ์นี้ทำให้ผู้คนที่ยืนมุงดูอยู่รอบๆ ถึงกับสูดหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความเคลิบเคลิ้ม “ดูให้เต็มตาค่ะสหายกัว สินค้าทุกชิ้นผ่านการคัดสรรและรับรองมาตรฐานจากกรมอุตสาหกรรมเบาแห่งมณฑล ไม่มีตำหนิ ไม่มีสารปนเปื้อน และที่สำคัญ...” ฟางเซียนเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาคมกริบไปยังเอกสารในมือของอีกฝ่าย “ในบันทึกการส่งมอบฉบับจริง ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า หากผู้ใดขัดขวางหรือสร้างความเสียหายแก่การขนส่งสินค้าเกษตรเพื่อเศรษฐกิจชุมชน จะต้องถูก ริบสิทธิ์การปฏิบัติงาน และสอบสวนวินัยร้ายแรงทันที” สีหน้าของกัวเจี้ยนกั๋วเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที เหงื่อกาฬไหลซึมลงมาตามขมับเมื่อเห็นสายตาหลายสิบคู่ของชาวบ้านที่จ้องมองมายังตนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เขานึกไม่ถึงว่าหญิงสาวผู้นี้จะรอบคอบและเตรียมการมาอย่างรัดกุมถึงเพียงนี้ “ฉัน... ฉันแค่ทำตามหน้าที่...” เสียงของกัวเจี้ยนกั๋วเริ่มสั่นพร่า “หน้าที่ หรือความอิจฉาริษยาที่สหายมีต่อความก้าวหน้าของคนอื่นกันแน่คะ?” เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังดังแทรกขึ้นจากนอกวงล้อม ฝูงชนรีบแหวกทางให้อย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเขียวเข้มของ ‘จ้าวหานตง’ ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมปลาบกวาดมองกัวเจี้ยนกั๋วด้วยแววตาดุจพญาอินทรีที่มองเหยื่อ แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากตัวของหัวหน้ากองผลิตหนุ่มจนแทบทำให้รอบบริเวณอุณหภูมิลดฮวบลง “ท่านหัวหน้า...!” กัวเจี้ยนกั๋วละล่ำละลักด้วยความหวาดกลัว หานตงไม่ได้สนใจเสียงแก้ตัวของอีกฝ่าย เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างภรรยา สายตาอ่อนโยนลงทันทีเมื่อเหลือบมองเสี้ยวหน้าของฟางเซียน ก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับลูกน้องคนสนิทเสียงเฉียบขาด “ควบคุมตัวสหายกัวเจี้ยนกั๋วไว้ ส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินัยสอบสวนพฤติกรรมใช้อำนาจเกินขอบเขตและการสร้างความเสียหายแก่ส่วนรวมทันที ส่วนสินค้าทั้งหมด... เริ่มดำเนินการขนส่งต่อได้!” เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีของชาวบ้านดังขึ้นเซנקวแซ่ หลี่ซิ่วอิงและคนงานรีบช่วยกันปิดฝาลังและเข็นรถมุ่งหน้าไปยังเส้นทางออกนอกหมู่บ้านทันที ทิ้งให้กัวเจี้ยนกั๋วถูกหิ้วปีกออกไปอย่างอนาถ เมื่อความวุ่นวายสงบลง ท้องฟ้าก็ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดของยามราตรี หานตงเอื้อมมือหนามาโอบเอวบางของภรรยาเข้ามาแนบชิด ไออุ่นจากร่างกายของเขาช่วยขับไล่ความหนาวเย็นของอากาศยามค่ำคืนได้อย่างดีเยี่ยม “เหนื่อยไหมภรรยาของฉัน?” เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหู พร้อมกับปลายนิ้วมือที่เกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มให้อย่างทะนุถนอม “เหนื่อยเล็กน้อยค่ะ แต่พอจัดการคนพาลได้ก็รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ” ฟางเซียนซบหน้าลงกับอกแกร่งสูดกลิ่นอายสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์ของสามี “คืนนี้ฉันตั้งใจจะทำเมนูพิเศษต้อนรับคุณกลับบ้านโดยเฉพาะเลยนะคะ... ‘ซุปไก่ตุ๋นโสมป่ากับเห็ดหอมสด’ หอมกรุ่นกลมกล่อม รับรองว่าซดแล้วหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแน่นอนค่ะ” กลิ่นหอมกรุ่นของซุปไก่ตุ๋นร้อนๆ ที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ในหม้อดินเผาเริ่มโชยกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวเล็กๆ ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเข้าไปในบ้านเพื่อดื่มด่ำกับช่วงเวลาอันแสนอบอุ่นนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่นและแปลกประหลาด *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* หานตงขมวดคิ้วเล็กน้อย ดึงร่างบางมาหลบไว้ด้านหลังทันทีด้วยสัญชาตญาณระแวดระวังภัย ฟางเซียนหรี่ตามองลอดผ่านช่องประตูรั้วออกไปในความมืด และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ ร่างเงาดำทะมึนของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ยืนนิ่งสนิทอยู่หน้าประตู พร้อมกับยื่นกล่องไม้สลักลายโบราณปริศนาที่ส่งกลิ่นอายพลังปราณอันคุ้นเคยและอันตรายอย่างยิ่งยวดมาให้... มันคือกลิ่นอายจากโลกเซียนที่นางจากมา! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความแซ่บและอบอุ่นใน12ตอนนี้ด้วยนะคะ หวังว่าจะถูกใจความฟาดฟันและเคมีละมุนใจของฟางเซียนกับพี่หานตงนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถข้ามภพ ปรับโฉมไร่นาในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%