กลิ่นอายโลหิตจางๆ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นภายในคุกใต้ดินสำนักจันทร์พิสุทธิ์ แสงจากคบเพลิงสีชาดวูบไหวสั่นระริกตามสายลมเย็นเยือกที่ลอดผ่านช่องหินผา ทว่าความหนาวเหน็บที่แท้จริงหาใช่สภาพแวดล้อมรอบกาย หากแต่เป็นความจริงอันโหดร้ายที่เพิ่งถูกเปิดเปลือยออกราวกับคมกระบี่ที่กรีดผ่านเนื้อหนัง
หลี่มู่เหยียนยืนนิ่งสงบดั่งหินผา มือขวาŴัมกระบี่ไร้ลักษณ์แนบข้างกาย ปราณกระบี่ในจุดตันtianหมุนวนรุนแรงดั่งพายุคลั่ง ดวงตาคมกริบทอประกายเยียบเย็นจดจ้องไปยังร่างของชายชราในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ผู้หนึ่ง ซึ่งกำลังยืนหันหลังให้ ท่าทีสง่างามราวกับเซียนผู้หลุดพ้นจากโลกีย์ ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเต็มไปด้วยกลอายของพิษร้ายกาจที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน
"อาจารย์..."
เสียงของเซียนหานเหมยสั่นเครือเล็กน้อย นางก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลักบัดนี้ซีดเผือด ร่างกายบอบบางสั่นเทิ้มด้วยความตื่นตระหนกและไม่อยากเชื่อ สายตาที่นางมองบุรุษเบื้องหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึกราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลาย
ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า... คือเจ้าสำนักจันทร์พิสุทธิ์ ปรมาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาและเลี้ยงดูนางมาตั้งแต่เยาว์วัย ผู้ซึ่งเปี่ยมด้วยคุณธรรมในสายตาของเหล่าชาวยุทธ์ ทว่าในเงานั้น กลับเป็นตัวการใหญ่เบื้องหลังเหตุการณ์ล้างสำนักตระกูลหลี่เมื่อสิบปีก่อน และเป็นผู้บงการใช้พิษสลายปราณที่เกือบคร่าชีวิตหานเหมยเองในค่ำคืนนี้
"หานเหมย... เจ้าศิษย์โง่เขลา"
เสียงแหบพร่าแต่นุ่มนวลดังขึ้น ปรมาจารย์เทียนเฉินค่อยๆ หันกลับมา รอยยิ้มอบอุ่นที่เคยประดับบนใบหน้ามาตลอดหลายสิบปีบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นและอำมหิต ดวงตาฝ้าฟางคู่นั้นทอประกายคมปลาบราวกับงูพิษที่ซ่อนเขี้ยวเล็บ
"ในโลกยุทธ์นี้ มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะกำหนดกฎเกณฑ์ ตำรากระบี่จันทร์พิสุทธิ์และคัมภีร์พิษโลหิตสวรรค์ สมควรเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว ตระกูลหลี่ของเจ้าดึงดันจะเก็บรักษาเคล็ดวิชาลับไว้ขัดขวางเส้นทางบรรลุต้านฟ้าของข้า สมควรแล้วที่จะต้องถูกกวาดล้างให้สิ้นซาก"
คำพูดราวดั่งสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ เซียนหานเหมยกระอักโลหิตออกมาคำโต ร่างกายเซถอยหลังเกือบล้มลง หากแต่ท่อนแขนแข็งแกร่งคู่หนึ่งกลับตวัดเข้าโอบประคองเอวบางของนางไว้ได้อย่างทันท่วงที กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามา ปลอบประโยนจิตใจที่กำลังแตกสลายของนางให้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
หลี่มู่เหยียนก้มมองสตรีในอ้อมแขน แววตาที่มองนางทอประกายอ่อนโยนขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันทมิฬเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับมารร้ายในคราบนักบุญ
"สิบปีที่ข้าใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ท่องไปในแดนมิคสัญญีเพื่อตามล่าล้างแค้น... ที่แท้เงาหัวหน้าที่ข้าตามหามาตลอด กลับซ่อนอยู่ใต้ร่มเงาอันบริสุทธิ์ของสำนักจันทร์พิสุทธิ์นี่เอง" หลี่มู่เหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำกลับทรงพลังกดดันจนบรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยว "เทียนเฉิน เจ้าใช้ศิษย์ในสำนักของตนเองเป็นหมาก และยังใช้พิษควบคุมจิตใจนาง... เจ้ายังคู่ควรเรียกว่าเป็นมนุษย์อยู่อีกหรือ?"
เทียนเฉินหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะแหบแห้งก้องกังวานไปทั่วถ้ำศิลา "มนุษย์หรือ? ฮ่าๆๆ... หลี่มู่เหยียน เจ้าเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสา เจ้าคิดว่าวิชากระบี่ที่เจ้าฝึกปรือจนถึงขั้นไร้ลักษณ์นี้ เกิดขึ้นมาได้อย่างไรเล่า? หากไม่ใช่เพราะข้าจงใจปล่อยให้เจ้าหนีรอดไปพร้อมกับเคล็ดวิชาครึ่งเล่ม เพื่อให้เจ้าเติบโตเป็น 'ภาชนะ' ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในวันนี้... เจ้าคงตายตกไปตามครอบครัวของเจ้าตั้งแต่สิปปีก่อนแล้ว!"
สิ้นคำพูดนั้น ประกายตาสีดำสนิทของเทียนเฉินพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม ไอพิษสายหนึ่งพวยพุ่งออกจากร่างราวกับมังกรเพลิงทมิฬ อุณหภูมิภายในคุกใต้ดินลดฮวบลงจนหยาดน้ำกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา พลังกดดันระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ขยายออกอย่างไร้ความปรานี กดทับจนผนังหินรอบด้านร้าวราน
เซียนหานเหมยใบหน้าถอดสี นางพยายามจะโคจรปราณเพื่อลุกขึ้นสู้ ทว่าพิษที่ตกค้างในร่างกายกลับสะท้อนกลับจนนางต้องเจ็บปวดทรมาน "อึก... พิษสลายวิญญาณ... ท่านอาจารย์ ท่านวางพิษศิษย์มาโดยตลอดจริงๆ..."
"เหมยเอ๋อร์ เจ้าเป็นเพียงเครื่องมือชิ้นหนึ่ง ศิษย์รักของข้า..." เทียนเฉินกล่าวเสียงเย็นชา มือเหี่ยวย่นยื่นออกไปเบื้องหน้า ปราณพิษควบแน่นกลายเป็นกระบี่กระดูกสีขาวโพลนสะท้อนแสงจันทร์ "ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะทรยศและหันไปเข้าข้างไอ้สารเลวตระกูลหลี่นี้ วันนี้ข้าจะใช้มือของตนเอง... สังหารเจ้าด้วยเคล็ดวิชาที่ข้าเป็นผู้สอนมากับมือ!"
พริบตานั้น ร่างของเทียนเฉินก็เลือนหายไปจากจุดเดิม ความเร็วดั่งภูตผีปีศาจ กระบี่กระดูกพุ่งตรงเข้าใส่จุดตายของคนทั้งสองในคราเดียว
หลี่มู่เหยียนไม่แม้แต่จะขยับตัวถอยหนี เขาวางเซียนหานเหมยไว้ด้านหลังอย่างทะนุถนอม มือขวาชักกระบี่ไร้ลักษณ์ออกจากฝักช้าๆ เสียงโลหิตกระทบอากาศดังกังวานใสราวดนตรีแห่งความตาย ประกายแสงสีเงินยวงสว่างวาบขึ้นราวกับจันทร์เพ็ญในคืนฟ้าโปร่ง ตัดผ่านความมืดมิดอย่างไร้ร่องรอย
*เคร้ง!*
ประกายไฟจากการปะทะกันสว่างวาบจนแสบตา พลังปราณสองสายสะท้อนเข้าหากันจนเกิดคลื่นกระแทกมหาศาล หินผารอบด้านถล่มลงมาเศษฝุ่นตลบอบอวล หลี่มู่เหยียนยืนหยัดมั่นคง เส้นผมสีดำปลิวไสวตามแรงลมปราณ แววตาคมกริบจ้องมองคู่ต่อสู้โดยไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และอำมหิตปรากฏขึ้นบนมุมปากของเทียนเฉิน ร่างของชราภาพพลันสลายกลายเป็นควันพิษสีดำ แล้วไปปรากฏขึ้นเบื้องหลังเซียนหานเหมยที่กำลังอ่อนแรงอย่างไม่ทันตั้งตัว!
"ระวัง!" หลี่มู่เหยียนอุทานเสียงดัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก
คมกระบี่กระดูกสีขาวพุ่งทะลวงผ่านอากาศอย่างไร้เสียง มุ่งตรงเข้าสู่แผ่นหลังบอบบางของสตรีผู้เป็นที่รักยิ่งในชีวิตของเขาอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์•ตอนที่ 17
ผู้ทรยศที่แท้จริง
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!