"ถ้าดินแปลงนี้ยังปลูกอะไรไม่ขึ้นอีกภายในสามวัน ข้าจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านว่าเธอจงใจทำลายทรัพย์สินส่วนรวมของกองผลิต!"
เสียงแหลมสูงของสะใภ้รองจ้าวตวัดขึ้นด้วยความสะใจ นางยืนกอดอกพิงรั้วไม้ไผ่ สายตากวาดมองแปลงผักร้างหลังบ้านที่เต็มไปด้วยวัชพืชและดินแห้งกรังราวกับแผ่นดินแตกแห้งในหน้าแล้ง หวังจะเห็นใบหน้าซีดเซียวด้วยความจนมุมของหลินฟางเซียน
ทว่า หญิงสาวเจ้าของร่างเพรียวบางกลับไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง นางกำลังใช้ช้อนไม้พายตักของเหลวสีเขียวมรกตเข้มข้นจากถังไม้เก่าๆ ราดลงบนดินสีเทาหม่นอย่างใจเย็น กลิ่นหอมฉุนคล้ายสมุนไพรป่าผสมกลิ่นดินชื้นโชยเตะจมูก ทว่าเจือด้วยพลังงานบริสุทธิ์บางเบาที่ทำให้ผู้สูดดมรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นอย่างน่าประหลาด
หลินฟางเซียนวางช้อนไม้ลง ปัดฝุ่นตามเรียวมือขาวเนียนอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายด้วยแววตานิ่งสงบ ทว่าคมกริบราวน้ำแข็งพันปี
"ทรัพย์สินส่วนรวมงั้นหรือคะ?" ฟางเซียนทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่กลับทรงพลังจนอีกฝ่ายชะงัก "ดินผืนนี้ถูกประกาศว่าไร้ค่ามาสามปี ไม่มีใครอยากได้เพราะปลูกอะไรก็ตาย แต่พอฉันลงมือปรับปรุง คุณกลับวิ่งโร่มาอ้างสิทธิ์... หรือว่ากลัวคะ กลัวว่าถ้าแปลงนี้งอกงามขึ้นมา หน้าตาของคนที่เคยหัวเราเยาะฉัน จะไม่มีที่ซุกหัวนอน?"
"ปากดีนักนะนังนี่! รอดูน้ำหน้าแกก็แล้วกัน!" สะใภ้รองถลึงตาใส่ด้วยความโกรธแค้น สะบัดก้นเดินหนีไปเมื่อเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนกำลังเดินเลี้ยวมาทางนี้
จ้าวหานตงก้าวเข้ามาในบริเวณแปลงผักด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมปลาบกวาดมองภรรยาและถังไม้ประหลาดแวบหนึ่ง ก่อนที่ความเย็นชาในแววตาจะแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้เอ่ยปากตำหนิเรื่องที่นางมีปากเสียงกับคนบ้านใหญ่ แต่กลับยื่นกระติกน้ำอลูมิเนียมที่บรรจุน้ำอุ่นมาให้ พร้อมกับผ้าขนหนูผืนสะอาด
"เหนื่อยไหม..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล มือหนายื่นเข้าไปช่วยเกลี่ปอยผมที่ปรกลงมาข้างแก้มของภรรยาออกอย่างเบามือ "ปล่อยพวกเขากล่าวหาไปเถอะ ฉันจัดการเรื่องเอกสารสิทธิ์การใช้ที่ดินแปลงนี้เรียบร้อยแล้ว ต่อให้พวกเขาลากผู้ใหญ่บ้านมา ก็ทำอะไรไม่ได้"
ฟางเซียนรับกระติกน้ำมาถือไว้ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก นางรู้ดีว่าสามีคนนี้มักจะเงียบและลงมือทำมากกว่าพูดเสมอ การที่เขาสามารถจัดการเรื่องเอกสารสิทธิ์ในยุคที่ราชการเข้มงวดเช่นนี้ได้ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย แสดงว่าเขาต้องแอบไปเดินเรื่องให้อย่างเงียบๆ มานานแล้ว
"ฉันไม่ได้กลัวพวกเขาหรอกค่ะ แค่กำลังคิดว่า... วิชาที่เคยใช้ปรุงโอสถระดับนภาในภพก่อน ถ้าเอามาประยุกต์ใช้กับดินทุรกันดารในยุค 70 นี้ มันจะให้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจขนาดไหน" ฟางเซียนกล่าวด้วยแววตาเป็นประกาย นางหยิบเศษหญ้าแห้งและเศษซากพืชขึ้นมาพิจารณา
ในฐานะอดีตเซียนโอสถ การปรับปรุงดินมิใช่เรื่องซับซ้อน สิ่งที่นางกำลังทำมิใช่ปุ๋ยหมักธรรมดาตามภูมิปัญญาชาวบ้าน แต่คือ "โอสถเร่งรากและปรับสมดุลธาตุ" ที่สกัดจากสมุนไพรป่าฤทธิ์เย็น ผสมผสานกับมูลสัตว์หมักบ่มด้วยพลังปราณบริสุทธิ์ เม็ดดินที่เคยตายซากจะถูกกระตุ้นให้ฟื้นคืนชีพ อนุภาคของธาตุอาหารจะถูกดูดซึมอย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิต
หานตงมองภรรยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้ง เขาไม่เคยซักถามว่านางไปเรียนรู้วิชาประหลาดเหล่านี้มาจากไหน รู้เพียงแต่ว่า ตั้งแต่นภากลืนกินนางให้ร่วงหล่นมาสู่ครอบครัวตระกูลจ้าว ชีวิตที่เคยแห้งแล้งของเขาก็กลับมีกลิ่นอายของความอบอุ่นและอนาคตที่เรืองรอง
"ไม่ว่าจะทำอะไร ฉันอยู่ข้างเธอเสมอ" หานตงเอ่ยสั้นๆ แต่หนักแน่นราวกับภูเขาผา "ขาดเหลืออะไรบอกฉัน พรุ่งนี้ฉันจะขอลาหยุดครึ่งวัน ไปช่วยเธอยกแปลงดินเพิ่ม"
คืนนั้น ภายในห้องครัวเล็กๆ ที่อบอุ่นไปด้วยไอควันจากเตาฟืน กลิ่นหอมกรุ่นของ "ซี่โครงหมูตุ๋นรากบัว" ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ น้ำซุปเคี่ยวจนงวดเป็นสีนมข้น หวานละมุนด้วยความสดของรากบัวและเนื้อหมูชั้นดีที่หานตงแอบไปแลกมาจากสหายในกองผลิตเพื่อบำรุงภรรยาโดยเฉพาะ ฟางเซียนตักซุปใส่ชามกระเบื้องยื่นให้สามี รอยยิ้มพึงพอใจฉายชัดบนใบหน้าเมื่อเห็นเขาทานอย่างเอร็ดอร่อย
ทว่า ความสงบสุขย่อมอยู่ได้ไม่นานนัก...
เสียงเคาะประตูรั้วบ้านยามวิกาลดังขึ้นรัวๆ ตามมาด้วยเสียงทุบและเสียงตะโกนโวยวายของหัวหน้ากองผลิตและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่หน้าตาตื่นตระหนก
"จ้าวหานตง! ฟางเซียน! ออกมาเดี๋ยวนี้! เกิดเรื่องใหญ่แล้วที่แปลงผักหลังบ้านพวกเธอ!"
หานตงขมวดคิ้วมุ่น เขาวางตะเกียบลงทันที ฟางเซียนลุกขึ้นยืนตามด้วยใบหน้าที่ยังคงเรียบเนียน ทั้งสองเดินออกไปเปิดประตูรั้วด้วยความสงสัย
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าท่ามกลางแสงจันทร์สลัว ทำให้แม้แต่คนนิ่ง
สุขุมอย่างจ้าวหานตงยังต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง—
แปลงผักร้างที่เคยแห้งแล้งจนถึงเมื่อยามเย็น บัดนี้... กลับถูกปกคลุมไปด้วยพืชผลสีเขียวขจีที่เติบโตพรวดพราดจนสูงท่วมหัวภายในคืนเดียว! หน่ออ่อนของกะหล่ำปลีและมะเขือเทศขนาดมหึมาแผ่กิ่งก้านสาขาแข่งกันรับแสงจันทร์ ส่งกลิ่นหอมหวานรelตลอบไปทั่วทั้งหมู่บ้านราวกับดินแดนในเทพนิยาย!
และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น คือร่างของคนผู้หนึ่งที่นอนสลบไสลอยู่กลางแปลงผัก พร้อมกับคราบของเหลวสีเขียวเรืองแสงติดอยู่เต็มตัว... นั่นคือสะใภ้รองจ้าวที่แอบย่องมาขโมยดูความลับในยามวิกาลนั่นเอง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอมานะคะ
เซียนโอสถข้ามภพ ปรับโฉมไร่นาในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 4
โอสถเร่งโตในคราบปุ๋ยหมัก
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถข้ามภพ ปรับโฉมไร่นาในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!