"พี่ใหญ่..."
หลี่มู่เหยียนเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ลมหายใจสะดุดกึกในลำคอ เมื่อสตรีผู้นั้นเอ่ยปากออกมาด้วยน้ำเสียงที่เขาจำได้ไม่มีวันลืม ทว่าในยุทธภพแห่งความโลภและหน้ากากจอมปลอมนี้ ความผูกพันในอดีตมักเป็นยาพิษที่เคลือบไว้ด้วยน้ำผึ้ง
ห้วงเวลารอบกายคล้ายหยุดนิ่ง เสียงฝีเท้าของเหล่าผู้อาวุโสพรรคกระบี่คุณธรรมและเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของเหล่าศิษย์สำนักต่างๆ ที่กำลังไล่ล่าราวกับฝูงสุนัขป่าดมกลิ่นเลือด กลับพร่าเลือนหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงเงาร่างบอบบางในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะบนยอดเขา
เซียนหานเหมย—นางเซียนผู้เย็นชาและไร้ความรู้สึกต่อโลกหล้า บัดนี้แววตาคู่คมกลับไหววับด้วยระลอกคลื่นแห่งความกังวล นางยืนขวางอยู่เบื้องหน้าเขา ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนซีดเซียว มือเรียวดั่งลำหยกกำด้ามกระบี่ประจำกายไว้มั่น เส้นเอ็นที่หลังมือปูดโปนบ่งบอกถึงแรงกดดันมหาศาลที่นางกำลังแบกรับ
"เจ้า... เหตุใดจึงโง่เขลาถึงเพียงนี้" น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งเคย หากแต่สั่นเครือเล็กน้อยในยามที่ลมปราณรอบตัวแปรปรวน
หลี่มู่เหยียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความหยันหยือกและเย้ยหยันโชคชะตา คราบเลือดสีชาดที่มุมปากขับเน้นให้ใบหน้าคมคายดูดุดันและอันตรายยิ่งขึ้น ดวงตาคู่วาวโรจน์ดั่งอัคคีใต้เถ้าถ่านกวาดตามองรอบกาย ป่าสนทมิฬยามราตรีแห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยคบเพลิงนับร้อยดวง แสงไฟวับแวมสะท้อนกับคมกระบี่นับพันเล่มที่ชี้ตรงมายังพวกเขา
"โง่เขลาหรือ?" หลี่มู่เหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่กังวานก้อง สะท้อนไปทั่วหุบเขา "ในยุทธภพนี้ มีผู้ใดบ้างที่ไม่โง่เขลา ผู้คนต่างวิ่งไล่ล่าความยิ่งใหญ่ แย่งชิงคัมภีร์วิชา และเหยียบย่ำซากศพผู้อื่นเพื่อไต่เต้าสู่จุดสูงสุด ข้าเพียงแต่เลือกเดินบนเส้นทางที่ซื่อสัตย์ต่อหัวใจตนเอง... เช่นนั้นแล้ว ความตายหรือการถูกตราหน้าว่าเป็นมาร มันต่างกันตรงไหน?"
"จิงซาน! อย่าได้หลงกลมารชั่วผู้นั้น!"
เสียงคำรามดังก้องแหวกความเงียบงันของราตรี ผู้อาวุโสพรรคกระบี่คุณธรรมนาม 'ถังเทียนFung' ก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและริษยา ดวงตาดุร้ายจ้องมองเซียนหานเหมยด้วยความผิดหวัง "เซียนหานเหมย เจ้าเป็นถึงศิษย์เอกแห่งสำนักจันทร์พิสุทธิ์ ผู้สำเร็จเคล็ดวิชาใจไร้ลักษณ์ เหตุใดจึงมายืนเคียงข้างกับฆาตกรที่สังหารศิษย์พี่ศิษย์น้องของเจ้า หลีกไปเสีย! มิฉะนั้น แม้แต่เจ้าข้าก็ไม่เว้นฐานสมรู้ร่วมคิด!"
ความกดดันจากลมปราณขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์พรั่งพรูออกมาจากร่างของถังเทียนFung กดทับจนพื้นดินใต้เท้าของหลี่มู่เหยียนและเซียนหานเหมยปริร้าวเป็นทางยาว อานุภาพของยอดฝีมือฝ่ายธรรมะช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก หากเป็นยามปกติ หลี่มู่เหยียนย่อมต้องใช้เวลาโคจรลมปราณรับมืออย่างยากลำบาก แต่ทว่าในยามนี้ ร่างกายของเขากลับสะสมพิษร้ายจากการต่อสู้ต่อเนื่องสามวันสามคืน เลือดในกายเดือดพล่านราวกับถูกไฟแผดเผา
เซียนหานเหมยไม่แม้แต่จะชายตามองถังเทียนFung นางก้าวเท้าขยับเข้ามาใกล้หลี่มู่เหยียนอีกก้าวหนึ่ง กลิ่นอายความเย็นเยือกบริสุทธิ์แผ่ซ่านออกมาจากร่างของนางเพื่อช่วยกดขี่พิษร้ายในตัวชายหนุ่มให้อยู่หมัด
"ผู้ใดจะพูดจาอย่างไร หาใช่ธุระอันใดของข้าไม่" เซียนหานเหมยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี นางกวาดสายตากลมโตคู่สวยมองเหล่าจอมยุทธ์หน้าไหว้หลังหลอกโดยรอบ รัศมีกระบี่รอบกายของนางพุ่งทะยานเสียดฟ้า ราวกับจันทราเต็มดวงที่พร้อมจะสาดแสงสังหาร "สำนักจันทร์พิสุทธิ์สอนให้ข้ากตัญญูต่อคุณธรรม แต่มิได้สอนให้ข้าก้มหัวให้แก่ความอยุติธรรม... ใครที่ต้องการเอาชีวิตเขา จงก้าวข้ามศพข้าไปก่อน!"
สิ้นคำพูดของนาง บรรยากาศรอบด้านก็พลันเย็นเยียบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามใบไม้ใบหญ้า
หลี่มู่เหยียนเหลือบมองแผ่นหลังบอบบางที่ยืนหยัดปกป้องเขา ท่ามกลางความมืดมนของยุทธภพที่มีแต่การหักหลังและหลอกลวง หัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนานกลับรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด ความทะนงตนในวิถีกระบี่ของเขาถูกปลุกเร้า กระบี่เหล็กนิลกาฬในมือสั่นระริกส่งเสียงคำรามเบาๆ ราวกับรับรู้ถึงเจตంట่อสู้ที่ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
"ฮ่าๆๆ ดี! ดีเยี่ยม!" ถังเทียนFungแค่นยิ้มเหี้ยมเกรียม "ในเมื่อพวกเจ้าอยากตายร่วมกันนัก ข้าจะสงเคราะห์ให้! ค่ายกลกระบี่เจ็ดดาว... สังหาร!"
สิ้นเสียงคำราม จอมยุทธ์ในชุดขาวนับสิบคนพุ่งทะยานออกมาจากเงาไม้ พวกมันเคลื่อนไหวด้วยค่ายกลอันรวดเร็วและซับซ้อน แสงกระบี่เจิดจ้าเจ็ดสายพุ่งเข้าหาเซียนหานเหมยและหลี่มู่เหยียนจากทุกทิศทุกทาง รังสีฆ่าฟันแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ
"ระวังตัวด้วย!" หลี่มู่เหยียนเอ่ยเสียงเบา
"ท่านก็เช่นกัน..." เซียนหานเหมยตอบรับสั้นๆ
พริบตานั้น ร่างทั้งสองก็พุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าแลบ ท่ามกลางห้วงเวลาอันเป็นตาย สองกระบี่ประสานใจ หนึ่งหนาวเหน็บดั่งจันทราพิสุทธิ์ หนึ่งว่องไวดั่งสายฟ้าฟาดฟัน คมกระบี่กระทบกันจนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วผืนป่า ร่างของเหล่าศิษย์ฝ่ายธรรมะที่คิดว่าเป็นผู้ผดุงความยุติธรรม ต่างทยอยล้มลงทีละคน เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นตัดกับสีขาวบริสุทธิ์ของชุดกระโปรงและหิมะที่โปรยปรายลงมา
ทว่า จำนวนคนฝ่ายตรงข้ามมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การหลบหนีครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย อาการบาดเจ็บภายในของหลี่มู่เหยียนเริ่มกำเริบอีกครั้ง ลมหายใจของเขาติดขัด หน้ามืดตาลายจนเกือบจะทรุดลงกับพื้น
เซียนหานเหมยสังเกตเห็นความผิดปกติ นางไม่ลังเลที่จะเบี่ยงตัวมารับกระบี่ที่พุ่งเข้ามาหมายเอาชีวิตหลี่มู่เหยียนด้วยแผ่นหลังของตนเอง เสียงเนื้อกระทบคมดาบดังขึ้นพร้อมกับเลือดสีแดงที่ซึมผ่านชุดขาวจนกลายเป็นสีชาดเข้ม
"หานเหมย!" หลี่มู่เหยียนคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด ดวงตาดำสนิทเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด ลมปราณมารที่สะสมในจุดตันเถียนระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม พลังลมปราณอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนพื้นดินรอบตัวยุบตัวลง
"อย่า... อย่าใช้พลังนั้น..." เซียนหานเหมยเอื้อมมือมาแตะแขนเขาไว้ ดวงตาคู่สวยมองเขาด้วยความห่วงใยเป็นล้นพ้น "เราต้องไปจากที่นี่ ทางข้างหน้า... มีทางออกอยู่"
ในวินาทีที่วิกฤตถึงขีดสุด ขณะที่ถังเทียนFungกำลังเงื้อกระบี่หมายจะปลิดชีพทั้งสองในดาบเดียว ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้ายามราตรีที่มืดมิดก็พลันสั่นสะเทือน เมฆดำทะม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็ว สายฟ้าสีทองเส้นมหึมาฟาดผ่าลงมาตรงกลางระหว่างศัตรูและพวกเขา เสียงคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับฟ้าดินพิโรธ
และในเงาของสายฟ้านั้นเอง ร่างของบุรุษลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มันก้าวเท้าออกมาจากความว่างเปล่า ปลายเท้าแตะลงบนยอดสนอย่างไร้ซุ่มเสียง ดวงตาภายใต้เงาหมวกสวมทับมองมาที่หลี่มู่เหยียนด้วยรอยยิ้มลึกลับ
"หลี่มู่เหยียน... เจ้าคิดจะหนีไปถึงไหนกัน? หรือเจ้าลืมไปแล้วว่า 'หนี้เลือด' ที่ตระกูลของเจ้าติดค้างไว้ ยังไม่ทันได้ชำระให้หมดสิ้น?"
หลี่มู่เหยียนชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับที่ เมื่อได้ยินน้ำเสียงและประโยคคุ้นเคยที่ดังขึ้นจากปากของแขกไม่ได้รับเชิญผู้นั้น!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันคมกระบี่และกลิ่นอายโลหิตในยุทธภพนี้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาโดยตลอดครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์•ตอนที่ 22
เส้นทางหนีเลือด
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบจันทร์พิสุทธิ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!