กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์•ตอนที่ 20

ศึกชิงคัมภีร์เทพอาถรรพ์

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
"ความลับของสำนักมารโลหิต... เหตุใดจึงมาอยู่ในเงื้อมมือของคนใกล้ตัวเจ้าเล่า?" เสียงหัวเราะแหบแห้งราวกระดาษทรายเสียดสีกันดังสะท้อนก้องไปทั่วผนังหอคัมภีร์เก่าแก่ที่อับชื้น ชายชราหลังค่อมผู้ถือตะเกียงน้ำมันหอมระเหยบิดยิ้มเหี้ยมเกรียม ดวงตาฝ้าฟางคู่นั้นกวาดมองคนทั้งสองด้วยแววตาสมเพชเวทนา หลี่มู่เหยียนไม่ขยับเขยื้อน ร่างกายของเขายืนหยัดนิ่งงันดั่งภูผา ทว่ากล้ามเนื้อทุกมัดกลับตึงเครียดดั่งคันธนูที่ถูกงัดจนสุด ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์สั่นระริกเบาๆ ส่งเสียงครางฮัมต่ำในลำคอ คล้ายรับรู้ถึงจิตสังหารอันเข้มข้นที่แผ่ซ่านออกมาจากบรรยากาศรอบด้าน กลิ่นอายของความตายและคัมภีร์โบราณคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่นผงนับร้อยปี ข้างกายเขา เซียนหานเหมยยังคงรักษาความสง่างามเยือกเย็นดั่งรูปสลักน้ำแข็ง แม้ใบหน้านวลเนียนจะซีดเผือดลงเล็กน้อยยามได้ยินประโยคเมื่อครู่ ปลายกระบี่จันทร์พิสุทธิ์ในมือของนางเปล่งประกายแสงสีฟ้าครามจางๆ สะท้อนกับเงาตะคุ่มของชั้นวางคัมภีร์นับหมื่นเล่ม นางปรายตามองชายชราผู้นั้นด้วยแววตาดุจคมมีดน้ำแข็ง "ผู้อาวุโส... ท่านเป็นใครกันแน่? และคำว่า 'คนใกล้ตัว' ที่ท่านเอ่ยถึง หมายถึงผู้ใด?" หานเหมยเอמהน้ำเสียงราบเรียบเยือกเย็น แต่แฝงไว้ด้วยคลื่นพลังปราณที่เตรียมระเบิดออกได้ทุกเมื่อ ชายชราแค่นเสียง "หึ" ในลำคอ เขาไม่ตอบคำถามโดยตรง หากแต่ก้าวเท้าช้าๆ ถอยหลังไปสู่ความมืดมิดเบื้องหลังเงาเสาไม้จันทน์แดงหักพัง "ในหอคัมภีร์อาถรรพ์ชั้นเก้าแห่งนี้ มีเพียงคนเป็นที่กล้าหาญ... กับคนตายที่ล่วงรู้ความลับเท่านั้นที่ยังหลงเหลืออยู่!" สิ้นเสียงนั้น ร่างของชายชราก็พุ่งวาบหายไปในความมืดด้วยความเร็วที่เหนือล้ำเกินกว่าขอบเขตของคนธรรมดาจะจินตนาการได้ ทันใดนั้น กลไกโบราณนับร้อยรอบตัวก็ส่งเสียง "คลิก... คลิก... คลัก..." ดังสนั่นหวั่นไหว ชั้นวางคัมภีร์ไม้พะยูงน้ำหนักนับหมื่นชั่งพังครืนลงมา ราวกับภูเขาถล่มทับลงใส่คนทั้งสอง! "ระวัง!" หลี่มู่เหยียนคำรามลั่นในลำคอ ร่างของเขาพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวหานเหมยในเสี้ยววินาทีเป็นตาย มือข้างหนึ่งโอบเอวบางของนางไว้แน่น ขณะที่มือขวาตวัดกระบี่ไร้ลักษณ์วาดเป็นวงโค้งแสงสีเงินยวง ประกายกระบี่ระเบิดออกดั่งดาราพรรณราย แผ่พุ่งเป็นม่านพลังปราณคุ้มกันรอบทิศทาง เศษไม้ที่ร่วงหล่นลงมาปะทะเข้ากับรังสี1กระบี่ ต่างถูกตัดเฉือนจนกลายเป็นผุยผงในพริบตา ทว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต้อนรับอันโหดร้าย *ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!* เสียงแหวกอากาศแหลมเล็กดังระรัวนับร้อยสาย ลูกศรอาบพิษโลหิตนับไม่ถ้วนพุ่งทะลวงออกจากช่องลับตามผนังหอคัมภีร์ มุ่งตรงมายังจุดตายของพวกเขาทุกตารางนิ้ว สีหน้าของหลี่มู่เหยียนเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พิษในลูกศรเหล่านี้ไม่ใช่พิษธรรมดา หากแต่เป็น "พิษสลายวิญญาณเก้าอัคคี" ที่สืบทอดมาจากสำนักมารโบราณ ผู้ใดโดนเข้าไป แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมลมปราณก็ยังต้องเลือดลมตีกลับจนธาตุไฟเข้าแทรก "หานเหมย เจ้าคุ้มกันเบื้องหลัง!" "รับทราบ!" นางเซียนสาวตอบรับสั้นๆ อย่างรู้ใจ ร่างระหงหมุนตัววับดั่งผีเสื้อร่ายรำท่ามกลางพายุหิมะ กระบี่จันทร์พิสุทธิ์ร่ายรำเป็นวงกลม แสงกระบี่เย็นเยียบแช่แข็งลูกศรพิษนับสิบดอกให้ร่วงหล่นลงพื้นแตกละเอียดเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีดำ เคมีและความเข้ากันของคนทั้งสองยอดเยี่ยมอย่างไร้ที่ติ ราวกับว่าพวกเขาผ่านความเป็นความตายเคียงบ่าเคียงไหล่กันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่สถานการณ์กลับไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น เงาร่างนับสิบสายพุ่งทะยานออกมาจากมุมมืดของหอคัมภีร์ พวกมันล้วนสวมชุดดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากอนารยชนรูปอสูร และที่สำคัญที่สุด... พลังยุทธ์ของพวกมันทุกตัวล้วนอยู่ในขอบเขตสะท้านฟ้าขั้นสูง! "นักฆ่าเงาโลหิต!" หานเหมยอุทานเบาๆ แววตาฉายแววตื่นตระหนกเล็กน้อย นางจำสัญลักษณ์บนหน้ากากเหล่านั้นได้ทันที พวกมันคือหน่วยเงาทมิฬที่ควรจะสูญพันธุ์ไปตั้งแต่สงครามล้างสำนักเมื่อยี่สิบปีก่อน เหตุใดจึงมาปรากฏตัวที่นี่? และใครคือผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง? หลี่มู่เหยียนหรี่ตาลงคมกริบ จิตสังหารในตัวพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด อดีตอันเจ็บปวดจากการสูญเสียครอบครัวผุดขึ้นมาในห้วงความคิดราวกับเปลวไฟที่ถูกสุมด้วยน้ำมัน เลือดในกายของเขาเดือดพล่าน ร่างกายสั่นระริกด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้เนิ่นนาน "พวกมัน... คือกลุ่มคนที่ทำลายสำนักของเจ้าเมื่ออดีตสินะ?" หานเหมยเอמהถามเสียงแผ่วเบา ขณะที่ยืนพิงหลังชิดกับเขา ลมหายใจของนางหอบกระชั้นเล็กน้อยจากการใช้พลังปราณอย่างต่อเนื่อง "ใช่..." หลี่มู่เหยียนเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่ทรงพลังอำนาจ "วันนี้ ไม่ว่าพวกมันจะเป็นใครหน้าไหน หนี้เลือด... ต้องชำระด้วยเลือด!" สิ้นคำประกาศิต ร่างของหลี่มู่เหยียนก็หายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตผีปีศาจ ทิ้งไว้เพียงประกายสายฟ้าสีเงินที่ทอดยาวเป็นทางยาว *ฉัวะ!* หัวหน้าหน่วยนักฆ่าเงาโลหิตผู้หนึ่งยังไม่ทันได้ตั้งตัว ศีรษะของมันก็หลุดลอยกระเด็นขึ้นสู่กลางอากาศ โลหิตสีดำพุ่งทะลักราวน้ำพุ ร่างไร้หัวล้มฟุบลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น การเคลื่อนไหวของหลี่มู่เหยียนรวดเร็วจนมองด้วยตาเปล่าไม่ทัน แม้แต่เงาของกระบี่ยังไม่ทันปรากฏ คนก็ถูกปลิดชีพไปเสียแล้ว นี่คือวิชากระบี่ไร้ลักษณ์ขั้นสมบูรณ์แบบ ไร้ร่องรอย ไร้รูปทรง และไร้ความปรานี! การต่อสู้ตะลุมบอนในหอคัมภีร์เก่าแก่ปะทุขึ้นอย่างดุเดือดเลือดพล่าน เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว เศษกระดาษคัมภีร์โบราณนับล้านแผ่นปลิวว่อนละล่องไปทั่วห้องราวกับหิมะโปรยปราย ท่ามกลางละอองฝุ่นและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง หานเหมยเองก็ไม่น้อยหน้า นางร่ายรำกระบี่จันทร์พิสุทธิ์ด้วยความงดงามราวกับเทพธิดากวาดล้างมาร ทุกย่างก้าวที่นางเคลื่อนไหว พื้นหอคัมภีร์ถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีฟ้า นักฆ่าเงาโลหิตที่พุ่งเข้ามาใกล้ล้วนถูกความเย็นยะเยือกแช่แข็งข้อต่อจนเคลื่อนไหวไม่ได้ ก่อนจะถูกคมกระบี่ของนางปลิดชีพลงในดาบเดียว ความเย็นชาและสง่างามของนางผสานเข้ากับความดุดันเด็ดขาดได้อย่างลงตัว สมกับเป็นศิษย์เอกแห่งสำนักจันทร์พิสุทธิ์ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีใครล่วงรู้ รอบตัวพวกเขามีศพของนักฆ่าเงาโลหิตกองระเกะระระกะ ทว่า จำนวนของพวกมันกลับไม่มียอดลดลงเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าพวกมันผุดขึ้นมาจากพื้นดินได้ไม่มีวันหมดสิ้น หลี่มู่เหยียนหอบหายใจหนักหน่วง เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย แม้พลังปราณของเขาจะแข็งแกร่งปานใด แต่การหักโหมใช้เคล็ดวิชาขั้นสูงติดต่อกันย่อมทำให้พลังชีวิตสึกหรออย่างรวดเร็ว เขากวาดสายตามองไปรอบๆ และพบว่าพวกเขากำลังถูกต้อนให้ถอยร่นเข้าไปในมุมลึกสุดของหอคัมภีร์ ซึ่งมีแท่นบูชาหินโบราณตั้งตระหง่านอยู่ บนแท่นบูชานั้น มีกล่องหยกสีดำสนิทวางอยู่ และที่ข้างกล่อง มีป้ายวิญญาณสลักชื่อสกุลของ "หลี่" สกุลเดิมของเขาตั้งอยู่เด่นชัด! ดวงตาของหลี่มู่เหยียนเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง หัวใจของเขาเต้นรัวกระหน่ำราวกับกลองศึก ความจริงบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังกำลังจะถูกเปิดเผย ทันใดนั้น เสียงปรบมือดัง "แปะ... แปะ... แปะ..." ก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังแท่นบูชา "ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมมาก สมกับที่เป็นทายาทคนสุดท้ายของสกุลหลี่ฝีมือไม่เลวเลยจริงๆ" เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความมืด ชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมยาวสีทองปักลายอสรพิษเพลิง ใบหน้าหล่อเหลาแต่เย็นชาไร้ความรู้สึก แววตาทอประกายอำมหิตคู่นั้นจ้องมองหลี่มู่เหยียนราวกับเสือมองเหยื่อในกรง หลี่มู่เหยียนรู้สึกราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม เมื่อเขาเพ่งมองใบหน้านั้นให้ชัดเจน หัวใจของเขาก็แทบหยุดเต้น ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกคำสาป "เจ้า... เจ้าคือ..." ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขาในยามนี้ ไม่ใช่ใครอื่น ไกล่เกลี่ยคนใกล้ตัวที่สุด... และเป็นคนที่หานเหมยไม่มีวันคาดคิดว่าจะได้พบเจอในสถานที่แห่งนี้! โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมาครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%