กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์•ตอนที่ 7

ค่ายกลแห่งความลวง

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
ไอสังหารสายหนึ่งพุ่งวาบผ่านปลายจมูก ตัดเส้นผมสีดำสนิทของหลี่มู่เหยียนขาดร่วงลงพื้นสามเส้น เสียงหัวเราะเยือกเย็นยังคงสะท้อนก้องอยู่ในหุบเขาอาถรรพ์ที่ปกคลุมด้วยหมอกสีชาด ทว่าเวลานี้ สิ่งที่น่ากลัวกว่าเงาปริศนาที่ซ่อนตัวในความมืด กลับเป็นค่ายกลภาพลวงตาที่กำลังบิดเบือนมิติรอบกายจนแยกแยะไม่ออกว่าสิ่งใดคือความจริง สิ่งใดคือภาพมายา "ระวังตัวด้วย" น้ำเสียงเรียบเฉยราวน้ำค้างแข็งของเซียนหานเหมยดังขึ้นเบา ๆ ทว่าแฝงด้วยความห่วงใยที่นางมักซ่อนเร้นไว้เสมอ นางขยับกายเข้ามาใกล้หลี่มู่เหยียนโดยไม่ลังเล ปลายกระบี่จันทร์พิสุทธิ์ในมือเปล่งประกายแสงสีเงินยววงขับไล่หมอกพิษที่กำลังคืบคลานเข้าประชิด หลี่มู่เหยียนแค่นเสียงหึในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบด้านด้วยความเยือกเย็น ทรนง เขากำด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด "หุบเขานี้ช่างสรรหาวิธีเล่นตลกกับจิตใจคนนัก... มันรู้ว่าจุดอ่อนของข้าคืออะไร และรู้ด้วยว่าข้าเกลียดชังสิ่งใดมากที่สุด" เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสอง ในม่านหมอกสีชาดเริ่มปรากฏเงาร่างของผู้คน คล้ายภาพเหตุการณ์ในอดีตเมื่อสิบปีก่อน ภาพกองเพลิงที่โหมกระหน่ำเผาผลาญสำนัก เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด และกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน ภาพเหล่านั้นสมจริงเสียจนลมหายใจของหลี่มู่เหยียนเริ่มติดขัด เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมตามขมับ หัวใจเต้นระรัวด้วยความเคียดแค้นชิงชังที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง "หลี่มู่เหยียน... อย่าหลงกลภาพลวงตานั่น!" หานเหมยเอ่ยเตือนเสียงเข้ม นางสัมผัสได้ถึงปราณโลหิตในกายของชายหนุ่มที่กำลังพลุ่งพล่านอย่างไร้การควบคุม หากปล่อยไว้เช่นนี้ธาตุไฟจะเข้าแทรกจนร่างแหลกสลายเป็นจุล ทว่า ภาพเบื้องหน้ากลับเปลี่ยนไป ร่างของมารร้ายผู้หนึ่งกำลังเงาคมดาบฟันลงมายังร่างของหญิงสาวนางหนึ่งที่ใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับหานเหมยราวกับพิมพ์เดียวกัน... ภาพที่เซียนผู้เยือกเย็นและสูงส่งต้องหลั่งน้ำตาและสิ้นใจตายต่อหน้าต่อตาเขา "หานเหมย!" หลี่มู่เหยียนคำรามลั่นด้วยความตื่นตระหนก สัญชาตญาณของจอมยุทธ์พเนจรผลักดันให้เขาเงื้อกระบี่ไร้ลักษณ์เตรียมพุ่งทะยานออกไปสังหารมารร้ายเบื้องหน้าโดยไม่ทันคิดหน้าคิดหลัง หมับ! มือเรียวบางเยียบเย็นราวน้ำแข็งคว้าจับข้อมือของเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นแม้จะไม่มาก แต่กลับเต็มไปด้วยกระแสปราณบริสุทธิ์ที่ดึงสติอันพร่ามัวของหลี่มู่เหยียนให้กลับคืนมาในพริบตา "มองให้ดี... นั่นไม่ใช่ข้า และนั่นก็ไม่ใช่ความจริง" หานเหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สายตาคู่คมกริบของนางจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา สะท้อนภาพใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของชายหนุ่ม "หัวใจของท่านถูกครอบงำด้วยอดีต... หากท่านก้าวออกไปเพียงก้าวเดียว ท่านจะตกลงไปในห้วงเหวลึกที่ไม่มีวันปีนกลับขึ้นมาได้อีก" หลี่มู่เหยียนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ระงับความปั่นป่วนในตั่นเถียน เขาหลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้จิตใจสงบนิ่งดั่งผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ เคล็ดวิชากระบี่ไร้ลักษณ์ถูกโคจรผ่านจุดชีพจรทั่วร่างเพื่อขับไล่พิษภาพลวงตาออกไป เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพเหตุการณ์นองเลือดเมื่อครู่ก็มลายหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าและต้นไม้ใบหญ้าที่บิดเบี้ยวตามธรรมชาติของหุบเขาอาถรรพ์ "ข้า... เกือบไปแล้ว" หลี่มู่เหยียนเอ่ยเสียงแหบพร่า หันไปสบตากับหญิงสาวข้างกาย ความรู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งใจเอ่อล้นขึ้นมาในอก ชายหนุ่มผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่เช่นเขา ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด ไม่เคยเอ่ยปากพึ่งพาใคร แต่วินาทีนี้ เขากลับตระหนักได้อย่างลึกซึ้งว่า หากไม่มีสตรีผู้นี้คอยดึงรั้งไว้ด้วยหัวใจที่ประสานกัน เขากลardyคงกลายเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนในค่ายกลนี้ไปนานแล้ว "เรามีชะตาร่วมกันแล้ว... ท่านจะตายไม่ได้เด็ดขาด" หานเหมยกล่าวเบา ๆ ริมฝีปากบางเฉียบคลี่ยิ้มจาง ๆ ราวกับดอกเหมยแย้มบานท่ามกลางเหมันตฤดู เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มจนโลกทั้งใบแทบหยุดหมุน และมีเพียงหลี่มู่เหยียนเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้ยลโฉม ทว่า ความเงียบงันยังไม่ทันได้ทอดตัวยาวนาน พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง ราวกับมีสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์กำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหล หมอกสีชาดรอบกายหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นพายุ ท้องฟ้าเหนือหุบเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ไร้ซึ่งแสงดาวและแสงจันทร์ ตึง! ตึง! ตึง! เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังสะท้อนก้อง กลิ่นอายกดดันระดับผู้บรรลุวิถีเซียนแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วสารทิศ แรงกดดันนี้ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ติดขัดทันที "ดูเหมือนว่า... เจ้าของค่ายกลจะหมดความอดทนแล้วกระมัง" หลี่มู่เหยียนกระชับด้ามกระบี่ในมือ ดวงตาเปล่งประกายความดุดันดั่งพญาอินทรีที่มองเหยื่อ หานเหมยขยับกายยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ กระบี่จันทร์พิสุทธิ์พร้อมแผ่ไอเย็นเสียดกระดูก "ไม่ว่ามันจะเป็นผู้ใด... วันนี้เราจะแหกค่ายกลนี้ออกไปให้ดู!" สิ้นเสียงของนาง เงาร่างมหึมาในความมืดก็ก้าวเท้าทะลวงม่านหมอกออกมา เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม พร้อมกับคมอาวุธที่เงื้อขึ้นหมายปลิดชีพพวกเขาทั้งสองในคราเดียว ทว่า ในวินาทีที่คมดาบกำลังจะฟาดฟันลงมา หลี่มู่เหยียนกลับยิ้มเยาะที่มุมปาก เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวของหานเหมยไว้แน่น ถ่ายทอดพลังปราณผสานเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์แบบ... "เตรียมตัวรับกระบี่นี้ให้ดี!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันอุปสรรคและดื่มด่ำไปกับวิถียุทธภพอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%