คราบโลหิตสีดำคล้ำบนปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง กลิ่นอายมรณะยังคงอบอวลอยู่รอบกายของหลี่มู่เหยียนราวกับเงาตามตัว เบื้องหน้าของเขาคือซากศพของมือสังหารจากพรรคอสรพิษโลหิตนับสิบรายที่นอนเกลื่อนกลาด ทว่าความสนใจทั้งหมดของบุรุษหนุ่มกลับไม่ได้อยู่ที่ศพเหล่านั้น
สายตาคมกริบดั่งคมกระบี่คู่นั้นทอดมองไปยังร่างระหงที่กำลังทรุดฮวบลงกับพื้นดินชื้นแฉะ
เซียนหานเหมย นางเซียนผู้สง่างามเย็นชาดั่งรูปสลักน้ำแข็งแห่งสำนักจันทร์พิสุทธิ์ บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด หยาดโลหิตสีแดงสดไหลรินจากมุมปากตัดกับอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางอย่างน่าเวทนา พิษกู่เจ็ดราตรีที่แฝงมากับลูกดอกอาบยาพิษเมื่อครู่กำลังกัดกินชีพจรและเส้นลมปราณของนางอย่างรวดเร็ว หากช้าไปเพียงหนึ่งลมหายใจ พิษร้ายนี้จะไหลเข้าสู่หัวใจและต่อให้เป็นเซียนจากสรวงสวรรค์ก็ไม่อาจยื้อชีวิตนางไว้ได้
"อย่าเข้ามา... มู่เหยียน"
น้ำเสียงที่เคยเยือกเย็นและกังวานราบบัดนี้สั่นเครือและแหบพร่า หานเหมยพยายามใช้กระบี่คู่กายยันพื้นเพื่อพยุงร่างอันบอบบาง แต่วิถีลมปราณในร่างกลับตีกลับจนนางกระอักโลหิตออกมาอีกคำใหญ่
"พิษนี้ลึกล้ำเกินไป เจ้า... เจ้าจะพลอยติดร่างแหไปด้วย"
หลี่มู่เหยียนไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมา ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยและเย่อหยิ่งในวิถีกระบี่กลับปรากฏร่องรอยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด เขาจดจำภาพเหตุการณ์ในอดีตได้ดี วันที่ครอบครัวของเขาต้องดับสูญด้วยพิษร้ายชนิดเดียวกันนี้ วันที่เขาไร้ซึ่งพลังที่จะปกป้องคนที่รัก และในวันนี้... สวรรค์กำลังเล่นตลกส่งบททดสอบเดียวกันนี้มาให้เขาอีกครั้ง
ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าวอย่างมั่นคง ไร้ซึ่งความลังเลในแววตา
"ข้าเคยสาบานกับวิถีกระบี่ของตนเองว่าจะไม่ก้มหัวให้ผู้ใด..." หลี่มู่เหยียนคุกเข่าลงเบื้องหน้านาง มือหนายื่นออกไปประคองร่างอันสั่นเทาของเซียนสาวอย่างทะนุถนอมที่สุด ราวกับนางคือสิ่งเปราะบางที่สุดในใต้หล้า "แต่สำหรับเจ้า... หานเหมย ข้ายอมจำนนต่อหัวใจตนเองตั้งแต่คราแรกที่สบตา"
ดวงตางามที่เคยปิดตายต่อโลกหล้าเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางเงยหน้าสบตากับบุรุษผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในกาย ช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บจากพิษร้ายที่กำลังกัดกินกระดูก แววตาเย็นชาคู่นั้นสั่นไหวอย่างรุนแรง หยาดน้ำใสเอ่อคลอหน่วยตาคู่สวยก่อนจะไหลรินลงมาผสมกับคราบโลหิต
"ท่าน... ทำเช่นนี้คุ้มค่าแล้วหรือ? ข้าเป็นเพียงศิษย์สำนักจันทร์พิสุทธิ์ ผู้มีแต่ภาระและความแค้นแบกรับ..."
"ไม่มีคำว่าคุ้มค่าหรือขาดทุนสำหรับความรู้สึก" หลี่มู่เหยียนกล่าวตัดบท น้ำเสียงของเขาแม้จะนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยพลังที่หนักแน่นดั่งขุนเขา "หลี่มู่เหยียนผู้นี้ขอเอาชีวิตและวิญญาณเป็นเดิมพัน ต่อให้เบื้องหน้าคือปรภพหรือทัณฑ์สวรรค์ ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือเล่มนี้แผ้วถางเส้นทางเพื่อปกป้องเจ้า... จนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะหาไม่"
สิ้นคำกล่าว เขาก็ไม่รอช้า ฝ่ามืออีกข้างโคจรพลังปราณสายฟ้าสีครามบริสุทธิ์ทะลวงเข้าสู่จุดชีพจรสำคัญของหานเหมยเพื่อสกัดกั้นพิษร้ายไม่ให้ลุกลาม การกระทำเช่นนี้หมายถึงการดึงพิษส่วนใหญ่มาไว้ที่ร่างของตนเอง ความเจ็บปวดดั่งถูกไฟแผดเผาและเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงแล่นพล่านไปทั่วร่างของมู่เหยียนทันที เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าคมคายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อกาฬ ทว่าเขากลับไม่มีแม้แต่เสียงครางเล็ดลอดออกมา มีเพียงแววตาที่แน่วแน่และดุดันราวกับพญาอินทรีที่ปกป้องรังของมัน
หานเหมยตกตะลึงจนลืมความเจ็บปวด นางมองบุรุษผู้ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อตนด้วยความรู้สึกที่เกินกว่าจะบรรยาย หัวใจที่ด้านชามาแรมปีบัดนี้ถูกหลอมละลายด้วยความอบอุ่นและจริงใจอันเปี่ยมล้น
"มู่เหยียน... ท่านช่างโง่เขลายิ่งนัก..." นางพึมพำเสียงสั่น ขณะที่มือเรียวยื่นไปสัมผัสแก้มสากของเขาอย่างแผ่วเบา "หากท่านเป็นอันใดไป ข้า... ก็จะขอติดตามท่านไปยังปรภพเช่นกัน"
ท่ามกลางความเงียบงันของผืนป่าไผ่ยามค่ำคืน ไอพิษสีดำค่อยๆ ระเหยออกจากร่างของทั้งสอง ทว่าในขณะที่สถานการณ์กำลังคลี่คลายลง สายลมราตรีกลับเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกผิดปกติ กลิ่นอายพลังกดดันระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสูงสายหนึ่งก็แผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมบริเวณโดยรอบอย่างไร้สุ้มเสียง
กิ่งไผ่รอบด้านหักสะบั้นลงพร้อมกันราวกับถูกคมกระบี่ที่มองไม่เห็นฟาดฟัน
หลี่มู่เหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย เขากระชับกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือแน่นแม้ร่างกายจะยังสะสมพิษร้ายไว้ส่วนหนึ่ง ทว่าสัญชาตญาณนักฆ่าบอกเขาชัดเจนว่าอันตรายที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
"ดูท่า... พวกมันจะไม่ยอมปล่อยให้เราออกจากหุบเขาแห่งนี้ง่ายๆ สินะครับ" มู่เหยียนเอ่ยเสียงกระซิบข้างใบหูของนาง
ก่อนที่หานเหมยจะได้ทันตอบคำถาม เงาร่างสีดำสนิทนับร้อยสายก็พุ่งทะยานลงมาจากยอดไผ่ราวกับห่าฝน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วป่าลึก—
"นึกไม่ถึงว่าเจ้าสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์ผู้โด่งดัง จะยอมตายเคียงคู่กับนางปีศาจจันทร์พิสุทธิ์... ช่างเป็นความรักที่น่าสมเพชเสียจริง!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ" ด้วยดีเสมอมานะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์•ตอนที่ 11
พันธสัญญาแห่งกระบี่
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!