เซียนโอสถข้ามภพ ปรับโฉมไร่นาในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 8

กับดักของญาติผู้ประสงค์ร้าย

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
เสียงเคาะประตูรั้วไม้ไผ่ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน เป็นจังหวะกระวนกระวายที่ฟ้องเจตนาของคนเคาะได้ตั้งแต่ยังไม่ทันเห็นเงาร่าง หลังบานประตูนั้นคือ "ป้าสะใภ้ใหญ่จ้าว" ผู้มีชื่อเสียงกระฉ่อนเรื่องความหน้าหนาและมือยาว ยืนบิดผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้เก่าๆ ในมือด้วยใบหน้าที่พยายามปั้นแต่งรอยยิ้มจอมปลอมจนยับย่น หลินฟางเซียนวางตะหลิวไม้ในมือลงช้าๆ กลิ่นหอมฉุยของเนื้อหมูผัดพริกแห้งและสมุนไพรทิพย์จากมิติโอสถอบอวลไปทั่วห้องครัวจนชวนน้ำลายสอ ทว่าแววตาของอดีตเซียนโอสถกลับเยียบเย็นราวน้ำแข็งพันปี นางปรายตามองเงาร่างที่ทาบทับอยู่หลังประตูกระจกมัวๆ ก่อนจะแย้มยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย "อ้าว สะใภ้รอง ลมอะไรหอบเจ้ามาถึงนี่แต่หัววัน ปิดประตูตีแมวอะไรอยู่ข้างใน กลิ่นหอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้ ทำอะไรกินกันรึ ถึงกับต้องแอบซ่อนไม่ให้ใครเห็นเชียวหรือ" ป้าสะใภ้ใหญ่ไม่รอให้เชื้อเชิญ นางถือวิสาสะผลักประตูรั้วไม้ไผ่ที่ไม่ได้ลงกลอนให้แน่นหนาเปิดออกเอง ก้าวฉับๆ เข้ามาในลานบ้านทันที สายตาดั่งนกแร้งกวาดมองไปรอบบริเวณ แปลงผักหลังบ้านที่เคยโทรม กลับเขียวขจีอวบออtr ราวกับใส่ปุ๋ยวิเศษ ใบกะหล่ำปลีสีเขียวเข้มและมะเขือเทศลูกโตเปล่งประกายล่อตาล่อใจ นั่นคือเป้าหมายที่นางจ้องจะมาสูบเลือดสูบสูตรลับไปครอบครองมาหลายวันแล้ว "ลมโลภจากบ้านใหญ่กระมังคะ ถึงพัดพาให้ท่านป้าเดินลัดเลาะมาถึงครัวบ้านรองได้โดยไม่ต้องบอกกล่าว" หลินฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่นัยน์ตากลับคมกริบดั่งใบมีดโกน นางไม่แม้แต่จะขยับตัวลุกขึ้นยืนต้อนรับ ยังคงยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องครัว มองผู้มาเยือนด้วยท่าทีสบายๆ ป้าสะใภ้ใหญ่สะดุ้งเล็กน้อยกับวาจาเชือดเฉือนนั้น แต่ความอยากได้อยากมีบังตา นางรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม เดินเข้ามาใกล้แล้วทำทีเป็นยื่นมือจะเข้ามาจับแขนสะใภ้รอง "โถ่ว ฟางเซียน ลูกเอ๊ย พูดจาห่างเหินไปได้ เราก็คนตระกูลเดียวกันทั้งนั้น เห็นทีไรก็เอ็นดู ป้าแค่วันนี้เดินผ่าน เลยแวะมาดูว่าหลานสะใภ้กับอาหานตงเป็นอย่างไรบ้าง... ว่าแต่ เจ้าปลูกผักอย่างไร ทำไมมันถึงได้งามงดปานนี้ เล่าให้ป้าฟังหน่อยสิ เผื่อทางแปลงบ้านใหญ่จะได้เอาไปทำตามบ้าง ดินบ้านเราออกจะแห้งแล้งแท้ๆ" นี่คือแผนการ... แสร้งทำเป็นไต่ถามเพื่อขอเคล็ดลับ แต่ความจริงคือการมาลักขโมย "สูตรลับการเกษตร" ที่ชาวบ้านต่างร่ำลือกันว่า หลินฟางเซียนครอบครองปุ๋ยวิเศษบางอย่าง ถึงทำให้พืชผลเติบโตเร็วกว่าชาวบ้านถึงเท่าตัว และมีรสชาติอร่อยล้ำลึก หลินฟางเซียนแค่นหัวเราะในลำคอ "ดินบ้านท่านป้าแล้ง หรือเป็นเพราะความขี้เกียจสันหลังยาวของคนในบ้านกันแน่คะที่ทำให้ผักเหี่ยวเฉา? อีกอย่าง ปุ๋ยวิเศษอะไรนั่นไม่มีหรอกค่ะ มีแต่หยาดเหงื่อแรงงานและความใส่ใจ... ของแบบนี้ต่อให้บอกเคล็ดลับไป คนทำไม่เป็นก็คือไม่เป็นวันยันค่ำ" "นังเด็กปากกล้า!" ป้าสะใภ้ใหญ่หลุดเสียงแหลมออกมาด้วยความโกรธ เผลอแสดงธาตุแท้ออกมาเมื่อถูกจี้ใจดำ ใบหน้าที่พยายามปั้นยิ้มบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด "ข้าเป็นถึงผู้อาวุโสในบ้านนะ แกกล้าดียังไงมาสั่งสอนข้า! แกมันก็แค่สะใภ้ต่างถิ่นที่อาศัยบ้านตระกูลจ้าวซุกหัวนอน จะหวงสูตรลับอะไรนักหนา หะ หรือว่าแกแอบใช้เล่ห์กลอะไรชั่วช้าพืชผลถึงได้โตวันโตคืนแบบนี้! ระวังนะ ถ้าข้าไปฟ้องหัวหน้าหมู่บ้านว่าแกเล่นของนอกรีต แกจะไม่มีที่ยืนในคอมมูนนี้แน่!" ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังตึงเครียด เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน จ้าวหานตงในชุดทำงานสีเขียวเข้มของหัวหน้ากองผลิตก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ปราดเดียวก็เข้าใจทะลุปรุโปร่ง รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มจนป้าสะใภ้ใหญ่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ท่านป้า... เมื่อครู่ท่านว่าใครเล่นของนอกรีตและไม่มีที่ยืนในหมู่บ้านนะครั้บ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ ทว่ากดดันจนคนฟังรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าถอดสี รีบปั้นหน้าสะบัดสะบอใส่หลานชาย "อ้าว หานตง กลับมาพอดีเลย! ดูเมียแกสิ ไร้มารยาทกับผู้หลักผู้ใหญ่ ข้าแค่อมพะนำถามเรื่องปลูกผักประสาญาติสนิท แต่นางกลับตอกหน้าข้าด้วยวาจาหยาบคายแถมยังหวงวิชาอีก เป็นถึงภรรยาหัวหน้ากองผลิตแท้ๆ ทำตัวใจแคบไม่รู้จักแบ่งปันตระกูลเดียวกัน!" หลินฟางเซียนไม่เดือดร้อนสักนิด นางเพียงแต่หันไปสบตากับสามี สายตาคู่นั้นสื่อความหมายได้อย่างลึกซึ้งโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด จ้าวหานตงก้าวเข้ามาโอบไหล่ภรรยาไว้เบาๆ เป็นการแสดงออกถึงความปกป้องอย่างชัดเจนและเด็ดขาด "เรื่องในบ้านของผม ผมเป็นคนตัดสินใจเองว่าใครควรได้รับสิทธิ์อะไร" จ้าวหานตงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ส่วนแปลงผักหลังบ้าน... นั่นเป็นหยาดเหงื่อของภรรยาผม ถ้าใครคิดจะมาฉวยโอกาสหรือขโมยเอาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ผมในฐานะหัวหน้ากองผลิตและสามีของนาง คงต้องใช้กฎระเบียบของคอมมูนมาจัดการขั้นเด็ดขาด ข้อหาบุกรุกและพยายามลักทรัพย์สินส่วนบุคคล... ท่านป้าคิดว่าโทษกักบริเวณในลานประชาทัศน์สักสัปดาห์พอจะเหมาะไหมครับ?" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม นางถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นแววตาจริงจังไร้ความปรานีของหลานชาย ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะอ้าปากแก้ตัวและถอยร่นออกไปนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงเอะอะโวยวายก็ดังลั่นมาจากนอกรั้วบ้าน "ผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว! อยู่ทางนี้แหละ หัวหน้า! ข้าเห็นกับตาว่ายายแก่บ้านใหญ่พยายามพังประตูเข้ามาปล้นสูตรลับบ้านสะใภ้รอง!" เสียงของเพื่อนบ้านคนหนึ่งตะโกนก้อง พร้อมกับการปรากฏตัวของประธานหมู่บ้านและกรรมการคอมมูนอีกสามคนก้าวพรวดเข้ามาในลานบ้านอย่างรวดเร็ว หลินฟางเซียนยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย นางหันไปตักอาหารจานเด็ดที่เพิ่งเสร็จสิ้นส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนไปทั่วทิศทางลงใส่จานกระเบื้องเคลือบ กลิ่นหอมของหมูผัดพริกสมุนไพรลอยไปแตะจมูกทุกคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืน ณ ที่นั้น จนผู้มาใหม่ถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่รู้ตัว ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากซักถามสถานการณ์ ป้าสะใภ้ใหญ่กลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด นางพุ่งพรวดเข้าไปคว้าขวดโหลแก้วใส่ปุ๋ยหมักสูตรพิเศษที่ตั้งอยู่ริมระเบียงขึ้นมาหมายจะปัดให้ตกลงพื้นทำลายหลักฐาน "ในเมื่อพวกแกไม่ยอมให้ข้า ข้าก็ไม่ยอมให้ใครได้เหมือนกัน!" ขวดโหลแก้วหลุดจากมือร่วงหล่นลงสู่พื้นดินเสียงดังเพล้ง! แต่ทว่า... สิ่งที่กระจายออกมาหาใช่ปุ๋ยหมักเหม็นเน่าไม่ หากแต่เป็นประกายแสงสีทองจางๆ พร้อมกับกลิ่นหอมหวานล้ำลึกที่ตลบอบอวลรุนแรงจนทุกคนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง และเมื่อเศษแก้วแตกกระจายออก สิ่งที่กลิ้งออกมาจากก้นโหล... กลับไม่ใช่ดินหรือปุ๋ย แต่เป็น "โสมป่าอายุร้อยปี" หัวโตขนาดเท่าฝ่ามือที่เปล่งรัศมีเรืองรองในยามกลางวัน! ทุกสายตาหันขวับไปมองหลินฟางเซียนเป็นตาเดียว... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถข้ามภพ ปรับโฉมไร่นาในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%