กลิ่นอายความตายมิได้ลอยมาตามสายลม… มันแทรกซึมอยู่แม้กระทั่งในจังหวะการหายใจ
"หากก้าวล่วงพ้นเขตศิลาปักป้ายนี้ไป ต่อให้เป็นเซียนหรือมาร… ย่อมเหลือเพียงเศษกระดูกให้หมู่กาจิกกิน"
เสียงแหบพร่าดั่งก้อนกรวดเสียดสีกันดังขึ้นจากเงื้อมเงาของพงพฤกษ์เบื้องหน้า ป้ายศิลาสีนิลสลักอักขระโบราณสีเลือดปรากฏเด่นชัดในความมืดสลัว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านกดทับจนบรรยากาศรอบกายหนาทึบราวกับจมดิ่งลงสู่ก้นบึงหมื่นพิษ
หลี่มู่เหยียนยืนนิ่งสงบดั่งรูปสลักหิน ปลายเท้าของเขาสัมผัสกับพื้นดินที่แห้งกร้านและดำคล้ำ ปราณกระบี่ในจุดตันtianหมุนวนรับรู้ถึงอันตรายที่รออยู่เบื้องหน้า ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองเลยป้ายศิลานั้นไปยังหุบเขาลึกไร้ก้นบึงที่มีหมอกพิษสีม่วงเข้มปกคลุมหนาแน่น ที่นั่นคือ "เขตแดนอสูรโลหิต" เขตต้องห้ามอันดับหนึ่งแห่งยุทธภพที่แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณยังไม่กล้าแม้แต่จะเหลียวแล
เบื้องหลังของเขาคือเงาร่างระหงที่สง่างามดั่งเทพเซียนจำศีล เซียนหานเหมยยืนถือกระบี่น้ำแข็งประกายฟ้าคราม นางมิได้เอ่ยคำใด ทว่าไอร้อนระอุที่สะท้อนจากไอพิษเบื้องหน้ากลับถูกความเย็นเยือกจากกายของนางสกัดกั้นไว้จนเกิดเป็นเสียงดังชี่ๆ ราวกับน้ำเดือดราดลงบนแผ่นเหล็กเผาไฟ
"เจ้ากลัวหรือไม่?" น้ำเสียงราบเรียบเยือกเย็นเอ่ยขึ้นจากริมฝีปากบางเฉียบของนาง ดวงตากลมโตคู่สวยทอดมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่
หลี่มู่เหยียนไม่หันกลับไปมอง ทว่ามุมปากของเขากลับยกย่องขึ้นเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันฟ้าดิน
"ความกลัวเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยสำหรับผู้ที่ก้าวเดินบนเส้นทางแห่งกระบี่" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง "ในเมื่อพวกมันกล้าใช้พิษล้างสำนักตระกูลหลี่ของข้า ต่อให้เบื้องหน้าคือขุมนรกโลกันตร์ ข้า… ก็จะใช้ปลายกระบี่เล่มนี้ผ่ามันออกเป็นสองซีก"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและความกดดันของพลังปราณที่ขับเคี่ยวกันอย่างเงียบเชียบระหว่างคนทั้งสองกับเขตแดนเบื้องหน้า
นี่คือการเดินทางเข้าสู่เขตแดนอันตรายที่มีแต่ข่าวลือ ข่าวลือที่ว่าผู้ใดล่วงล้ำเข้าย่อมไม่เคยมีใครได้กลับออกมาอย่างมีลมหายใจ ทว่าสำหรับหลี่มู่เหยียนและหานเหมยแล้ว ที่นี่ไม่ใช่ทางตัน หากแต่เป็นก้าวสำคัญในการลากคอเงามืดที่ชักใยอยู่เบื้องหลังความพินาศเมื่อสิบปีก่อนให้ออกมาเผชิญหน้ากับแสงสว่าง
"เช่นนั้น… ข้าจะเคียงข้างท่านผ่าความมืดนี้เอง" หานเหมยกล่าวสั้นๆ แต่น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน นางก้าวขึ้นมาเคียงบ่าเคียงไหล่ ไอปราณจันทร์พิสุทธิ์แผ่ขยายออกปกป้องรอบกายราวกับเกราะแก้วคุ้มภัย
ก้าวแรกที่เท้าสัมผัสพ้นเขตศิลาปักป้าย โลกทั้งใบราวกับพลิกคว่ำ
*ตูม!*
เสียงคำรามกึกก้องราวนรกแตกสะท้อนมาจากห้วงลึกของหุบเขา หมอกพิษสีม่วงเข้มพลันม้วนตัวเข้าหากันดั่งคลั่งแค้น กลิ่นอายคาวเลือดพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้า เงาร่างนับร้อยสายปรากฏขึ้นจากความมืดมิด ดวงตาสีแดงฉานนับคู่ไม่ถ้วนจ้องมองมายังผู้บุกรุกทั้งสองด้วยความกระหายเลือด พวกมันไม่ใช่ทั้งมนุษย์และสัตว์อสูร หากแต่เป็นภูตผีพิษที่ถูกหล่อหลอมขึ้นด้วยวิชาต้องห้ามอันชั่วร้าย
"ระวัง! ปราณพิษพวกนี้กัดกร่อนจิตวิญญาณได้" หานเหมยเตือนเสียงเข้ม กระบี่น้ำแข็งในมือถูกตวัดวาดออกเป็นวงโค้งประกายแสงสีฟ้าครามสว่างวาบ ดึงเอาเกล็ดน้ำแข็งนับหมื่นเล่มพุ่งเข้าสลายหมอกพิษจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
หลี่มู่เหยียนหาได้รอช้าไม่ ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปดั่งสายฟ้าฟาด กระบี่ไร้ลักษณ์ในฝักยังไม่ถูกชักออก ทว่าเพียงแค่ฝ่ามือที่แตะอยู่บริเวณโกร่งกระบี่ ก็ระเบิดคลื่นปราณกระบี่คมกริบตัดผ่านร่างของภูตผีพิษตัวแรกขาดเป็นสองท่อนในพริบตา เลือดสีดำทะลักทลายกลิ่นคละคลุ้งตลบอบอวล
การต่อสู้ดุเดือดตระการตาเริ่มต้นขึ้นอย่างไร้ความปรานี คลื่นปราณกระบี่และไอปราณจันทร์พิสุทธิ์ประสานกันราวกับมังกรและหงส์ที่กำลังฟ้อนรำท่ามกลางพายุโลหิต ทว่ายิ่งสังหารพวกมันมากเท่าใด จำนวนของภูตผีพิษกลับยิ่งเพิ่มทวีคูณราวกับไม่มีวันหมดสิ้น
ในขณะที่ทั้งสองกำลังโรมรันกับฝูงอสูรพิษอยู่นั้น ท้องฟ้าเหนือหุบเขากลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานในพริบตา เมฆฝนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนผิดธรรมชาติ พร้อมกับเสียงคำรามต่ำๆ ของสายฟ้าสีเลือดที่กำลังฟาดผ่าลงมาใจกลางเขตต้องห้าม
บางสิ่งบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน
หลี่มู่เหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามระดับที่ทำให้อวัยวะภายในปั่นป่วน เขาตวัดกระบี่กวาดล้างศัตรูเบื้องหน้าจนเปิดทางโล่ง ก่อนจะหันไปสบตากับเซียนหานเหมยที่ยืนหอบหายใจเล็กน้อยแต่ยังคงความสง่างามเยือกเย็นไว้ได้อย่างสมบูรณ์
"ดูเหมือนว่า… เจ้าบ้านจะออกมาต้อนรับพวกเราด้วยตัวเองแล้วกระมัง" หลี่มู่เหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนกลับตึงเครียดถึงขีดสุด
ทันใดนั้นเอง ใจกลางพายุสายฟ้าสีเลือด เงาร่างมหึมาของบุรุษชุดดำสนิทผู้สวมหน้ากากกระดูกอสูรก็ก้าวออกมาจากมิติที่ฉีกขาด แววตาคู่หนึ่งที่มองลอดผ่านหน้ากากออกมาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบและคุ้นเคยอย่างประหลาด
"หลี่มู่เหยียน… เจ้ากล้าดียังไงถึงรนหาที่ตายถึงถิ่นของข้า" เสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวานเสียดแก้วหู ราวกับเสียงกระซิบจากยมทูตที่ทำให้วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
และในวินาทีที่นิ้วเรียวยาวของบุรุษชุดดำผู้นั้นเอื้อมไปแตะที่ด้ามจับของอาวุธข้างกาย...
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางฝ่าฟันอันตรายไปกับตัวละครทุกท่านด้วยกันเสมอนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์•ตอนที่ 12
มุ่งหน้าสู่เขตต้องห้าม
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!