กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์•ตอนที่ 3

วิถีกระบี่ที่ไร้คำนิยาม

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โลหิตสีดำคล้ำหยดติ๋งลงบนพื้นหินอ่อนศิลาอัคนี เสียงดัง *แปะ... แปะ...* สะท้อนก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันของหุบเขาหมื่นพิษ "เจ้าบ้า..." เสียงอุทานลอดผ่านริมฝีปากบางเฉียบราวกลีบเหมยของเซียนหานเหมย นางกำลังประคองร่างที่เกือบทรุดลงของหลี่มู่เหยียนไว้ในอ้อมแขน แม้แววตาจะยังคงความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี ทว่าปลายนิ้วเรียวงามที่กำลังกดจุดสกัดกั้นพิษโลหิตกลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ในยามนี้ ไอพิษสีม่วงเข้มแผ่ซ่านออกจากบาดแผลบริเวณหัวไหล่ขวาของหลี่มู่เหยียน มันกัดกร่อนเนื้อหนังจนส่งเสียงซู่ซ่า น่าสยดสยองยิ่งนัก ทว่าเจ้าของร่างกลับมิได้ส่งเสียงร้องครวญครางแม้แต่ครึ่งคำ ดวงตาคมกริบคู่นั้นยังคงฉายแววทะนงองอาจ ดั่งพยัคฆ์หนุ่มที่ต่อให้ถูกต้อนจนมุม ก็ไม่เคยคิดก้มหัวให้ผู้ใด "ข้าบอกแล้ว... ว่าเกาะข้าให้แน่น" หลี่มู่เหยียนแย้มยิ้มบางเบา ริมฝีปากซีดเผือดแต่แววตากลับพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย "สตรีแห่งสำนักจันทร์พิสุทธิ์... ไฉนจึงขี้ตกใจเช่นนี้เล่า?" "วาจาเหลวไหล!" หานเหมยตวาดเสียงกร้าว พลางโคจรพลังลมปราณจันทร์พิสุทธิ์เข้าสู่แผ่นหลังของเขาอย่างไม่ลังเล ไอความเย็นบริสุทธิ์แผ่ซ่านเข้ากดทับพิษร้ายในกายชายหนุ่มจนเกิดควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมา "พิษโลหิตอสูรนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หากปราณแท้ของเจ้าถูกกัดกร่อนจนหมดสิ้น แม้แต่เซียนอมตะก็ไม่อาจยื้อชีวิตเจ้าไว้ได้!" "หากข้าตาย... เจ้าจะไร้ซึ่งผู้ร่วมทางในเส้นทางสายนี้" หลี่มู่เหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา เขามองลึกเข้าไปในดวงตานาง สัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเยชา นางเซียนผู้สูงส่งผู้นี้ ยามปกติราวกับดอกเหมยกลางเหมันต์ที่ไม่มีผู้ใดกล้าเอื้อมมือเด็ดดล ทว่ายามนี้ หัวใจของนางกลับสั่นไหวเพราะบุรุษพเนจรเช่นเขา เบื้องหน้าของคนทั้งสอง เงาร่างนับสิบสายกำลังพุ่งทะยานผ่านม่านหมอกพิษเข้ามาอย่างรวดเร็ว ผู้นำกลุ่มคือ 'หมื่นพิษอัคคี' ผู้อาวุโสพรรณมารโลหิต ในมือถือกระบองหนามอาบพิษที่ส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง สแยะยิ้มเหี้ยมเกรียมจนน่าขยะแขยง "ฮ่าๆๆ! หลี่มู่เหยียน! วันนี้คือวันตายของเจ้า กระบี่ไร้ลักษณ์อันลือชื่อของเจ้า จะเหลือเพียงชื่อให้คนรุ่นหลังเล่าขานเท่านั้น!" เสียงหัวเราะก้องกังวานบาดแก้วหู หานเหมยสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่จันทร์กระจ่างในฝักสั่นระริก ปราณกระบี่สีฟ้าครามแผ่พุ่งออกมาราวกับคลื่นน้ำแข็งเตรียมพร้อมสังหาร ทว่าหลี่มู่เหยียนกลับเอื้อมมือไปแตะที่ข้อมือนางเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม "ให้ข้า..." หลี่มู่เหยียนเอ่ยเสียงกระซิบ ดวงตาคมกริบจับจ้องไปที่ศัตรูเบื้องหน้า "พิสูจน์ให้เจ้าเห็น... ว่าวิถีกระบี่ที่แท้จริงนั้น หาใช่การฆ่าฟันด้วยความเกรี้ยวกราดไม่" เขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แม้บาดแผลจะยังคงสร้างความเจ็บปวดเจียนตาย ไอพิษรอบกายสลายหายไปชั่วพริบตาเมื่อเขาโคจรเคล็ดวิชาลับ พลังปราณไร้รูปไร้ลักษณ์แผ่ขยายออกรอบตัว ดั่งสายลมที่ไร้จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด หมื่นพิษอัคคีขมวดคิ้วแน่น รู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันประหลาดที่กดทับลงมาบนจิตวิญญาณ "รนหาที่ตายนัก! ลงมือ!" สิ้นเสียงตวาด เหล่ายอดฝีมือพรรคมานพุ่งเข้าใส่อย่างพร้อมเพรียง อาวุธลับนับพันชิ้นและกระบองหนามถูกซัดเข้ามาดั่งห่าฝน ปิดตายทุกเส้นทางหนีทีไล่ หานเหมยกลั้นหายใจ หัวใจของนางกระตุกวูบ ภาพของหลี่มู่เหยียนที่ยืนตระหง่านท่ามกลางพายุอาวุธซัดเข้าใส่ ทำให้ความรู้สึกบางอย่างที่นางพยายามปิดตายมาตลอดชีวิตหลุดพ้นจากการควบคุม ทว่า... หลี่มู่เหยียนไม่ขยับเขยื้อน เขายืนหลับตาลงช้าๆ ในห้วงเวลาที่ราวกับหยุดนิ่ง สัจธรรมแห่งกระบี่ผุดขึ้นในใจ มนุษย์มักยึดติดกับรูปกาย ยึดติดกับกระบวนท่า ยึดติดกับความเป็นความตาย ทว่ากระบี่ที่แท้จริง... ไฉนต้องมีรูปแบบ? *ฉับพลัน!* ประกายแสงสีเงินสายหนึ่งสว่างวาบขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขาหมื่นพิษ มันมิใช่เสียงแหวกอากาศของคมดาบ แต่มันคือเสียงของลมหายใจแห่งธรรมชาติ เสียงของสายลมที่พัดผ่านใบไม้ ไร้ร่องรอย ไร้ทิศทาง ทว่าเฉียบคมจนน่าสะพรึงกลัว! *ฉับ! ฉับ! ฉับ!* เงาร่างทั้งสิบที่กำลังพุ่งทะยานเข้าหา หยุดชะงักงันในท่าเดิม อวุธในมือหล่นร่วงลงสู่พื้นดิน หมื่นพิษอัคคีเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เขาก้มมองหน้าอกตนเอง รอยกระบี่บางเบาราวเส้นไหมปรากฏขึ้นบนเสื้อผ้า ก่อนที่โลหิตสีแดงฉานจะพวยพุ่งออกมาจากร่างของทุกคนพร้อมกัน! ร่างทั้งสิบล้มลงแน่นิ่งในเวลาต่อมา ไร้ซึ่งเสียงร้องครวญคราง มีเพียงความเงียบงันที่เข้าปกคลุมอีกครั้ง เซียนหานเหมยยืนนิ่งค้างดั่งรูปสลัก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง นางอยู่ในยุทธภพมานาน พบเห็นยอดฝีมือมานับไม่ถ้วน ทว่าการชักกระบี่ออกเพียงคราเดียวโดยมองไม่เห็นแม้แต่เงาคมดาบเช่นนี้... นี่คือขอบเขตใดกัน? หลี่มู่เหยียนเก็บกระบี่เข้าฝักช้าๆ ลมหายใจของเขายังคงสม่ำเสมอ แม้จะมีหยาดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม เขาสบตากับนาง แววตาคู่นั้นยังคงทระนงและอบอุ่นในคราเดียวกัน "เจ้า..." หานเหมยเอמהเสียงแผ่วเบา ความเย็นชาที่นางเคยยึดถือพังทลายลงไม่เป็นท่า นางยอมรับแล้ว... ยอมรับจากก้นบึ้งของหัวใจว่าบุรุษผู้นี้ก้าวล้ำเกินกว่าที่ผู้ใดในยุทธภพจะจินตนาการถึง หลี่มู่เหยียนแย้มยิ้มบางเบา ยื่นมือออกไปหมายจะเช็ดหยาดเหงื่อบนหน้าผากนาง ทว่าในวินาทีนั้นเอง... *ฟิ้วววว—!* ลูกศรโลหิตดอกหนึ่งแหวกมอากาศพุ่งทะลวงตรงเข้าสู่แผ่นหลังของหลี่มู่เหยียนด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ไร้ซึ่งซุ่มเสียงเตือนล่วงหน้า! หานเหมยหน้าถอดสี สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดและห้วงความรู้สึกที่พรั่งพรูทำให้นนางพุ่งเข้าไปขวางหน้าเขาทันทีโดยไม่คิดถึงชีวิตของตนเอง! ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%