กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์•ตอนที่ 10

รอยยิ้มแรกของนางเซียน

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โลหิตสีดำคล้ำหยดติ๋งลงสู่พื้นหินศิลาเย็นเยียบ เสียงกัมปนาทจากการปะทะเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ความตายรายล้อมอยู่รอบกายราวกับหมอกควันพิษในยามราตรี ทว่าใจกลางแห่งความตายนั้น กลับมีสภาวะความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสิ่งใด หลี่มู่เหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย รัศมีกระบี่รอบตัวแผ่ขยายออกจนอากาศบิดเบี้ยว เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยด้วยความเย้ยหยัน "ฝังพวกเราหรือ? เกรงว่าพวกเจ้า... ยังไม่มีปัญญาพอที่จะใช้แผ่นดินนี้เป็นหลุมศพให้พวกเราหรอกนะ" คำพูดนั้นมิได้เปล่งออกมาด้วยความคะนอง หากแต่เป็นสุ้มเสียงที่ราบเรียบทว่าเปี่ยมด้วยพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัว ในวิถีกระบี่ของเขานั้นไม่มีคำว่าถอยหลัง มีเพียงรุกไล่และพิพากษา กลุ่มมือสังหารสำนักโลหิตทมิฬที่เหลืออยู่สามคนต่างหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก เมื่อพวกมันตระหนักว่ากระบี่ในมือของบุรุษชุดดำผู้นี้ไม่ได้ใช้เพื่อการสังหารธรรมดา แต่มันคือทัณฑ์สวรรค์ที่ลงทัณฑ์พวกมันโดยไร้ซึ่งความปรานี ข้างกายเขา เซียนหานเหมยยืนนิ่งสงบราวกับรูปสลักน้ำแข็ง ชายอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางไม่มีแม้แต่รอยเปื้อนของหยดเลือด แม้ว่าเมื่อครู่นางเพิ่งจะใช้กระบี่เยือกแข็งปลิดชีพปรมาจารย์พิษไปถึงสองคน ดอกบัวน้ำแข็งปรากฏขึ้นและเลือนหายไปในพริบตา รอบตัวนางแผ่ไอเย็นเยียบจนพื้นหินแปรเปลี่ยนเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน "มู่เหยียน..." สุ้มเสียงเย็นชานั้นเอמהแผ่วเบา ทว่ากลับดังก้องในความเงียบ "พวกมันถ่วงเวลา" หลี่มู่เหยียนไม่หันกลับไปมอง นางเซียนผู้เย็นชาผู้นี้มักจะมองเห็นการณ์ไกลเสมอ เขารู้ดีว่าการลอบโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ สำนักโลหิตทมิฬเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง หมากที่ถูกชักใยโดยเบื้องหลังที่ลึกล้ำยิ่งกว่านั้น ดวงตาคมกริบกวาดมองซากศพรอบกาย ก่อนที่ประกายกระบี่ในมือจะสพลัสวาบขึ้นครั้งสุดท้าย *ฉัวะ!* เพียงกระบวนท่าเดียว—เงากระบี่สายหนึ่งพาดผ่านลำคอของมือสังหารทั้งสามในเวลาไล่เลี่ยกัน ศีรษะของพวกมันหลุดจากบ่าโดยที่ยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง ร่างไร้หัวล้มลงกองกับพื้นพร้อมกับโลหิตที่พุ่งกระฉูด ทว่าหลี่มู่เหยียนกลับไม่ได้เก็บกระบี่เข้าฝัก เขายังคงยืนหยัดนิ่ง ทอดสายตาไปยังความมืดมิดเบื้องหน้าซึ่งเป็นหุบเขาอสูรคลั่ง สถานที่ที่เต็มไปด้วยไอพิษหนาแน่นและอันตรายที่แท้จริง ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินร่างกาย แม้ภายนอกเขาจะดูองอาจไม่สะท้านสะเทือน แต่บาดแผลภายในจากการฝืนโคจรลมปราณเพื่อต้านทานพิษโลหิตทมิฬเมื่อครู่กำลังแผดเผาชีพจรของเขาอย่างเงียบเชียบ หลี่มู่เหยียนกัดฟันแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ลมหายใจเริ่มติดขัด ร่างกายเซถลาไปข้างหน้าเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจ *หมับ!* มือเรียวบางราวกับหยกสลักคว้าจับเข้าที่ต้นแขนของเขาไว้ทันท่วงที ไอเย็นบริสุทธิ์แผ่ซ่านจากปลายนิ้วของนางเข้าสู่จุดชีพจรที่กำลังปั่นป่วน ช่วยระงับพิษร้ายที่กำลังแผดเผาได้อย่างชะงัด หลี่มู่เหยียนชะงักฝีเท้า หันไปสบตากับสตรีข้างกาย เซียนหานเหมยไม่ได้กล่าวสิ่งใด นางเพียงแต่จ้องมองเขาด้วยแววตาที่ปกติจะว่างเปล่าและเย็นชา แต่ในยามนี้... กลับมีความกังวลระคนความห่วงใยฉายชัดอยู่ภายในก้นบึ้งของดวงตาสูงส่งคู่นั้น สำหรับนางผู้ซึ่งตัดขาดจากโลกีย์และฝึกฝนจิตใจให้เย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งพันปี การแสดงออกเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ "เจ้าฝืนเกินไปแล้ว" หานเหมยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางแม้จะยังคงความเรียบเฉยตามนิสัย แต่กลับสั่นเครือเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวก็ไม่ทันรู้ตัว หลี่มู่เหยียนหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาทะนงตนฉายประกายล้อเลียนความเคร่งเครียดของนาง "ฮ่าๆ... หานเหมย เจ้ากำลังเป็นห่วงข้าหรือ? นี่ไม่ใช่สำนวนที่คนเยือกเย็นอย่างเจ้าควรใช้หรอกนะ" "รอดชีวิตจากเงื้อมมือมัจจุราชให้ได้เสียก่อนเถอะ ค่อยมาต่อปากต่อคำกับข้า" นางตอบกลับทันควัน ดวงตางามค้อนใส่เขาเล็กน้อย ทว่ามือที่จับแขนเขาไว้กลับไม่ได้คลายออก ตรงกันข้าม... นางกลับถ่ายทอดลมปราณประจำสำนักจันทร์พิสุทธิ์เข้าสู่ร่างของเขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยขับไล่พิษร้ายที่เหลืออยู่ออกไป ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากฝ่ามือของนาง ตัดกับความเย็นชาภายนอกอย่างสิ้นเชิง หลี่มู่เหยียนมองใบหน้างดงามไร้ที่ติของนางในระยะประชิด แสงจันทร์เพ็ญที่สาดส่องลงมาทาบทับเรือนร่างระหง ทำให้เซียนสาวในยามนี้ดูราวกับเทพเซียนผู้ลงมาจุติบนโลกมนุษย์ ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ภายใต้ความแค้นและการเดินทางอันโดดเดี่ยวค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างเงียบงัน จากคู่หูที่ร่วมเป็นร่วมตายในยุทธภพ บัดนี้... เส้นกั้นบางๆ ระหว่างพวกเขากำลังถูกหลอมรวมด้วยสายใยแห่งความผูกพันที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยวาจา หานเหมยสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาอย่างลึกซึ้ง หัวใจที่เคยปิดตายและสงบนิ่งราวน้ำในบึงลึกกลับเต้นระรัวขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ พวงแก้มขาวเนียนของนางขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นางรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความประหม่า ทว่ามุมปากที่มักจะเม้มแน่นเป็นเส้นตรงมาตลอด กลับยกขึ้นเล็กน้อย... เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่งดงามราวกับดอกเหมยแย้มบานท่ามกลางหิมะโปรย นั่นคือรอยยิ้มแรก... ที่หลี่มู่เหยียนได้เห็นจากนางเซียนผู้เย็นชาแห่งสำนักจันทร์พิสุทธิ์ หัวใจของจอมยุทธ์หนุ่มกระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก ความเจ็บปวดจากบาดแผลมลายหายไปสิ้นในพริบตา เขายื่นมือออกไปหมายจะสัมผัสปอยผมที่เคลียคลออยู่ข้างแก้มของนางอย่างลืมตัว ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะสัมผัสโดนเส้นผมนั้น *ฟิ้ว! ตูม!* ลูกศรสีดำสนิทเคลือบด้วยไอพิษเข้มข้นแหวกอากาศพุ่งตรงเข้าใส่แผ่นหลังของหลี่มู่เหยียนด้วยความเร็วราวดาวตก แรงกดดันมหาศาลจากศรดอกนั้นทำให้มิติรอบข้างถึงกับสั่นไหว เซียนหานเหมยเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการต่อสู้พุ่งพล่านถึงขีดสุด นางไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะดึงร่างของหลี่มู่เหยียนเข้ามาสู่อ้อมกอด พร้อมกับสะบัดกระบี่เยือกแข็งสร้างเป็นโล่คริสตัลน้ำแข็งขึ้นรับการโจมตีนั้นทันที! แรงปะทะอันรุนแรงทำให้ทั้งสองกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว หานเหมยกระอักโลหิตสีแดงสดออกมาคำหนึ่ง เลือดนั้นหยดลงบนพื้นหินจนกลายเป็นน้ำแข็งสีแดงฉาน นางสบถเบาๆ ในลำคอเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ซ่อนอยู่หลังลูกศรดอกนั้น หลี่มู่เหยียนตระหนักได้ทันทีว่าพวกมันไม่ได้มากันแค่กลุ่มมือสังหารกระจอก งูพิษตัวจริงเพิ่งจะปรากฏกายขึ้นแล้ว ทว่า... ก่อนที่พวกเขาจะได้ตั้งตัว เงาร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากความมืดมิดเบื้องหน้า เงาร่างนั้นสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากตัวของมันเหนือล้ำกว่าปรมาจารย์พิษคนก่อนหน้าหลายเท่าตัวนัก และที่สำคัญที่สุด... บนหน้าอกของมันปักสัญลักษณ์รูป "จันทร์ดับ" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของมือสังหารระดับสูงสุดจากสำนักลับที่ควรจะสูญพันธุ์ไปตั้งแต่สิบปีก่อน "หลี่มู่เหยียน... ในที่สุดข้าก็หาเจ้าพบ" เสียงแหบพร่าราวกับเสียงเสียดสีของโลหะดังขึ้นจากหลังหน้ากากนั้น "ฮ่าๆๆๆ เจ้าคิดว่าการล้างแค้นให้สำนักของเจ้าจะจบลงแค่นี้หรือ? ผิดแล้ว... ทุกสิ่งที่เจ้าทำ เป็นเพียงแค่การเดินตามหมากที่พวกข้าปูไว้เท่านั้น!" หลี่มู่เหยียนหรี่ตาลง รังสีฆ่าฟันพวยพุ่งออกจากร่างราวกับพายุหมุน ความจริงบางอย่างที่ถูกปิดตายในอดีตกำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกในค่ำคืนนี้ ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ" ด้วยดีเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%