"หากเจ้าคิดว่าความตายจะจบสิ้นทุกสิ่ง... เจ้าคงประเมินความแค้นของข้าต่ำเกินไปแล้ว"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงก้อนหินบดขยี้กันดังลอดไรฟันของหลี่มู่เหยียน ประกายตาดำสนิทคู่นั้นกวาดมองร่างที่ไร้ลมหายใจเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง ในวินาทีที่นิ้วเรียวยาวของบุรุษชุดดำผู้นั้นเอื้อมไปแตะที่ด้ามจับของอาวุธข้างกาย—ความจริงอันดำมืดที่ถูกฝังกลบมานานนับสิบปีก็เริ่มปริปริศออกทีละน้อย กลิ่นอายคาวเลือดและกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของ ‘พิษอสุราโลหิต’ โชยเตะจมูก ท่ามกลางความเงียบงันของซากปรักหักพังแห่งสำนักคุ้มภัยตระกูลหลี่ในอดีต
ความมืดมิดยามวิกาลแผ่ปกคลุมทั่วบริเวณ แสงจันทร์สาดส่องทะลุผ่านหมู่เมฆหนาทึบ อาบไล้ร่างระหงของเซียนหานเหมยที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังนางเซียนผู้สง่างามเย็นชาดั่งรูปสลักน้ำแข็งยามนี้กลับแฝงไว้ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่ง ปราณกระบี่เยือกเย็นหมุนวนรอบตัวนางดั่งพายุหิมะขนาดย่อม สายตาของนางไม่ได้ทอดมองซากศพไร้ค่าเหล่านั้น หากแต่จับจ้องไปยังแผ่นหลังกว้างของบุรุษที่นางมอบหัวใจให้ทั้งดวง
"มู่เหยียน..." น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งเอ่ยขึ้นเบาๆ ทำลายความเงียบ "ร่องรอยปราณนี้ไม่ผิดแน่... มันคือวิชา ‘หมื่นพิษสลายวิญญาณ’ ของพรรคมารทมิฬ คนกลุ่มนี้มิใช่เพียงโจรปล้นชิงทั่วไป แต่เป็นมือสังหารเดนตายที่รับคำสั่งมาจากเบื้องบน"
หลี่มู่เหยียนไม่ตอบคำถาม เขาค่อยๆ ชักกระบี่ไร้ลักษณ์ออกจากฝัก ช้าๆ ทว่ามั่นคง เสียงคมโลหิตเสียดสีกับฝักไม้หอมดังแวววาวบาดแก้วหู ปราณกระบี่ใสกระจ่างดั่งสายน้ำทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันรุนแรงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เมฆฝนบนนากฟ้าถูกแหวกออกเป็นทางด้วยรัศมีกระบี่อันเกรียงไกร นี่คือวิถีกระบี่ที่หล่อหลอมด้วยความเจ็บปวดและการพยายามฝืนลิขิตฟ้าดิน
เบาะแสที่พวกเขาตามหามาครึ่งค่อนยุทธภพ ในที่สุดก็ปรากฏชัดเจนขึ้นในค่ำคืนนี้—ป้ายคำสั่งหยกดำสลักรูปอสูรสามตา ซึ่งตกอยู่ข้างกายของมือสังหารชุดดำผู้นี้ มันคือสัญลักษณ์ของ ‘หออสูรโลหิต’ องค์กรลับใต้ดินที่ขึ้นตรงต่อประมุขพรรคมารผู้เร้นกาย
"สิบปี..." หลี่มู่เหยียนพึมพำกับตนเอง นัยน์ตาคมกริบทอประกายวับวาม "สิบปีเต็มที่ข้าตามหาเงาหัวของพวกมัน วันนี้ในที่สุดพวกมันก็ส่งตัวแทนมาต้อนรับข้าถึงที่นี่"
หานเหมยขยับกายเข้ามาใกล้ นางยื่นมือเรียวดุจหยกขาวไปแตะที่ข้อศอกของเขาเบาๆ สัมผัสอันอบอุ่นจากนางเปรียบเสมือนกระแสธารที่ไหลเข้าสู่จิตใจอันร้อนรุ่มของเขา แม้ภายนอกนางจะเยชาไร้ความรู้สึกต่อผู้คนในยุทธภพ ทว่ายามที่อยู่เบื้องหน้าบุรุษผู้นี้ ดวงตาคู่สวยกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยและอาทรอย่างลึกซึ้ง
"ระวังตัวด้วย" หานเหมยกล่าวสั้นๆ ทว่าทรงพลัง "เบื้องหลังพรรคมารย่อมมีผู้อื่นชักใยอยู่ เบาะแสนี้อาจเป็นกับดักที่พวกมันจงใจเปิดเผยเพื่อล่อให้ท่านก้าวเข้าสู่แดนสังหาร"
"ต่อให้เบื้องหน้าคือขุมนรกโลกันตร์ หรือทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า..." หลี่มู่เหยียนหันกลับมาสบตาคู่นามประกายของนาง มุมปากยกยิ้มหยันอย่างทระนง "หากพวกมันกล้าพรากทุกสิ่งไปจากข้า ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือนี้ สับทำลายพรรคมารให้สิ้นซาก ไม่เว้นแม้แต่เงาของมัน!"
บรรยากาศรอบกายพลันทวีความกดดันขึ้นเป็นทวีคูณ ปราณกระบี่และปราณพิษปะทะกันจนเกิดเสียงเปรี๊ยะปร๊ะในอากาศ ทว่าในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะตรวจสอบป้ายคำสั่งหยกดำให้ละเอียดยิ่งขึ้นนั้นเอง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาราวกับเสียงใบไม้ร่วงก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังกำแพงพังทลาย
*ฉับพลัน!*
ประกายแสงสีเขียวมรกตพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่จุดตายของหลี่มู่เหยียนด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ รวดเร็วจนแทบไม่ทันตั้งตัว!
"ระวัง!" หานเหมยตวาดก้อง กระบี่จันทร์พิสุทธิ์ในมือถูกชักออกจากฝักในเสี้ยววินาที รัศมีแสงสีเงินบริสุทธิ์แผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ปะทะเข้ากับประกายแสงสีเขียวมรกตอย่างจังจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกส่งผลให้พื้นดินรอบด้านแตกละเอียดเป็นจุล
เมื่อฝุ่นควันจางลง บุคคลลึกลับในชุดคลุมยาวสีเทาก็ปรากฏกายขึ้นบนยอดกำแพง ใบหน้าของมันถูกปกปิดด้วยหน้ากากกระดูกสัตว์ประหลาด ทว่าสิ่งที่ทำให้หลี่มู่เหยียนและหานเหมยต้องตื่นตะลึง มิใช่พลังยุทธ์ที่ลึกล้ำยากหยั่งถึงของมัน หากแต่เป็นกลิ่นอายปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของแขกไม่ได้รับเชิญผู้นั้น...
มันคือกลิ่นอายลมปราณเดียวกันกับที่เคยทำลายสำนักจันทร์พิสุทธิ์เมื่อสามปีก่อน!
"ฮ่าๆๆๆ... หลี่มู่เหยียน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการตามหาเบาะแสจะทำให้เจ้าเข้าใกล้ความจริง? แท้จริงแล้ว... เจ้าก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่เดินตามกระดานที่พวกเราขีดไว้เท่านั้น!" เสียงหัวเราะแหบพร่าและน่าสะพรึงกลัวดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา
และก่อนที่หลี่มู่เหยียนจะได้ซัดกระบี่ออกไป ร่างของมือสังหารลึกลับผู้นั้นก็สลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำจางหายไปในความมืด พร้อมกับทิ้งวัตถุชิ้นหนึ่งร่วงลงสู่พื้นเบื้องหน้าเขา—
มันคือป้ายหยกประจำตัวของ... ผู้นำสูงสุดแห่งสำนักจันทร์พิสุทธิ์ อาจารย์ผู้ล่วงลับของเซียนหานเหมยเอง!
---
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์•ตอนที่ 13
กลิ่นอายแห่งพรรคมาร
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!