กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์•ตอนที่ 18

ความแค้นที่สั่งสม

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ในความมืด ไม่เคยจางหายไปจากความทรงจำของหลี่มู่เหยียน แม้เวลาจะผ่านพ้นมานานแรมปีแล้วก็ตาม ภายในซากปรักหักพังของอารามร้างนอกเมืองหลวง เปลวเพลิงสีครามจากคบเพลิงสาดแสงวับแวมกระทบกับเศษซากกระเบื้องแตกหัก เงาร่างสองร่างยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ ลมหายใจของมู่เหยียนผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ทว่าแววตาคู่นั้นกลับลุกโชนด้วยเพลิงแค้นที่ถูกเก็บกดไว้ใต้จิตสำนึกราวกับลาวาใต้พื้นพิภพ เบื้องหน้าของเขาคือ "พยัคฆ์โลหิต" เฟยเทียน ผู้นำหน่วยมือสังหารเงาโลหิตผู้ลงมือล้างบางสำนักกระบี่เมฆาเมื่อสิบปีก่อน ชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้ามีรอยแผลเป็นลากยาวจากหางตาขวาลงมาถึงมุมปาก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากของมันขณะจ้องมองกระบี่ในมือของเด็กหนุ่มที่เคยเป็นเพียงผู้อ่อนแอในอดีต "ไม่นึกเลยว่า... ลูกหลานตระกูลหลี่ที่เคยร้องไห้คุกเข่าขอชีวิตในวันนั้น จะยังมีปัญญาปีปายกลับขึ้นมาเหยียบบนเส้นทางยุทธภพนี้ได้อีก" เสียงแหบพร่าของเฟยเทียนดังขึ้น ทำลายความเงียบราวกับเสียงขูดขีดของใบมีดบนแผ่นหิน หลี่มู่เหยียนไม่เอ่ยวาจาตอบโต้ ร่างกายของเขาตั้งตรงดั่งทวนเหล็ก มือขวาที่กุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์สั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว หากแต่เป็นเพราะกระแสโลหิตในกายที่กำลังเดือดพล่านด้วยความแค้น สรรพางค์กายแผ่ไอสังหารเย็นเยียบออกมารอบทิศทาง จนหยดน้ำค้างที่เกาะอยู่ตามใบหญ้าข้างกายแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน "สิบปี... ทุกคืนวันข้าภาวนาให้มีชีวิตอยู่ต่อเพื่อวันนี้" น้ำเสียงของมู่เหยียนราบเรียบทว่าเย็นยะเยือกเสียจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "หนี้เลือดที่พวกมันพรากครอบครัวข้าไป วันนี้... เจ้าต้องเป็นผู้ชำระด้วยชีวิต" เฟยเทียนหัวเราะหึๆ ในลำคอ แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน "คำพูดใหญ่โต! ต่อให้เจ้าจะบรรลุกระบี่ไร้ลักษณ์ขั้นสูงเพียงใด แต่ในสายตาของข้า เจ้าก็ยังเป็นแค่เด็กน้อยที่ไร้เดียงสาอยู่ดี วันนี้ข้าจะส่งเจ้าไปพบหน้าพ่อแม่ของเจ้าในนรก!" สิ้นเสียง พลังปราณสีโลหิตพวยพุ่งออกจากร่างของเฟยเทียนราวกับคลื่นยักษ์ มันวาดฝ่ามือออกไป ปราณโลหิตรูปหัวกะโหลกกรีดร้องโหยหวนแหวกอากาศพุ่งเข้าใส่มู่เหยียนด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ แรงกดดันมหาศาลทำให้พื้นดินรอบตัวยุบตัวลงเป็นหลุมลึก ทว่า หลี่มู่เหยียนกลับไม่ขยับเขยื้อน ร่างของเขาประดุจขุนเขาที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางพายุคลั่ง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองวิถีการโจมตีที่พุ่งเข้ามา ในวินาทีที่ปราณโลหิตอยู่ห่างเพียงคืบ แสงกระบี่สีเงินยวงก็สพลัดออกจากฝักราวกับสายฟ้าฟาดกลางคืนทมิฬ! *ฉับ!* ประกายกระบี่ไร้ลักษณ์ตัดผ่านความมืดอย่างเฉียบคมและไร้ร่องรอย ปราณรูปหัวกะโหลกถูกผ่าออกเป็นสองส่วนในพริบตา สลายกลายเป็นไอหมอกสีแดงจางหายไปในอากาศโดยที่เฟยเทียนยังไม่ทันได้ตั้งตัว สีหน้าของมือสังหารเฒ่าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที มันสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบขรึมของชายหนุ่ม "วิชากระบี่ของเจ้า... พัฒนาขึ้นไปถึงขั้นนั้นแล้วหรือ?" เฟยเทียนอุทานออกมาด้วยความตกใจ ในจังหวะนั้นเอง เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพเซียนก็ร่อนลงมาจากยอดผนังอารามอย่างไร้สุ้มเสียง เซียนหานเหมยยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างมู่เหยียน ปลายกระบี่จันทร์พิสุทธิ์ในมือของนางเปล่งแสงสีฟ้าครามเย็นเยียบ สะท้อนภาพใบหน้าอันงดงามที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ นอกจากความเย็นชาที่พร้อมจะปลิดชีพผู้บังอาจล่วงเกิน "คนของสำนักจันทร์พิสุทธิ์? เจ้าเด็กสารเลว กล้าดียังไงถึงพาคนนอกมาร่วมมือด้วย!" เฟยเทียนคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว "ความแค้นของตระกูลข้า ข้าสมควรเป็นผู้สะสางด้วยตนเอง..." มู่เหยียนกล่าวเสียงต่ำ ดวงตาจ้องมองศัตรูเขม็ง "แต่หากมันคือศัตรูผู้เหี้ยมโหดอย่างไร้มนุษยธรรม การใช้ 'วิถี' ใดเพื่อกำจัดมัน ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ต้องคำนึงถึงคุณธรรมจอมปลอม" ฮานเหมยเหลือบสายตาคมปลาบมองมู่เหยียนแวบหนึ่ง มุมปากที่มักจะเม้มแน่นเป็นเส้นตรงกลับคลายออกเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นบนใบหน้านั้น นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานดั่งระฆังแก้ว "ศัตรูของท่าน... ก็คือศัตรูของข้าเช่นกัน มู่เหยียน... ลงมือเถอะ" สิ้นเสียงของนาง พลังปราณหยินบริสุทธิ์แผ่ซ่านปกคลุมทั่วบริเวณ อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เฟยเทียนรู้สึกได้ว่ากระแสโลหิตในกายเริ่มแข็งตัว ความเร็วและพละกำลังของมันถูกจำกัดลงอย่างเห็นได้ชัดด้วยเขตแดนน้ำแข็งของเซียนหานเหมย มู่เหยียนไม่รอช้า ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปดั่งพญาอินทรีโฉบเหยื่อ กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือผสานรวมกับเคล็ดวิชาลมปราณสูงสุด ทcลวงผ่านม่านพลังของเฟยเทียนราวกับเต้าหู้ ประกายกระบี่นับร้อยสายถักทอเป็นตาข่ายแสงอันตระการตาและดุเดือด พุ่งตรงเข้าหาจุดตายทั่วร่างของมือสังหารเฒ่า *เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!* ประกายไฟจากการปะทะกันของศาสตราวุธสาดกระเซ็นไปทั่วสารทิศ เฟยเทียนแผדเสียงคำรามด้วยความคลุ้มคลั่ง มันระเบิดพลังเฮือกสุดท้าย พยายามใช้กระบวนท่า "โลหิตาผลาญวิญญาณ" เพื่อแลกกับการสังหารมู่เหยียนให้ตายตกไปตามกัน ทว่าความมุ่งมั่นและวิถีกระบี่ที่หล่อหลอมด้วยความแค้นอันบริสุทธิ์ของมู่เหยียนในยามนี้หาได้ด้อยกว่าไม่ ในจังหวะที่คมกระบี่ทั้งสองฝ่ายกำลังจะเข้าปะทะกันครั้งตัดสินชี้ขาด ประตูไม้บานใหญ่ของอารามร้างก็ถูกระเบิดออกเป็นจุลด้วยแรงปราณภายนอกอันมหาศาล! ร่างในชุดคลุมสีทองอร่ามปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันและฝุ่นละออง กลิ่นอายกดดันระดับยอดฝีมือขั้นปราชญ์สวรรค์แผ่ซ่ายกดทับจนทุกคนต้องชะงักงัน เฟยเทียนที่กำลังจนมุมกลับหัวเราะลั่นออกมาทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ "ฮ่าๆๆๆ... นึกไม่ถึงล่ะสิว่าพวกเจ้าไม่ได้มากันแค่สองคน!" มู่เหยียนหรี่ตาลงมองเงาร่างนั้นด้วยความตกตะลึง หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักว่าปมแค้นครั้งนี้มีความลับเบื้องหลังที่ดำมืดและลึกล้ำยิ่งกว่าที่คาดคิดไว้หลายร้อยเท่า! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมติดตามและส่งแรงใจให้วิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%