"เป็นไปไม่ได้..."
เสียงพึมพำของเรย์หลุดลอดริมฝีปากออกมาเบาหวิว ราวกับเกรงว่าหากเปล่งเสียงดังกว่านี้ ความจริงอันน่าเหลือเชื่อเบื้องหน้าจะสลายหายไปราวกับควันไฟ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวอย่างรวดเร็ว มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของเอลาร่าที่ดังแข่งกับเสียงสะท้อนของหอคอยไร้จุดจบ อัศวินสาวก้าวเท้าเข้ามาประชิดแผ่นหลังของเด็กหนุ่ม ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังสิ่งที่เรย์กำลังเผชิญหน้าอยู่ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สีหน้าที่เคยนิ่งสงบและเต็มไปด้วยความมั่นใจของเธอก็แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงจนแทบหยุดหายใจ
สิ่งที่ปรากฏอยู่ด้านหลังของพวกเขามิใช่กำแพงหินแกรนิตสีดำทะมึนของชั้นที่สี่ตามที่แผนผังระบบและโค้ดเนวิเกเตอร์ได้ประมวลผลไว้ แต่มันคือ "รอยแยกสีคราม" ขนาดยักษ์ที่ทอดยาวบิดเบี้ยวราวกับแผลเป็นบนผืนผ้าใบแห่งความเป็นจริง ภายในรอยแยกนั้นไม่มีความมืดมิดของห้วงอวกาศ ไม่มีลาวาเดือดพล่าน หรือแม้แต่ความว่างเปล่า แต่มันกลับเต็มไปด้วย "กลุ่มก้อนโค้ดดิ้งสีทอง" ที่กำลังไหลเวียนและกะพริบถี่ๆ คล้ายกับชีพจรของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา
"เรย์... นั่นมันรอยรั่วของมิติหรือว่า... เวทมนตร์บทใดกัน?" เอลาร่าเอ่ยถาม น้ำเสียงของเธอเจือความระแวดระวัง มือเรียวกระชับดาบยาวในมือแน่นโดยสัญชาตญาณ
"ไม่ใช่เวทมนตร์ครับเอลาร่า..." เรย์ตอบกลับทันที นัยน์ตาสสีนิลของเขาหรี่แคบลง สมองอันปราดเปรื่องกำลังประมวลผลข้อมูลนับล้านบรรทัดต่อวินาทีที่ไหลทะลักเข้ามาในเรติน่า "มันคือบั๊ก... ไม่สิ มันคือ 'โซนอับสัญญาณ' ต่างหาก พื้นที่ตรงนี้ถูกสร้างขึ้นจากโค้ดดิ้งดิบๆ ที่ผู้สร้างระบบชุดนี้จงใจ... หรืออาจจะเผลอทิ้งเอาไว้โดยไม่มีการเขียนคำสั่งปิดการเข้าถึง"
ในฐานะเกมเมอร์อัจฉริยะผู้มองโลกเป็นโค้ด เรย์รู้ดีว่าในระบบสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโลกเสมือนจริงหรือหอคอยแห่งนี้ ย่อมมี "ขยะดิจิทัล" หรือพื้นที่ตกค้างจากการพัฒนาหลงเหลืออยู่เสมอ พื้นที่ที่ไม่มีมอนสเตอร์ ไม่มีเควสต์ ไม่มีแม้แต่ตารางพิกัดในแผนที่หลัก มันคือพื้นที่สุญญากาศที่ถูกลืมเลือนจากผู้ดูแลระบบ
แต่คำถามคือ... ทำไมมันถึงมาโผล่อยู่กลางหอคอยไร้จุดจบชั้นที่สี่แห่งนี้ได้?
"ถ้ามันไม่มีเจ้าของ และอยู่นอกเหนือการควบคุมของระบบ..." เรย์พึมพำกับตัวเอง ดวงตาฉายแววประกายความท้าทายที่ยากจะได้เห็น "นั่นหมายความว่า กฎฟิสิกส์ กฎของสกิล และข้อจำกัดทั้งหมดที่เราเคยเจอ... อาจจะใช้ไม่ได้ผลในนั้น"
"เจ้าคิดจะเข้าไปข้างในงั้นหรือ?" เอลาร่าหันมามองหน้าเด็กหนุ่ม เธอย่อมรู้ดีว่าเรย์ไม่ใช่คนที่จะยอมปล่อยให้ความลับตรงหน้าหลุดลอยไป แต่อัญมณีแห่งความกังวลในแววตาของเธอก็เด่นชัดเสียจนปิดไม่มิด "มันอันตรายเกินไป เรย์ เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้างหลังรอยแยกนั่นคืออะไร ถ้ามันคือหลุมดำที่ดูดกลืนทุกสิ่ง หรือกับดักที่ออกแบบมาเพื่อลบข้อมูลของเราล่ะ?"
เรย์หันกลับมาสบตาอัศวินสาว เขานิ่งเงียบไปชั่วขณะเพื่อประเมินความเสี่ยง มือเรียวonเอื้อมไปจัดแว่นตาตามความคุ้นเคย แม้ภายนอกเขาจะดูเย็นชาและคำนวณทุกอย่างด้วยความคุ้มค่า แต่ลึกๆ แล้ว ความรับผิดชอบที่มีต่อความปลอดภัยของสหายร่วมรบก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
"ผมเข้าใจความกังวลของคุณครับเอลาร่า..." เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเล็กน้อยเพื่อลดความตึงเครียดของหญิงสาว "แต่ลองมองย้อนกลับไปสิครับ ถ้าเราถอยกลับตอนนี้ เราก็เป็นได้แค่ผู้เล่นที่เดินตามหมากที่ระบบจัดวางไว้ให้ แพ้ก็ตาย ชนะก็ได้แค่เศษไอเท็มขยะตามอีเวนต์เดิมๆ... แต่ถ้าเราก้าวข้ามผ่านรอยแยกนี้ไป เราอาจจะเจอ 'คีย์โค้ด' ที่สามารถใช้ปลดล็อกข้อจำกัดของพลังคุณ หรืออาจจะเจอทางลัดที่จะพาเราไปถึงยอดหอคอยได้เร็วขึ้นเป็นเท่าตัว"
เอลาร่ามองรอยยิ้มที่มุมปากของเรย์—รอยยิ้มของเกมเมอร์ผู้บ้าคลั่งความท้าทายเมื่อเจออีสเตอร์เอ้กชิ้นใหญ่ เธอนิ่งงั้นไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเผยรอยยิ้มจางๆ ที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
"เจ้าชักแม่น้ำทั้งห้ามาโน่นี่เก่งขึ้นทุกวันนะเรย์... เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว ข้าในฐานะแนวหน้าย่อมไม่มีทางปล่อยให้สมองกลยุทธ์อย่างเจ้าต้องเดินเข้าไปคนเดียวแน่"
เมื่อได้รับการสนับสนุนจากคู่คิด เรย์ไม่รอช้าอีกต่อไป เขาเปิดหน้าต่างอินเทอร์เฟซส่วนตัวขึ้นมา นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์โฮโลแกรมกลางอากาศอย่างรวดเร็วเพื่อสร้าง "เกราะป้องกันความผันผวนของมิติ" ขึ้นมาห่อหุ้มร่างกายของทั้งสองคนไว้
"เกราะพลังงานพร้อมแล้วครับ... จับมือผมไว้เอลาร่า แรงดึงดูดข้างในอาจจะรุนแรงมาก"
เรย์ยื่นมือขวาออกไปตรงหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ อัศวินสาวลังเลไปชั่วเสี้ยววินาทีใบหน้าของเธอขึ้นสีจางๆ ยามที่ฝ่ามือเรียวหนาของเด็กหนุ่มสัมผัสเข้ากับถุงมือเหล็กของเธอ แต่เธอก็ไม่รอช้าที่จะกระชับมือตอบรับความอบอุ่นนั้นแน่น
ทั้งสองคนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินทะลุผ่านรอยแยกสีครามเข้าสู่ "พื้นที่อันตรายนอกแผนที่" ไปพร้อมกัน
*ฟรึ่บบบ!*
ม่านแสงสีทองสว่างวาบจนแสบตา กลิ่นอายของอากาศบริสุทธิ์รอบตัวมลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยกลิ่นอายของกระแสไฟฟ้าสถิตและละอองพลังงานบริสุทธิ์ที่หนาแน่นจนผิวหนังรู้สึกชาหนึบ
เมื่อวิสัยทัศน์กลับมาปกติ เรย์เบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่พวกเขาพบไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่มันกลับน่าตกใจยิ่งกว่า...
เบื้องหน้าของพวกเขาคือมหานครลอยฟ้าโบราณที่พังทลาย สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีไซเบอร์พังค์และแฟนตาซีเวทมนตร์ตั้งตระหง่านอยู่กลางความว่างเปล่า ทว่า สิ่งที่ทำให้เรย์ต้องชะงักค้างไปทั้งร่าง คือ "หน้าจอระบบสีแดงฉานขนาดยักษ์" นับพันจอที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ทุกหน้าจอแสดงผลข้อความบรรทัดเดียวกันซ้ำๆ ด้วยฟอนต์ตัวอักษรแบบเรโทร
*[ยินดีต้อนรับผู้เล่นหมายเลข 000 — ท่านได้ค้นพบ "ห้องควบคุมหลัก (Root Directory)" ของหอคอยแห่งนี้]*
*[คำเตือน: ตรวจพบการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต กระบวนการรีเซ็ตโลกกำลังเริ่มต้นใน... 03:00 นาที]*
เสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้นในหัวของเรย์อย่างต่อเนื่อง ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้มาจากเสียงโมโนโทนปรกติ แต่มันกลับเป็นเสียงของ "มนุษย์" ที่กำลังหัวเราะเยาะเย้ย และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้พวกเขาจากมุมมืดของซากตึกเบื้องหน้า
"เรย์..." เอลาร่ากระชับดาบในมือแน่น เหงื่อกาฬไหลซึม1เม็ดข้างขมับ "มีบางอย่างกำลังมา... และมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยระบบของหอคอยชั้นนี้แน่"
เด็กหนุ่มหรี่ตามองฝ่าความมืดของซากตึก แสงไฟนีออนกะพริบวูบวาบเผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมยาวสีขาวสะอาดตา กำลังก้าวเดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มอันเย็นเยียบที่ชวนให้ขนหัวลุก
โปรดติดตามตอนต่อไป...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
อัลกอริทึมสะบั้นมิติ: เกมเมอร์สายบั๊กกับหอคอยไร้จุดจบ•ตอนที่ 5
พื้นที่อันตรายนอกแผนที่
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสะบั้นมิติ: เกมเมอร์สายบั๊กกับหอคอยไร้จุดจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!