โลหิตสีดำคล้ำหยดลงกระทบพื้นศิลา กลิ่นอายคาวคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของคูหาลับใต้ดิน เงาดาบที่พึ่งสงบลงทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้โดยรอบ หลี่มู่เหยียนคุกเข่าลงข้างหนึ่ง มือข้างที่ถือกระบี่สั่นเทาเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามเข้าสู่หัวใจ ราวกับมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงชีพจรของเขาอย่างบ้าคลั่ง
"เจ้า... ประมาทเกินไปแล้ว มู่เหยียน"
เสียงหวานเยียบเย็นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เซียนหานเหมยปรากฏกายเบื้องหน้าดั่งภูตพราย ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศมืดมน ทว่ายามนี้แววตาที่เคยราบเรียบดั่งผิวน้ำในฤดูหนาว กลับฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด นางไม่เคยเห็นบุรุษผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ผู้นี้เพลี่ยงพล้ำถึงเพียงนี้มาก่อน
"พิษ... 'เข็มมรกตไร้เงา' ของพรรคอสรพิษโลหิต" หลี่มู่เหยียนแค่นเสียงลอดไรฟัน ฝืนกดจุดสกัดกั้นลมปราณที่กำลังตีรวน แต่ไร้ผล พิษชนิดนี้ซึมซาบเข้าสู่กระดูกและเส้นเอ็นด้วยความเร็วราสายฟ้าแลบ มันไม่ใช่พิษธรรมดา หากแต่หลอมรวมจากพิษสัตว์อสูรบรรพกาลและวิชาอาคมมาร
หานเหมยไม่เอื้อnวาจาใดอีก นางก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความเย็นบริสุทธิ์จากเคล็ดวิชาจันทร์พิสุทธิ์แผ่ซ่านออกมาเพื่อกดขี่พิษร้ายมิให้ลุกลามเข้าสู่จุดตันเถียน
"ถอยไป..." มู่เหยียนฝืนเปล่งเสียง แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัด เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผาก "พิษนี้กัดกินวิญญาณ หากเจ้าใช้ลมปราณช่วยขับพิษให้ข้า... พลังวัตรของเจ้าอาจเสียหายอย่างถาวร"
"หุบปากซะ" หานเหมยเอבเสียงต่ำ ดวงตาดอกท้อคู่นั้นแดงก่ำขึ้นมาวูบหนึ่ง นางตวัดมือเรียวยาวกดลงบนแผ่นหลังของเขาอย่างไร้ความลังเล พลังปราณสีครามบริสุทธิ์ดั่งแสงจันทร์ในคืนเพ็ญถูกถ่าย
ทว่าทันทีที่พลังของนางสัมผัสกับพิษในร่างของมู่เหยียน ร่างทั้งร่างของนางก็สะท้านเฮือก เปลือกตาปิดลงแน่นเพื่ออดกลั้นต่อความเจ็บปวดที่สะท้อนกลับ พิษร้ายไม่เพียงแต่กัดกินมู่เหยียน แต่มันกำลังพยายามกลืนกินพลังปราณจันทร์พิสุทธิ์ของนางเช่นกัน
"หานเหมย... เจ้าไม่ควร..."
"ข้าบอกให้เจ้าเงียบ!"
นางตวาดเบาๆ ทว่าเด็ดเดี่ยว หยาดเหงื่อเม็ดโตไหลรินตามกรอบหน้าคมคาย ผิวพรรณที่เคยขาวผ่องราวน้ำแข็งเริ่มซีดเซียวลงทีละน้อย ความเงียบงันภายในคูหาถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิด บรรยากาศรอบกายบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก
ในยุทธภพนี้ มีเพียงความตายและการฆ่าฟันที่มู่เหยียนคุ้นเคย เขาคือนักดาบผู้โดดเดี่ยว เดินอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตายมาค่อนชีวิต ไม่เคยคาดคิดเลยว่า จะมีสตรีผู้หนึ่งยอมเอาชีวิตและพลังบำเพ็ญเพียรนับสิบปีมาเดิมพันเพื่อความอยู่รอดของเขา
ดวงตาที่เยชาและสง่างามของหานเหมยยามนี้สะท้อนภาพใบหน้าอันซีดเซียวของเขา ความรู้สึกบางอย่างที่นางพยายามปิดตายมาตลอดชีวิต—หัวใจที่เย็นชาดั่งน้ำแข็ง—บัดนี้กลับละลายหลอมรวมเป็นสายธารแห่งความห่วงใยอันลึกซึ้ง นางไม่อาจสูญเสียเขาไปได้... ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน
"อดทนไว้..." เสียงของนางสั่นพร่าเล็กน้อยขณะที่ฝ่ามือทั้งสองยังคงแนบแน่นอยู่ที่แผ่นหลังของเขา
ทันใดนั้นเอง ประตูหินโบราณที่ปิดสนิทเบื้องหน้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาจากเพดานคูหา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องนอก...
"ฮ่าๆๆๆ คิดว่าสำนักจันทร์พิสุทธิ์จะไร้เทียมทาน ที่แท้ก็กำลังสุนทรีย์กับการขับพิษอยู่ตรงนี้นี่เอง!"
เงาร่างนับสิบพุ่งทะยานเข้ามาปิดล้อมทางออก นำโดยบุรุษสวมหน้ากากเงินลายอสรพิษ มือถือกระบี่อาบยาพิษสีเขียวมรกตที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวล หานเหมยยังคงอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการถ่ายทอดลมปราณ หากขยับตอนนี้ ธาตุไฟจะเข้าแทรกจนต้องกระอักโลหิตดับดิ้นทั้งคู่
หลี่มู่เหยียนลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาที่เคยพร่ามัวกลับเปล่งประกายคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก มือขวาของเขายื่นไปกุมด้ามกระบี่ข้างกายอย่างมั่นคง แม้พิษร้ายจะยังคงกัดกินร่างกาย แต่วิถีกระบี่ในใจของเขายังคงตั้งมั่นและไร้เทียมทาน
"พวกเจ้า... เลือกเวลาตายได้ดีมาก" หลี่มู่เหยียนเอבขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และทรงพลังจนผู้มาเยือนต้องชะงักฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัว
---
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมานะครับ
"เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ"
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์•ตอนที่ 14
วิชาพิษซ่อนเข็ม
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!