อัลกอริทึมสะบั้นมิติ: เกมเมอร์สายบั๊กกับหอคอยไร้จุดจบ•ตอนที่ 4

พันธมิตรที่ไม่ได้ตั้งใจ

ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
"ถ้าขืนเธอขยับไปทางซ้ายอีกเพียงเซนติเมตรเดียว เส้นประสาทตาซ้ายจะขาดออกจากแรงดันอากาศที่บิดเบี้ยว นั่นไม่ใช่การคาดเดา แต่มันคือค่าพิกัดการชนที่ระบบเพิ่งประกาศิตออกมาครับ" น้ำเสียงของเรย์ราบเรียบเย็นชา ทว่าเฉียบขาดจนเอลาร่าที่กำลังจะยกดาบขึ้นตั้งรับต้องชะงักกึก หญิงสาวในชุดเกราะเหล็กกล้ากึ่งเวทมนตร์ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความขัดแย้งระหว่างสัญชาตญาณนักรบกับคำเตือนอันแปลกประหลาดของเด็กหนุ่มเบื้องหน้า ทว่า ประสบการณ์เฉียดตายมานับครั้งไม่ถ้วนในสนามรบสอนให้เธอรู้ว่า ในสถานการณ์ที่กฎฟิสิกส์ของหอคอยกำลังล่มสลาย การเชื่อสัญชาตญาณตัวเองอาจหมายถึงการเดินไปสู่ความตายที่ไร้แม้แต่หลุมศพ เบื้องหลังของพวกเขาทั้งสองคือซากปรักหักพังของมหาวิหารแห่งชั้นที่ 3 ซึ่งบัดนี้โครงสร้างเหล็กและหินแกรนิตกำลังบิดเบี้ยวกลายเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ไม่มีอยู่จริง ท้องฟ้าสีครามของเกมถูกแทนที่ด้วยรอยแยกสีม่วงเข้มราวกับแผลฉีกขาดบนผิวหนังของจักรวาล เสียงคำรามต่ำทุ้มสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ ดังมาจากความว่างเปล่าที่ห่างออกไปไม่ถึงร้อยเมตร [คำเตือน: ตรวจพบการแทรกแซงระดับวิกฤต!] [ระบบความปลอดภัยของหอคอยชั้นที่ 3 กำลังถูกรีเซ็ต...] [แจ้งเตือนพิเศษ: บอสลับแห่งซากปรักหักพัง "ผู้กลืนกินมิติ" ได้ลืมตาตื่นขึ้นแล้ว ณ พิกัดปัจจุบัน!] หน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานกะพริบถี่รัวอยู่กลางอากาศ บดบังวิสัยทัศน์จนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย สมองอันปราดเปรื่องของเขาทำงานด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าหน่วยประมวลผลควอนตัม ในมุมมองของเขา โลกใบนี้ไม่ใช่ดินแดนแฟนตาซีอันศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นชุดโค้ดคำสั่งนับล้านบรรทัดที่มีข้อบกพร่องมหาศาล และเจ้านายตัวใหม่ที่เพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมานั้น ก็คือ "บั๊ก" ระดับหายนะที่โปรแกรมเมอร์ของหอคอยไม่มีวันแก้ไขทัน "ท่านเรย์... ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลที่กำลังฉีกกระชากมิติ มันไม่ใช่เวทมนตร์ธาตุใดๆ ที่ข้ารู้จัก" เอลาร่าเอ่ยขึ้น ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกแต่มุ่งมั่น เธอชักดาบยาวคู่ใจออกจากฝัก เสียงโลหะเสียดสีกันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัด "ถ้าเราหนีไปทางประตูวาร์ปตอนนี้ ทันไหมครับ?" "สายเกินไปแล้วครับ" เรย์ตอบทันควันโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง "ประตูวาร์ปถูกลบออกจากบัฟเฟอร์ของระบบตั้งแต่สามวินาทีก่อนที่เราจะวิ่งมาถึง ทางเดียวที่จะรอดคือการเข้าไปใน 'จุดบอด' ของการเรนเดอร์ภาพ" "จุดบอด... อะไรคือจุดบอดกันเล่า?" เอลาร่าขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ แต่เรย์ไม่มีเวลาอธิบายยืดยาว เขายื่นมือไปคว้าข้อแขนของอัศวินสาวอย่างถือวิสาสะ แรงกระชากกึ่งบังคับทำให้เธอต้องพุ่งตัวตามเขาไปหลบหลังซากเสาหินที่สลักลวดลายโบราณ ซึ่งบัดนี้โค้ดข้อมูลสีเขียวจางๆ กำลังไหลวนรอบตัวเสาเสมือนบาตรคุ้ม1กัน *ตู้มมม!* พื้นดินบริเวณที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่ยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกไร้ก้นบึ้ง แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้เศษหินและละอองแสงพุ่งกระจายราวกับกระสุนปืน เรย์กดศีรษะของเอลาร่าให้ต่ำลงแนบกับพื้น ขณะที่ตัวเขาเองใช้แผ่นหลังพิงเสาหินแน่น ดวงตาคู่คมกวาดมองผ่านช่องว่างของซากปรักหักพังเพื่อประเมินสถานการณ์ ณ ใจกลางลานกว้าง เงาสوงตระหง่านกว่าสเมตรปรากฏขึ้น "ผู้กลืนกินมิติ" ไม่ได้มีรูปร่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเนื้อหนัง แต่มันคือกลุ่มก้อนของพิกัดเรขาคณิตที่ผิดเพี้ยน ลูกบาศก์และทรงกลมโปร่งใสหมุนวนเข้าหากัน ส่งเสียงกรีดร้องที่ประกอบด้วยความถี่เสียงสูงต่ำผสมปนเปจนแก้วหูแทบฉีกขาด ทุกย่างก้าวที่มันเคลื่อนผ่าน พื้นผิวของมิติจะแตกสลายกลายเป็นความว่างเปล่าสีดำสนิท "นั่น... คือมอนสเตอร์จริงๆ หรือครับ?" เอลาร่าพึมพำออกมาด้วยความตกตะลึง แม้เธอจะเป็นนักรบผู้ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน แต่ภาพตรงหน้าเกินกว่าความเข้าใจของมนุษย์ไปไกลโข "มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตครับ แต่มันคือส่วนเกินของข้อมูลที่ผิดพลาด หรือพูดง่ายๆ คือ 'ไวรัส' ที่กำลังกัดกินพื้นที่ของชั้นที่ 3" เรย์อธิบายเสียงกระซิบ ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอแม้ในย่านวิกฤต "และเนื่องจากมันเป็นบั๊ก มันจึงมีข้อจำกัดที่ระบบกำหนดไว้... นั่นคือ มันมองไม่เห็นสิ่งที่มีค่าสถานะต่ำกว่าศูนย์" เอลาร่าหันขวับมามองหน้าเด็กหนุ่มทันที "ค่าสถานะต่ำกว่าศูนย์? เจ้าหมายความว่าอย่างไร? ให้เราแกล้งตายงั้นหรือ?" "ไม่ใช่แกล้งตายครับ แต่เป็นการ 'ซ่อนตัวตนจากฐานข้อมูล' ต่างหาก" เรย์หยิบแผ่นชิปทรงกลมเรืองแสงสีฟ้าอ่อนออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ด มันคืออุปกรณ์ดัดแปลงที่เขาแอบสร้างขึ้นจากเศษซากโค้ดของชั้นที่ 2 ชิปตัวนี้มีคุณสมบัติในการปลอมแปลงค่าไอดีผู้เล่นให้กลายเป็น 'ข้อมูลขยะ' (Garbage Data) ที่ระบบจะข้ามผ่านโดยอัตโนมัติ เรย์เอื้อมมือไปแตะแผ่นชิปเข้ากับเกราะของเอลาร่าเบาๆ ทันใดนั้น แสงสีฟ้าก็แผ่ซ่านปกคลุมร่างของอัศวินสาว ตามด้วยร่างของตัวเขาเอง รัศมีพลังชีวิตของพวกเขากะพริบวูบวาบก่อนจะจางหายไปจากจอเรดาร์จำลองของผู้กลืนกินมิติอย่างสมบูรณ์ ผู้กลืนกินมิติที่กำลังคำรามก้องชะงักกึก มันหยุดการเคลื่อนไหว พิกัดเรขาคณิตที่หมุนวนรอบตัวมันหมุนช้าลง หัวใจหรือจุดศูนย์กลางของมันหันมาทางซากเสาหินที่พวกเรย์หลบอยู่ แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งเข้ากดทับจนอากาศรอบตัวกลายเป็นสีเทา เอลาร่ากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งเครียดพร้อมปะทะ แม้จะรู้ว่าอาจไม่มีโอกาสชนะก็ตาม เรย์ยังคงนิ่งสงบ เขาส่งสายตาเชิงห้ามปรามไปยังหญิงสาว พร้อมกับขยับริมฝีปากพูดไร้เสียง: *'อย่าขยับ... นับหนึ่งถึงสามในใจ'* หนึ่ง... สอง... สาม... เงาทมิฬขนาดมหึมาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าเสาหินห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร คลื่นความถี่จากตัวมันแผ่ซ่านเข้ามาจนรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่เสียดแทงกระดูก ประหนึ่งว่าความตายกำลังยืนอยู่ลมหายใจรดต้นคอ ชั่วขณะนั้นเอง ดวงตาของเรย์ก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ร่องรอยการบิดเบี้ยวของมิติ บริเวณอกเสื้อของผู้กลืนกินมิติ ไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันมีสัญลักษณ์รูปเฟืองสีทองที่คุ้นตาอย่างประหลาด... สัญลักษณ์เดียวกับโปรเจกต์ที่เขาเคยสร้างขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลาย *นี่มัน... ไม่ใช่แค่บั๊กของเกม แต่เป็นร่องรอยของโค้ดที่ถูกจงใจฝังไว้ตั้งแต่ต้นทาง!* ก่อนที่เรย์จะได้วิเคราะห์ข้อมูลชุดนั้นต่อ เสียงแจ้งเตือนปริศนาที่ดังขึ้นในหัวไม่ได้มาจากระบบของหอคอย แต่มาจากหน้าต่างคำสั่งลับที่เขาไม่เคยเปิดใช้งานมาก่อน [ตรวจพบรหัสผู้ดูแลระบบระดับสูง...] [กำลังเชื่อมต่อเข้าสู่โปรโตคอลฉุกเฉิน...] [คำเตือนจากระบบ: พันธมิตรที่คุณไม่ได้ตั้งใจกำลังเดินทางมาถึงผ่านรอยแยกมิติเบื้องหลังคุณ...] เรย์เบิกตากว้างเป็นครั้งแรกในรอบการเดินทาง เขาหันขวับกลับไปมองด้านหลังทันที และสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงนั้น... ทำให้แม้แต่เกมเมอร์อัจฉริยะผู้มองโลกเป็นโค้ดอย่างเขาก็ต้องพูดไม่ออก ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านมิติอันบิดเบี้ยวนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสะบั้นมิติ: เกมเมอร์สายบั๊กกับหอคอยไร้จุดจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%