"ห้าสำนักใหญ่ผดุงธรรม นามนั้นเป็นเพียงอาภรณ์ประดับโสเภณี หรือแท้จริงแล้วเป็นเพียงฝูงสุนัขแย่งชิงเศษเนื้อที่เจ้านายโปรยลงมากันแน่?"
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังสะท้านก้องโถงใหญ่ของอารามร้างกลางหุบเขาอสูรโลหิต ประกายตาสีชาดของประมุขพรรคมารสะท้อนกับแสงคบเพลิงที่วับแวมราวกับดวงตาของปีศาจยามค่ำคืน เบื้องล่างของเขาคือซากศพของศิษย์สำนักกระบี่เหล็กกล้าที่ถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด ร่างไร้วิญญาณเหล่านั้นล้วนถูกพิษประหลาดกัดกร่อนจนเนื้อตัวดำคล้ำ ส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งน่าสะอิดสะเอียน
ความเงียบงันอันน่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วบริเวณ จอมยุทธ์จากสำนักคุณธรรมทั้งหลายต่างยืนหน้าซีดเผือด ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อพรรคมาร หากแต่เป็นเพราะรอยแผลฉกรรจ์บนศพเหล่านั้น... มันคือร่องรอยของ "กระบี่ไร้ลักษณ์" วิชาลับที่สูญหายไปนานนับร้อยปี และเป็นเครื่องยืนยันว่าภายในฝ่ายธรรมะด้วยกันเอง บัดนี้ได้เน่าเฟะจนถึงแก่นกระดูกแล้ว
หลี่มู่เหยียนยืนพิงเสาหินเก่าแก่ในมุมมืดของโถงใหญ่ ใบหน้าคมคายภายใต้เงาหมวกสานยังคงสงบนิ่งดั่งบึงน้ำลึก นัยน์ตาคมกริบดั่งคมกระบี่กวาดมองความแตกแยกที่กำลังปะทุขึ้นเบื้องหน้าอย่างเงียบเชียบ มือเรียวยาวกุมด้ามกระบี่ข้างกายไว้หลวม ๆ ราวกับกำลังรอเวลาที่ความลวงโลกเหล่านี้แหลกสลายลงด้วยคมกระบี่ของตนเอง
"หุบปากเสีย เจ้ามารร้าย!" ผู้อาวุโสซ่งแห่งสำนักบู๊ตึงแผדเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าแก่ชราแดงก่ำด้วยเส้นเลือดที่ปูดโปน "อย่าได้ใช้คำพูดเปรอะเปื้อนมาใส่ร้ายสำนักฝ่ายธรรมะของเรา ศิษย์เหล่านี้ล้วนตายด้วยน้ำมือของพวกเจ้า!"
"ใส่ร้ายงั้นหรือ?" ประมุขพรรคมารแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม โยนป้ายหยกประจำตัวชิ้นหนึ่งลงไปแทบเท้าของผู้อาวุโสซ่ง "ลองก้มลงดูให้เต็มตาเถอะว่า ป้ายหยกชิ้นนี้เป็นของสุนัขรับใช้ตัวใดในห้าสำนักใหญ่... หรือว่าเจ้าแก่ชราจนตาฝ้าฟาง มองไม่ออกว่านี่คือสัญลักษณ์ของสำนักใดกันแน่!"
แสงไฟวับแวมสะท้อนบนป้ายหยกเนื้อดีที่สลักลวดลายเมฆาและจันทร์เพ็ญอย่างประณีต มันคือป้ายหยกประจำตัวของ "รองเจ้าสำนักจันทร์พิสุทธิ์" บุคคลผู้ซึ่งพร่ำสอนคุณธรรมค้ำจุนยุทธภพอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน!
เสียงอื้ออึงดังเซ็งแซ่ขึ้นทันที เหล่าจอมยุทธ์ต่างหันไปมองหน้ากันด้วยความหวาดระแวง ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เคยมีต่อกันบัดนี้พังทลายลงในชั่วพริบตา ความโลภ อำนาจ และการแย่งชิงคัมภีร์ลับ กลายเป็นกาวใจที่เชื่อมโยงความสกปรกเบื้องหลังฉากหน้าอันงดงามของสำนักใหญ่เข้าไว้ด้วยกัน
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายลมเย็นเยียบสายหนึ่งพัดผ่านเข้ามาในโถงอาราม พร้อมกับเงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ที่ร่วงหล่นลงมาราวกับเทพเซียนผู้ไร้ซึ่งกิเลส นางก้าวเดินผ่านกองเลือดและซากศพอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับเต็มไปด้วยพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวจนทุกคนต้องหยุดหายใจ
เซียนหานเหมย...
นางมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้แล้ว ใบหน้างดงามราวกับรูปสลักน้ำแข็งไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่าแววตาคู่คมกลับซ่อนคลื่นอารมณ์อันซับซ้อนขณะเหลือบมองไปยังหลี่มู่เหยียนที่ยืนอยู่มุมมืด นางรู้ดีว่าการปรากฏตัวของนางในยามนี้เปรียบเสมือนการเดินเข้าสู่หลุมพรางที่ถูกขุดขึ้นเพื่อทำลายชื่อเสียงของสำนักจันทร์พิสุทธิ์โดยเฉพาะ
"หานเหมย... หลานสาวข้า เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่!" ผู้อาวุโสซ่งเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
เซียนหานเหมยไม่แม้แต่จะชายตามองผู้อาวุโสซ่ง นางกวาดสายตาคมปลาบมองไปรอบบริเวณ ก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบเย็นชา ทว่าก้องกังวานบาดลึกถึงจิตวิญญาณ "ผู้ใดที่คิดใช้ชื่อสำนักจันทร์พิสุทธิ์เป็นเครื่องมือในการอำมหิต วันนี้... จะต้องใช้เลือดบนคมกระบี่ของข้าล้างมลทิน"
บรรยากาศในโถงอารามพลันตึงเครียดถึงขีดสุด แรงกดดันจากลมปราณระดับปรมาจารย์ของเซียนหานเหมยแผ่ซ่านออกมาราวกับพายุหิมะ กลิ่นอายความตายคละคลุ้งยิ่งกว่าเดิม ทว่าในจังหวะที่ทุกคนกำลังหวาดผวาต่อการเคลื่อนไหวของนางนั้นเอง...
เสียงปรบมือดังขึ้นเบื้องหลังบัลลังก์ของประมุขพรรคมาร เป็นจังหวะจะโคนและเยือกเย็นจนน่าขนลุก
"ช่างเป็นศิษย์เอกที่องอาจและงดงามยิ่งนัก สมคำร่ำลือ..." เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับการก้าวออกมาจากเงาของเสาหินต้นใหญ่ บัณฑิตหนุ่มรูปงามผู้ถือพัดจีบเหล็กกล้า ผู้ซึ่งควรจะอยู่ที่เมืองหลวงในยามนี้ กลับมายืนยันตัวตนอยู่เบื้องหน้าพวกเขาอย่างไร้ที่ติ
หลี่มู่เหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบเปล่งประกายอำมหิตขึ้นวูบหนึ่ง เมื่อตระหนักว่าหมากตานี้ใหญ่หลวงเกินกว่าที่ใครคาดคิด และมันกำลังพุ่งเป้ามาที่ลมหายใจของเขากับนาง
"เจ้า..." เซียนหานเหมยชะงักฝีเท้า สีหน้าน้ำแข็งเริ่มปรากฏรอยร้าวเป็นครั้งแรก
"สิ่ที่เจ้าตามหา... ความจริงเกี่ยวกับการตายของครอบครัวเจ้า... อยู่ที่นี่แล้ว หลี่มู่เหยียน!" บัณฑิตหนุ่มแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม พร้อมกับโยนคัมภีร์หนังมนุษย์เปื้อนเลือดลงแทบเท้าของจอมยุทธ์หนุ่มผู้ทะนงตน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันความมืดมิดและพิสูจน์วิถีกระบี่เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาโดยตลอดนะครับ
เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์•ตอนที่ 25
รอยร้าวในฝ่ายธรรมะ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!